30 มิ.ย. เวลา 10:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Twin Crisis ถล่มข้าวไทย! ส่งออกปี 69 เสี่ยงหด โดนอินเดีย-เวียดนามแย่งตลาด

Twin Crisis ถล่มข้าวไทย! สงคราม-เอลนีโญซ้ำเติม ส่งออกปี 69 เสี่ยงหด 15% อินเดีย-เวียดนามเร่งแย่งตลาด
อุตสาหกรรมข้าวไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ไม่ใช่แค่ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้การส่งออกสะดุด แต่ยังต้องรับมือกับภาวะเอลนีโญ ต้นทุนปุ๋ยที่พุ่งสูง ค่าเงินบาทแข็งค่า และการแข่งขันจากอินเดียกับเวียดนามที่รุนแรงขึ้น
Krungthai COMPASS ประเมินว่า ไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ “Twin Crisis” หรือวิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งฝั่ง อุปสงค์ (Demand) และ อุปทาน (Supply) ซึ่งอาจทำให้การส่งออกข้าวปี 2569 ลดลงเหลือเพียง 6.7 ล้านตัน ลดลง 15% จากปีก่อน ก่อนจะฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยในปี 2570
Twin Crisis ถล่มข้าวไทย! สงคราม-เอลนีโญซ้ำเติม ส่งออกปี 69 เสี่ยงหด
สงครามตะวันออกกลาง ฉุดส่งออกข้าวไทยทันที
ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มสะท้อนชัดเจนผ่านตัวเลขการส่งออก โดยในช่วง มกราคม-เมษายน 2569 ไทยส่งออกข้าวได้เพียง 2.2 ล้านตัน ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยสำคัญมาจากตลาด อิรัก ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของไทย มีสัดส่วนราว 1 ล้านตันต่อปี หรือคิดเป็น 13% ของการส่งออกทั้งหมดในปี 2568
แต่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ไทยส่งออกไปอิรักเหลือเพียง 0.1 ล้านตัน จาก 0.4 ล้านตัน ในปีก่อน หดตัวถึง 75% และตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไทยแทบไม่มีการส่งออกไปยังอิรักเลย หลังปัญหาการขนส่งและการปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้โลจิสติกส์ในภูมิภาคหยุดชะงัก
อย่างไรก็ตาม Krungthai COMPASS มองว่า สิ่งที่น่ากังวลกว่าปัญหาการขนส่ง คือผลกระทบระยะยาวที่กำลังเกิดขึ้นกับทั้งระบบอุตสาหกรรมข้าวไทย
“Twin Crisis” วิกฤตที่กระทบทั้งตลาดและผลผลิต
รายงานของ Krungthai COMPASS ระบุว่า ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ไทยจะเผชิญแรงกดดันพร้อมกันทั้งสองด้าน
ฝั่งแรก คือ Demand Crisis หรือกำลังซื้อและความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง อีกฝั่งคือ Supply Crisis หรือผลผลิตที่มีแนวโน้มลดลงจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและความเสี่ยงจากภัยแล้ง และเมื่อทั้งสองปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน จะยิ่งทำให้การส่งออกข้าวไทยฟื้นตัวได้ยาก
Supply Crisis ต้นทุนพุ่ง-เอลนีโญกดผลผลิต
ด้านอุปทาน ความเสี่ยงสำคัญมาจากราคาปุ๋ยที่ปรับตัวสูงขึ้นจากผลของสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีถึง 95% ของปริมาณการใช้ทั้งหมดในประเทศ ทำให้ต้นทุนการผลิตอ่อนไหวต่อราคาปุ๋ยโลกอย่างมาก
Krungthai COMPASS ได้ประเมินว่า หากราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้น 30-50% เกษตรกรมีแนวโน้มลดการใช้ปุ๋ย ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง และอาจทำให้ผลผลิตข้าวทั้งประเทศลดลงประมาณ 1.5-2.5%
นอกจากนี้ ไทยยังมีแนวโน้มเผชิญภาวะ เอลนีโญตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงครึ่งแรกปี 2570 ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงด้านภัยแล้ง ปริมาณน้ำไม่เพียงพอ และกระทบทั้งปริมาณรวม คุณภาพ และผลผลิตต่อไร่ของข้าวไทย
Demand Crisis อินเดียเร่งส่งออก-เงินบาทแข็ง กดดันไทย
อีกด้านหนึ่ง ตลาดส่งออกก็แข่งขันรุนแรงขึ้น โดย USDA คาดว่า ปี 2569 อินเดียจะส่งออกข้าวได้ราว 25 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน จากผลผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูงและสต็อกที่มีจำนวนมาก
แม้อินเดียจะเผชิญเอลนีโญเช่นเดียวกับไทย แต่ฤดูมรสุมที่มาเร็วกว่าปกติ ทำให้หลายพื้นที่ยังสามารถเพาะปลูกได้ ส่งผลให้อินเดียมีแนวโน้มได้รับผลกระทบน้อยกว่าหลายประเทศในเอเชีย และยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคาได้
ขณะเดียวกัน ไทยยังเผชิญแรงกดดันจาก ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า โดยสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยประเมินว่า หากเงินบาทแข็งค่าทุก 1 บาท จะทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยเพิ่มขึ้นประมาณ 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ส่งผลให้ข้าวไทยมีราคาสูงกว่าคู่แข่ง โดยเฉพาะอินเดียและเวียดนาม
Krungthai COMPASS ยังพบว่า การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับปริมาณการส่งออกข้าวไทยในระดับประมาณ 0.6 สะท้อนว่า หากเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ไทยมีโอกาสสูญเสียส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น
คาดปี 69 ส่งออกเหลือ 6.7 ล้านตัน
นอกจากนี้ Krungthai COMPASS คาดว่า ปี 2569 ไทยจะส่งออกข้าวได้ประมาณ 6.7 ล้านตัน ลดลง 15%แต่อย่างไรก็ตามในปี 2570 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวเป็น 7.2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 7%
แต่หากเกิดกรณีเลวร้าย ทั้งสงครามยืดเยื้อ เอลนีโญรุนแรง และราคาปุ๋ยพุ่งสูง การส่งออกอาจลดลงเหลือเพียง 6.3 ล้านตันในปี 2569 และลดลงต่อเหลือ 6.1 ล้านตันในปี 2570
ในทางกลับกัน หากสถานการณ์คลี่คลายเร็วและเอลนีโญไม่รุนแรง ไทยอาจส่งออกได้ถึง 7.6 ล้านตันในปี 2569 และ 7.7 ล้านตันในปี 2570
ทางรอดของข้าวไทย ต้องแข่งด้วย “มูลค่า” มากกว่าปริมาณ
Krungthai COMPASS มองว่า การแข่งขันของข้าวไทยในระยะต่อไป ไม่ควรพึ่งการส่งออกเพียงอย่างเดียว แต่อุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งยกระดับสู่ Value-based Competition ผ่านการพัฒนาข้าวคุณภาพสูง ข้าว GI ข้าวสุขภาพ ข้าว Low-Emission รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดต้นทุนและรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
ทั้งนี้ แม้ปี 2570 การส่งออกจะมีโอกาสฟื้นตัวบางส่วน แต่ภายใต้แรงกดดันจากสงคราม ภาวะเอลนีโญ ต้นทุนการผลิต และการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง Krungthai COMPASS จึงมองว่า อุตสาหกรรมข้าวไทยยังต้องเผชิญความท้าทายสูงอีกอย่างน้อยตลอดช่วงปี 2569-2570
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/278641
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา