30 มิ.ย. เวลา 13:02 • ไลฟ์สไตล์

เลิกเป็น "เดอะแบก" ของออฟฟิศและชีวิตคนอื่น! ทำไมเราถึงต้องหัด "คิดลบ" ซะบ้างเพื่อเซฟตัวเอง

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวเม้ามอยชีวิตทุกคน! วันนี้ฟ้ากับดาวขอมาเสิร์ฟเรื่องราวชวนคุยบนโต๊ะอาหารที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเจอกับตัว นั่นคืออาการ "คิดบวกจนใจพัง"
เราถูกสอนมาตลอดว่าให้มองโลกในแง่ดีใช่ไหมคะ? เพื่อนร่วมงานโยนงานมาให้ ก็บอกตัวเองว่า "ไม่เป็นไร ถือว่าได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ" หรือเพื่อนสนิทพูดจาทำร้ายจิตใจ ก็ยังพยายามเข้าใจว่า "อืม ช่วงนี้เขาคงเครียดแหละ"
แต่รู้ไหมคะว่า การคิดบวกพร่ำเพรื่อแบบนี้ บางทีมันก็เหมือนการบริหารโปรเจกต์ที่ผิดพลาด! ลองจินตนาการดูสิคะ ถ้าเราคุมโปรเจกต์นึงอยู่ แล้วเห็นชัดๆ ว่าทรัพยากรบานปลาย ลูกทีมเอาเปรียบ ทิศทางมีแต่จะเจ๊ง เราจะยังฝืนคิดบวกแล้วดันโปรเจกต์นั้นต่อไหม? หรือเราจะรีบ "คิดลบ" ประเมินความเสี่ยง แล้วรีบตัดจบเพื่อรักษาต้นทุนที่เหลือเอาไว้?
ชีวิตและความรู้สึกของเราก็เหมือนกันค่ะ!
🎯 "คิดลบ" ไม่ใช่คนใจแคบ แต่มันคือ "กำแพงป้องกันตัว"
ดาวเคยถามฟ้าว่า "ถ้าเราคิดลบ เราจะไม่กลายเป็นคน Toxic ซะเองเหรอ?" ฟ้ายืนยันเลยค่ะว่า ไม่ใช่! การคิดลบในจังหวะที่เรากำลัง "โดนเอาเปรียบ" หรือ "โดนทำร้ายจิตใจ" มันคือกลไกเอาตัวรอดตามธรรมชาติ มันคือการบอกตัวเองว่า "เฮ้ย สถานการณ์นี้มันไม่เวิร์กแล้วนะ เรากำลังโดนตักตวงอยู่"
เมื่อโดนเทงาน: เลิกคิดบวกว่าได้ฝึกสกิล แล้วหันมาคิดลบ(ตามความจริง)ว่า "เขากำลังเอาเปรียบเรา" เพื่อที่เราจะได้มีความกล้าในการ เซย์โน!
เมื่อโดนคำพูดแย่ๆ: เลิกคิดบวกหาเหตุผลมาแก้ตัวแทนเขา แล้วหันมาคิดว่า "คำพูดนี้ทำร้ายเรา" เพื่อที่เราจะได้พาตัวเองเดินออกไปจากตรงนั้น
💡 สรุปง่ายๆ สไตล์เม้ามอยชีวิต
การมองโลกในแง่ดีเป็นสิ่งสวยงามค่ะ แต่มันต้องใช้ให้ถูกคนและถูกเวลา การคิดบวกผิดที่ผิดเวลา มันก็คือ "การอนุญาตให้คนอื่นเข้ามาทำร้ายเรา" นั่นเองค่ะ
ใครเคยมีประสบการณ์โลกสวยจนซวย หรือเคยเป็นเดอะแบกเพราะมัวแต่เกรงใจคนอื่นบ้าง? มาปูเสื่อรอฟัง เม้ามอยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ พื้นที่นี้ปลอดภัยและพร้อมรับฟังทุกคนเสมอค่ะ! ✨
(แอบกระซิบ: ถ้าชอบบทความชวนคิดแบบเพื่อนคุยกันสบายๆ แบบนี้ อย่าลืมกดไลก์ กดติดตาม "เม้ามอยชีวิต" ไว้นะคะ เพื่อมาเม้ามอยชีวิตกันต่อ!)
โฆษณา