1 ก.ค. เวลา 04:09 • หนังสือ

บทที่ 21

ลางร้ายแห่งความตาย!
ในชั่วขณะนั้น ราวกับได้รับการชี้แจงจนกระจ่างแจ้ง
หากชาติที่แล้ว แท้จริงแล้วบริเวณจิงจี๋ไม่เคยมีพวกโจรเร่ร่อนก่อความวุ่นวายเลยล่ะ?
หากตอนนี้เซี่ยอิ้งเฉินไม่ได้อยู่ที่อี้โจว แต่เดินทางมาถึงจิงจี๋แล้ว และอาจอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ด้วยซ้ำ
เช่นนั้น การปรากฏตัวของสำนักตงฉ่างก็ย่อมสมเหตุสมผล
พวกเขามาซุ่มสังหารเซี่ยอิ้งเฉิน!
หลังจากภารกิจสำเร็จ ก็เผาทุกอย่างให้มอดเป็นเถ้าถ่าน แล้วโยนความผิดให้พวกโจรเร่ร่อน...
นี่ต่างหาก คือความจริงของชาติที่แล้ว
หัวใจของกู้จื้อจั๋วเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ
คนอย่างเสิ่นซวี่ทำงานมาโดยตลอดอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ไม่มีวันปล่อยผู้รอดชีวิตไว้แม้แต่คนเดียว บัดนี้จวนพักตากอากาศแห่งนี้ตกอยู่ในกำมือของเขาแล้ว หากนางคิดจะละทิ้งจวนแล้วหนีไป ย่อมเป็นไปไม่ได้
ที่พวกนางยังมีชีวิตอยู่ในเวลานี้ ก็เพียงเพราะเสิ่นซวี่ยังไม่ต้องการแหวกหญ้าให้งูตื่นเท่านั้น
การทำนายครั้งนี้แม่นยำเสียจริง!
ฝีมือของนางไม่ได้ตกเลยแม้แต่น้อย
กู้จื้อจั๋วบีบขมับเบา ๆ ก่อนครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า
“พ่อบ้านเกา ข้าจะไปที่เรือนฝั่งตะวันตกสักหน่อย”
“ข้างนอกยังฝนตกอยู่เลยนะขอรับ” พ่อบ้านเกาลังเลเล็กน้อย “คุณหนู หากมีเรื่องใด ก็สั่งให้บ่าวไปจัดการแทนก็พอ”
“มีเรื่องหนึ่งที่ต้องให้เจ้าทำจริง ๆ” กู้จื้อจั๋วกล่าวอย่างจริงจัง “และมีเพียงเจ้าผู้เดียวที่ทำได้”
เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น พ่อบ้านเกาก็ไม่ถามอะไรอีก สีหน้าขรึมลงทันที ก่อนจะรับคำอย่างนอบน้อม
กู้จื้อจั๋วสั่งการอย่างละเอียดทุกขั้นตอน พ่อบ้านเกาไม่แม้แต่จะถามเหตุผล เพียงจดจำทุกคำสั่งเอาไว้อย่างขึ้นใจ
หลังจากพูดจบ กู้จื้อจั๋วก็สวมผ้าคลุมหน้า ก่อนลุกขึ้นออกจากห้อง
ฉงฟางถือตะเกียง มืออีกข้างกางร่ม เดินตามอยู่ข้างกายนาง
กู้จื้อจั๋วเดินด้วยฝีเท้าไม่เร็วไม่ช้า สายฝนโปรยลงมาเป็นละอองละเอียด พื้นดินมีน้ำฝนขังเป็นชั้นบาง ๆ แล้ว
ทั้งสองออกจากประตูบุปผาห้อยระย้า เดินไปตามทางหินอีกพักหนึ่ง จนมาหยุดอยู่หน้าเรือนฝั่งตะวันตก
หน้าประตูเรือนแขวนโคมแก้วใบใหม่เอี่ยมไว้สองดวง พู่ห้อยใต้โคมพลิ้วไหวไปตามสายลม
ชายสวมชุดผ้าสีน้ำเงินสองคนยืนอยู่ใต้แสงโคม แต่งกายเหมือนบ่าวรับใช้ทั่วไป หน้าตาธรรมดาไร้จุดเด่น ทว่าท่าทางสุขุมสงบนิ่ง แผ่กลิ่นอายสังหารอันเย็นเยียบออกมา
กู้จื้อจั๋วเดินเข้าไปแล้วกล่าวว่า
“ข้าคือเจ้าของจวนแห่งนี้ มาขอเข้าพบท่านเจ้าสำนักของพวกท่าน”
น้ำเสียงไม่ต่ำต้อยและไม่โอหัง
ชายคนหนึ่งเอ่ยเรียบ ๆ ว่า
“นายท่านของข้าพักผ่อนแล้ว เชิญคุณหนูกลับไปเถิด”
กู้จื้อจั๋วยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดตรง ๆ
“ท่านผู้บัญชาการเสิ่นเสด็จมาด้วยตนเอง ข้าย่อมไม่กล้าละเลย รบกวนช่วยแจ้งสักคำว่า เจ้าของจวนมาขอเข้าพบ”
สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไปทันที ทั้งคู่สบตากัน ก่อนที่คนหนึ่งจะเข้าไปแจ้ง แล้วออกมากล่าวว่า
“คุณหนู เชิญ”
กู้จื้อจั๋วก้าวเข้าไปในลานเรือน
ฉงฟางยกมือปิดปาก แทบหลุดอุทานออกมา
ตลอดสองข้างทางเดินกรวด ทุก ๆ สองก้าวจะมีโคมแก้วตั้งอยู่หนึ่งดวง ส่องให้ลานเรือนยามฝนตกสุกสว่างดุจแสงรุ้ง ตัวโคมวาดภาพภูเขาสายน้ำเอาไว้ แต่ละใบไม่ซ้ำกัน อีกทั้งยังประดับอัญมณีบนแผ่นโคมอีกด้วย
โคมแก้วรูปแบบนี้ จวนของพวกนางก็มีเช่นกัน แต่รวมทั้งจวนแล้วยังมีไม่มากเท่าที่นี่ อีกทั้งเพียงมองผ่าน ๆ ก็รู้ว่าของที่นี่ประณีตหรูหรากว่าของในจวนเสียอีก เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ของที่มีอยู่ในจวนพักตากอากาศแห่งนี้
ฉงฟางอดหันไปมองกู้จื้อจั๋วไม่ได้ เมื่อเห็นคุณหนูของตนไม่ชายตามองแม้แต่น้อย นางจึงรีบก้มหน้าลงตาม
เมื่อมาถึงหน้าห้องโถง กู้จื้อจั๋วจึงกำชับว่า
“เจ้าไม่ต้องตามเข้าไป รออยู่ตรงนี้ก็พอ”
นางพูดอย่างสบาย ๆ กิริยาท่าทางไม่แสดงความตึงเครียดแม้แต่น้อย
ฉงฟางรับคำอย่างว่าง่าย เก็บร่มแล้วไปยืนรออยู่ใต้ชายคา
กู้จื้อจั๋วเปิดม่านประตูเดินเข้าไปเพียงลำพัง แม้โคมแก้วเต็มลานจะทำให้นางเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ก็ยังอดยกมือกุมหน้าผากไม่ได้
เดิมทีเรือนฝั่งตะวันตกใช้สำหรับแจกจ่ายยาและรักษาผู้คน การตกแต่งจึงเรียบง่าย ไม่มีของประดับพิเศษใด ๆ
แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไป นางก็ได้กลิ่นเครื่องหอมอ่อน ๆ ลอยมา
เป็น อวี้หวาเมาสยวิ่น เครื่องหอมที่แพงชนิดนิ้วเดียวก็เท่าทองคำ
ควันหอมลอยอ้อยอิ่ง การจุดเครื่องหอมชนิดนี้ก็ไม่ต่างจากการเผาเงินเผาทอง
บนเตียงเตี้ยกึ่งเก่ากึ่งใหม่ปูด้วยหนังจิ้งจอกสีขาวราวหิมะ กระดานหมากล้อมราคาแพงวางอย่างลวก ๆ อยู่บนโต๊ะเตี้ยไม้หนานมู่ลายไหมทอง
ผู้บัญชาการรองแห่งกององครักษ์เสื้อแพรผู้ยิ่งใหญ่ เซิ่งเจียง กลับทำตัวราวกับคนรับใช้ผู้ภักดีที่สุด คอยเฝ้าเตาไฟดินแดงใบเล็ก กาต้มน้ำเงินกำลังเดือดอยู่บนเตา
ชุดชาทั้งชุดเป็นเครื่องเคลือบหรูบางเฉียบจากเตาหรูเหยา ประดับลายทองและเงิน แม้แต่ถ้วยชาใบเล็ก ๆ เพียงใบเดียวก็มีมูลค่าอย่างน้อยหนึ่งร้อยตำลึงเงิน
สองข้างฉากกั้นยังตั้งโคมแก้วที่ประณีตกว่านั้นอีกหลายดวง ฐานทำจากหยกขาว
พื้นสะอาดปราศจากฝุ่นแม้แต่น้อย
ตลอดทางที่กู้จื้อจั๋วเดินมา รองเท้าปักลายของนางเปื้อนทั้งโคลนและน้ำ จนแทบไม่กล้าเหยียบลงบนพื้น
หากไม่แน่ใจว่านี่คือจวนพักตากอากาศของตนเอง นางคงนึกว่าเดินผิดที่เสียแล้ว
เสิ่นซวี่เอนกายพิงหมอนอิงใบใหญ่ มือกำสายประคำไม้จันทน์ไว้สายหนึ่ง สายตาจับจ้องอยู่ที่กระดานหมากตรงหน้า
เขาอายุเพียงยี่สิบกว่าปี สวมอาภรณ์สีแดงสด ปักลายกิเลนด้วยดิ้นทอง ขับให้ใบหน้าอันงดงามมีความละเอียดอ่อนจนแยกไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชาย งดงามเหนือผู้ใด
อืม...
คนผู้นี้ยังคงเป็นเหมือนเดิม
ออกเดินทางครั้งหนึ่งก็ต้องขนของมามากมาย การรับใช้เขาช่างเป็นงานที่เหน็ดเหนื่อยจริง ๆ
กู้จื้อจั๋วบ่นอยู่ในใจเงียบ ๆ
“ท่านผู้บัญชาการเสิ่น”
กู้จื้อจั๋วยิ้มพลางย่อตัวคำนับ
นางเดินตรงเข้าไป รองเท้าปักลายที่เปื้อนโคลนและน้ำทิ้งรอยเท้าไว้บนพื้นอย่างชัดเจน
ในที่สุดเสิ่นซวี่ก็ยอมเงยหน้ามองนางแวบหนึ่ง
ทั่วร่างแผ่ความรังเกียจออกมาโดยไม่คิดจะปกปิดแม้แต่น้อย
หนังตาของเซิ่งเจียงกระตุกไม่หยุด
“คุณหนูกู้”
เซิ่งเจียงมองสีหน้าของนายตนแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“เชิญเปลี่ยนรองเท้าก่อนขอรับ”
อย่าเหยียบต่อเลย...
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a43b24d9c15a18a1781a746
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a43b2c4dd91aa82aea1e818
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
โฆษณา