•
30 มิ.ย. เวลา 11:59 • ท่องเที่ยว
เขื่อนศรีนครินทร์

FLOWING SLOWLY : วิถีแพรักษ์น้ำเมืองกาญจน์

สายลมเย็น ๆ และผืนน้ำใสสะอาดเหนือน้ำแควใหญ่ เมืองกาญจนบุรี คือสวรรค์ของการพักผ่อนที่พวกเราทุกคนโปรดปราน #SPUCAหนีเรียนไปเที่ยว
แต่คุณเคยตั้งคำถามไหมว่า ความสนุกสนานและรอยยิ้มที่เราได้รับในวันนี้ จะยังคงอยู่ให้เราได้สัมผัสไปอีกนานแค่ไหน?
วิถีการล่องแพท่องเที่ยวแควใหญ่ดั้งเดิมของกาญจนบุรี ที่กำลังถูกมองว่าสร้างปัญหามลพิษทางน้ำ จะสามารถอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อมีจิตสำนึกร่วมกัน
และการจัดการขยะรอบแพที่มีประสิทธิภาพของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและแพที่หนาแน่น ส่งผลกระทบต่อผืนน้ำในวงกว้างแค่ไหน?
การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจแพปาร์ตี้และการหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวในปริมาณมาก ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหามลพิษแฝงและขยะพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งตกค้างในสายน้ำแควใหญ่ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแพจอดหนาแน่น ซึ่งหากไม่มีการจัดการที่ดี ขยะเหล่านี้จะกระจายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพและระบบนิเวศริมน้ำโดยรวม
ข้อมูลทางธรรมชาติระบุว่าผืนน้ำบริเวณแควใหญ่ ได้รับมวลน้ำที่ไหลเวียนตลอดเวลาจากเขื่อนศรีนครินทร์ ช่วยลดการสะสมของขยะบนผิวน้ำ
Quote : ”ปกติคือน้ำที่นี่จะไม่เหมือนน้ำที่อื่นครับ เพราะไหลมาจากเขื่อนศรีนครินทร์
ข้างบนน้ำนิ่งแต่ข้างล่างน้ำเชี่ยว ขยะเลยไม่ค่อยลอยขึ้นมา แต่ถ้าเกิดมีขยะลอยขึ้นมาจริง ๆ
คนที่ดูแลแพนั้น ๆ ก็จะคอยทำการเก็บและจัดการทำความสะอาดพื้นที่รอบแพของตัวเองครับ“
— พี่พนักงานดูแลแพเมืองกาญจน์
กลุ่มผู้ประกอบการและคนดูแลแพได้กำหนดมาตรการเชิงรุกร่วมกัน โดยคนดูแลแพแต่ละหลังจะรับหน้าที่รับผิดชอบในการคอยสอดส่อง ทำการเก็บกู้ และจัดการทำความสะอาดเศษขยะทันทีที่พบเห็นลอยขึ้นมาบนผิวน้ำรอบ ๆ บริเวณแพของตนเอง เพื่อไม่ให้ขยะหลุดรอดไปสะสมในแม่น้ำสายหลัก
SDG 6 - Clean Water and Sanitation 6.3 ปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยลดมลพิษและขยะ เพื่อปกป้องระบบนิเวศของสายน้ำแควใหญ่อย่างยั่งยืน
การพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวล่องแพกาญจนบุรีจะไม่มีความหมายเลย หากปล่อยให้สายน้ำแควใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตชุมชนถูกกลืนกินไปด้วยขยะพลาสติก การร่วมมือรักษาความสะอาดคู่กับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ คือกุญแจสำคัญสู่การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน
แนวโน้มในอนาคตจะเป็นไปอย่างไร?
สายน้ำแควใหญ่จะสามารถรอดพ้นจากวิกฤตมลพิษได้อย่างยั่งยืน ก็ต่อเมื่อมีการผสานพลังร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งกลไกการบำบัดของธรรมชาติ มาตรการการจัดการขยะเชิงรุกอย่างเข้มงวดของชุมชนผู้ประกอบการแพ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวให้ลดการใช้พลาสติกบนแพ เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ตามเป้าหมาย SDG 6
โฆษณา