30 มิ.ย. เวลา 11:08
สวนรถไฟ

รอยแผลเล็กๆ ในสภาพแวดล้อมเมืองที่แสนสุข

คุณเคยเดินเล่นในสวนสาธารณะรถไฟในวันหยุดสุดสัปดาห์บ้างไหม?
แสงแดดส่องผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ลงบนสนามหญ้ากว้างๆ มีคนปั่นจักรยาน มีครอบครัวมาปูเสื่อปิกนิก ภาพทุกอย่างที่เห็นมันดูสมบูรณ์แบบเหมือนกับในหนังฟิลกู๊ดเลยค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นคนที่รักจริงๆมันก็รักเลยแต่บางคนก็กลับมองเป็นแค่ฉากหลังเอาไว้ถ่ายรูปลงโซเชียลสวยๆพอถ่ายเสร็จก็ทิ้งขยะไว้ตรงนั้นไม่สนใจใยดี
แต่ก็นั่นแหละค่ะ... พอสายตาฉันกวาดตามองดูบรรยากาศรอบๆจริงๆ มันก็จะมีมนุษย์บางส่วนที่เห็นแก่ตัวทั้งทิ้งขยะลงพื้นบลาๆ มีแก้วกาแฟพลาสติกที่น้ำแข็งละลายหมดแล้วถูกวางแอบๆ ไว้ตรงซอกรากไม้ ถุงขนมขบเคี้ยวปลิวไปติดอยู่กอหญ้าริมทางจักรยาน หรือบางทีก็มีรอยขีดเขียนสลักชื่อบนลำต้นไม้ที่อุตส่าห์ยืนต้นมาเป็นสิบๆ ปี มันเป็นภาพคอนทราสต์ที่ชวนให้รู้สึกหน่วงในใจแปลกๆ
เราดิ้นรนหาพื้นที่พักผ่อนที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดแต่พอเราเข้าไปอยู่ตรงนั้นจริงๆมันก็เป็นเหมือนเพียงแค่ฉากๆหนึ่งที่เราแค่มานั่งพัก ถ่ายรูปสวยๆ แล้วก็ทิ้งซากความสะดวกสบายของเราเอาไว้ให้ใครก็ไม่รู้มาตามเก็บ เรามักจะบอกว่าเรารักต้นไม้ รักความร่มรื่น แต่พฤติกรรมที่เราเผลอทำไป มันสะท้อนว่าเราอาจจะแค่รัก "ความรู้สึกตอนที่ได้มีรูปสวยๆ คู่กับต้นไม้" มากกว่า
สวนสาธารณะกลางกรุงมันไม่ใช่แค่ที่ดินว่างๆ ที่เอาต้นไม้มาปักไว้ แต่มันคือระบบนิเวศเล็กๆ ที่มีชีวิต มีนก กระรอก และแมลงที่ใช้พื้นที่นี้เป็นบ้านจริงๆ ขยะพลาสติกที่เราวางลืมไว้เพราะความมักง่าย มันไม่เพียงแต่ทำให้สวนสาธารณะดูไม่สวยงาม แต่คุณยังทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันด้วย
ซึ่งถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆ
ก่อนอื่น เราต้องตระหนักว่าในฐานะผู้มาเยือนธรรมชาติ เราไม่ได้จ่ายเงินเพื่อแลกกับสิทธิพิเศษในการมาเยือน แต่เรามาเยี่ยมชมธรรมชาติ ดังนั้น เมื่อเรามาเยือนธรรมชาติ เราควรพยายามอย่างเต็มที่ที่จะไม่รบกวนมัน โดยการนำขยะและสิ่งของส่วนตัวอื่นๆ กลับไปด้วย
โฆษณา