30 มิ.ย. เวลา 08:01 • สิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยศรีปทุม

"บันทึกการเดินทางสีเขียว ตอนที่ผมได้เปลี่ยนมุมมองกรุงเทพ ผ่านหน้าต่าง BTS"

​วันหยุดที่แสงแดดเริ่มแผดเผา(ร้อนจัด) ผมยืนอยู่บนชานชาลาสถานีรถไฟฟ้า BTS บางบัว มองลงไปเห็นภาพท้องถนนเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยนักศึกษามหาลัยคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ติดยาวเป็นหางว่าว เสียงบีบแตรและควันไอเสียที่ลอยฟุ้งทำให้ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหันกลับมามองขบวนรถไฟฟ้าสีเขียวที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบชานชาลาอย่างเงียบเชียบและตรงเวลา ตอนนั้นผมยิ้มกับตัวเอง เพราะรู้ว่าทริปสำรวจมหาวิทยาลัยศรีปทุม ของผมวันนี้จะเป็นมิตรต่อโลกมากกว่าที่เคย(ปกติขับมอไซต์)
​เป้าหมายแรกของผมคือการไปตามหาโรงเย็นใจกลางมอศรีปทุม การเดินทางด้วย BTS ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลา แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการลดคาร์บอนโดยตรง บังเอิญดันไปตรงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนสะงั้น หรือ SDG ข้อที่ 11 ที่มุ่งเน้นการสร้างเมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ให้มีความปลอดภัย ยืดหยุ่น และยั่งยืน การเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะระบบรางแบบนี้ ช่วยลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนและลดมลพิษทางอากาศได้อย่างมหาศาล
​เมื่อลงที่สถานีบางบัว ผมเดินเท้าต่อเข้าสู่มหาวิทยาลัยศรีปทุมที่ตั้งอยู่ตรงหน้า สิ่งที่สะดุดตาผมที่สุดไม่ใช่สาวๆในมหาลัยแต่เป็นป้ายรณรงค์เล็ก ๆ ของร้านค้าหน้ามหาลัยที่เขียนว่า "พกแก้วมาเอง ลด 5 บาท" ผมหยิบกระบอกน้ำเก็บความเย็นที่พกติดกระเป๋าเป้มาตั้งแต่คอนโดยื่นให้คุณป้าแม่ค้าด้วยรอยยิ้ม การเดินทางวันนี้ของผมจึงดันบังเอิญ(อีกแล้ว)
ไปเชื่อมโยงเข้ากับ SDG ข้อที่ 12 การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืนได้อย่างกลมกลืน การลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งแม้จะเป็นเพียงแก้วใบเดียวจากผม แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่หากทุกคนร่วมมือกัน
​ก่อนกลับ ผมแวะนั่งพักที่ลานหูกวางในมหาลัย มองเห็นนักศึกษานั่งพักผ่อนใต้ร่มเงาไม้
ทริปสั้น ๆ วันนี้ทำให้ผมตระหนักว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ไม่ได้หมายความว่าเราต้องบุกป่าฝ่าดงเสมอไป แค่เราเปลี่ยนวิธีเดินทาง พกอุปกรณ์ลดขยะ และเลือกสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น การนั่ง BTS ท่องเที่ยวก็กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเมืองสีเขียวที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง
"ผมคิดว่า ในอนาคตมนุษย์เราทุกคนจะสามารถจัดการกับปัญหาเรื่องแบบนี้ได้ ทั้งโลกที่พัฒนาขึ้นหรือสังคมที่พัฒนาขึ้น (ร่วมมือกันพัฒนาต่อไปนะครับ"
#SPUCAเรียนไปเที่ยว
โฆษณา