4 ก.ค. เวลา 04:00 • สุขภาพ

ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ : ความดันตา

คราวก่อนเมื่อไปตรวจตา หมอประจำผมบอกว่าตาซ้ายน่ะดีขึ้นครับแต่ความดันตาดันสูงกว่าปกติ
หมอพูดเรื่อยๆแต่เหมือนซีเรียสหน่อย
หมอให้ยาไปหยอดนะครับ แสบหน่อยแต่น่าจะได้ผล
หมอสำทับในขณะที่ผมรู้สึกเซ็งๆ
อะไรวะ เจออะไรอีกแล้ววะกู?
แน่นอนครับว่ามันย่อมต้องเกิดความกังวลใจขึ้นแบบเลี่ยงไม่ได้
ไม่ได้ถึงกับคิดเยอะ แต่มีห่วงเพิ่มขึ้นมาในใจ
เช้าก็หยอด เย็นก็หยอด
ไหนจะก่อนนอนต้องฟอกขอบตาอีก
ผมทำไปเรื่อยๆเพื่อตัวเองแต่ก็แอบเซ็งอยู่บ้าง
...
ว่างก็ลองหาข้อมูลดูว่าความดันตาที่สูงขึ้นเกิดจากอะไรได้บ้าง
สาเหตุที่เจอส่วนมากเกิดจากความไม่สมดุลย์ของของเหลวในตาหรือน้ำหล่อเลี้ยงลูกตาที่ผลิตออกมามากเกินไป ไม่ก็เกิดจากระบบระบายน้ำในตาทำงานผิดปกติ
ความเสี่ยงที่พบได้บ่อยคือการเป็นต้อหินจนถึงตาบอดถาวรได้
ส่วนสาเหตุอื่นๆที่พบได้อีกนอกจากข้างต้นคือการใช้ยาหยอดตาบางชนิดที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานานๆ ดวงตาอักเสบติดเชื้อหรือได้รับบาดเจ็บ ไม่ก็เกิดโรคทางตาอย่างม่านตาอักเสบ ต้อกระจกเป็นต้น
cr. google รัตนิน
ค้นไปก็ขนลุกครับเพราะมันไม่มีอาการปรากฎให้เห็นเด่นชัด รู้อีกทีก็เป็นต้อไปแล้ว จำเป็นต้องตรวจกับจักษุแพทย์ครับ
แต่อาการที่อาจมีได้ในกรณีเกิดต้อหินเฉียบพลันก็เช่นปวดตา ตาแดง มองแล้วภาพเบลอหรือมัวลง เห็นแสงสีรุ้งไปจนถึงคลื่นไส้อาเจียนได้
cr. google อาการ
อ่านแล้วก็ให้เวียนเฮดเพราะตอนที่หยอดตานั้นผมรู้สึกได้ว่ามันมีอาการปวดตาบ้างเป็นบางครั้ง และหลายครั้งที่เหลือบตามองอะไรผิดมุมก็รู้สึกแปร๊บบ้างทั้งที่เมื่อก่อนไม่ค่อยเป็น อย่างดีก็ตาล้า
...
แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าความดันลูกตามันขึ้นล่ะ?
ง่ายสุดก็หาหมอแล้ววัดค่าความดันลูกตาครับ
ค่าปกติความดันลูกตาจะอยู่ที่10-21มม.ปรอท(ก็เพิ่งรู้ครับ)
การตรวจวัดทั่วไปมี2วิธี
1.ใช้ลมเป่าพ่นเข้าที่ตาเวลาไปตรวจน่ะครับ แบบนี้ง่ายแต่เป็นการวัดเบื้องต้นเท่านั้น
2.ใช้เครื่องมือวัดเฉพาะทางหรือ Applanation Tonometer ซึ่งจะใช้เครื่องมือวัดค่าที่ลูกตาโดยตรงที่กระจกตา
ฟังดูสยองๆแต่เท่าที่เคยตรวจวัดอย่างอื่นที่ไม่ใช่ความดันลูกตาแล้วต้องใช้อุปกรณ์แตะที่ตา เขาจะหยอดยาชาครับ เราจะไม่รู้สึกอะไรนัก
ส่วนการรักษาก็หยอดยาหรือกินยา ไม่ก็เลเซอร์เพื่อเปิดทางระบายของเหลว สุดท้ายคือผ่าตัดครับ
cr. googke
อันนี้สิสยองจริง
ส่วนการรักษาตัวรอดจากอาการนี้ก็ไปพบแพทย์ตามเวลานัด เว้นการใช้ยาที่มีสเตียรอยด์ เลี่ยงอาหารที่เค็มจัด โซเดียมสูงและงดคาเฟอีนลงบ้าง
ดูเผินๆก็ไม่ยากครับแต่จะทำได้คนละกี่มากน้อยกัน
ผมกลับมาดูว่าทำไมตัวเองถึงมีอาการแบบนี้ก็จนใจเพราะนึกไม่ออกเหมือนกัน
cr. google ศิริราช
ทำได้ก็แค่หยอดยาตามที่หมอสั่งมา งดคาเฟอีนกับเค็มลงไปบ้าง นอนเร็วขึ้น พักสายตามากขึ้น
อาการที่รู้สึกได้บางทีก็เหมือนเยอะ บางทีก็ไม่รู้สึกอะไรเลย
บางครั้งนึกขึ้นได้ก็พยายามปลง สวดมนต์ไหว้พระไปตามประสาคนนึกอะไรไม่ออก
ตอนหยอดยาก็เหมือนกัน แสบระคายบ้าง บางทีก็ไม่เป็นไร บางที่ก็น้ำตาท่วมจอจนสงสัยว่ายามันจะเข้าไปในตาได้หรือเปล่าวะเพราะหมอก็บอกเองว่าแสบนะ
...
หยอดมาใกล้ครบก็นึกได้ว่ามีทำEyelid Spaนี่หว่า เอาไงดี?
ผมลองโทรถามหมอว่าพอครบกำหนดหยอดยาแล้วต้องหาขวดใหม่มาหยอดต่อไหม หมอก็ว่าไม่ต้องครับ ให้มาตามที่นัดไว้ก็พอ
พอใกล้วันทำEyelid Spaผมตัดสินใจเลื่อนนัดเพราะอยากหยอดตาให้ครบก่อนไปทำ และจะได้เช็คไปในตัวว่าความดันลดลงหรือเปล่า
แต่ก็ต้องเลื่อนไปอีกเพราะเป็นหวัดทั้งที่เป็นจังหวะดีที่จะไปตรวจตอนทำEyelid Spaเพราะต้องเจอหมออยู่แล้วตามแพ็คเกจ
เอาเถอะ หายหวัดแล้วค่อยไป
...
แต่ปัญหาดันเกิดเพราะรู้สึกเหมือนเจ็บตาแบบจับไม่ค่อยได้ว่าเจ็บที่ตาจริงๆหรือว่าล้า
เอาไงดีวะ?
ผมลังเลอยู่พักหนึ่งก็พาตัวเองไปหาหมอที่โรงพยาบาลประจำเพื่อตรวจอาการและเอาแว่นไปให้ร้านดูว่ามันสีลอกนะ จะทำไงได้บ้าง
หมอประจำผมคิวแกยาวครับ ผมทราบดี เลยเลี่ยงไปตรวจกับท่านอื่นแทน
ตรวจเบื้องต้นเรียบร้อยก็เจอหมอ
หมอพูดยิ้มๆแล้วบอกว่าความดันในลูกตาลดลงอยู่ในเกณฑ์ แต่ยังอยู่ที่ค่าสูง เรียกว่าก้ำกึ่ง
บางคนค่าสูงกว่านี้แต่หมอไม่ได้ให้ยาไปหยอดก็มี ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจ แต่คุณหยอดมาครบเวลาแล้ว ยายังมีผลอีกราว10วัน แต่หมอว่าไม่จำเป็น อ้อ ตาซ้ายค่าสูงกว่านะ
หมอสรุปว่าปกติดี ไม่มีอะไร รอตรวจตามนัดกับหมอประจำต่อไป ส่วนที่คุณเล่ามาน่าจะเกิดจากอาการล้าที่กล้ามเนื้อตามากกว่าอย่างอื่น ไม่ก็อาจเป็นไปได้ที่เกิดการอักเสบแต่ยังไม่เป็นตากุ้งยิง
ฟังหมอพูดจบผมงี้เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยครับ
สบายใจแระ
ผมกลับมานั่งเล่นรอเวลาทำEyelid Spa
พอถึงเวลาก็ไปตามปกติ
พยาบาลที่ทำให้บอกว่าเหมือนจะมีก้อนไขมันที่ขอบตาขวา ถ้าไม่ประคบหรือปล่อยไว้นานๆอาจเป็นตากุ้งยิงได้
มิน่าล่ะ ผมถึงรู้สึกเจ็บๆที่หางตา แต่เผอิญเป็นหวัดเลยกินอะม็อกซี่มันคงยุบไป
ผมถามพยาบาลว่าเวลาหยอดตาควรหลับตาหรือลืมตา พยาบาลว่าควรหลับตาราว1นาที ยาน่าซึมเข้าตาเรียบร้อย
อ้าว แล้วถ้าน้ำตาไหลพรากเลยล่ะครับ หยอดซ้ำได้ไหม?
พอได้ค่ะ แต่ต้องเว้นระยะราว5นาทีนะคะ
เรียบร้อยก็เจอหมอ
...
คราวนี้หมอดูรีบๆแต่ผมก็ถามเรื่องความดันในลูกตากับหมอ
หมอท่านนี้บอกผมว่าการตรวจด้วยการเป่าลมมันไม่ขัวร์ ควรใช้วิธีวัดที่ตาเลย(อ้อ) แต่ตอนนี้ค่าวัดของคุณน่ะปกติ(เหมือนที่ผมไปตรวจมาก่อนหน้า)
ส่วนที่ผมเล่ามาว่าใช้ยาหยอด(ยี่ห้อ...)ตัวนี้ หมอแลดูเหมือนจะงงว่าใช้ตัวนี้ทำไม (แอบสังเกตจากคำพูดหมอว่ามันเหมือนของแรงครับ)
อาการอื่นๆไม่มีนะคะ ขอบตาบนดูไม่ค่อยดีแต่ขอบล่างดีกว่า
ผมเลยบอกว่าลองทดสอบดูว่าถ้าลดการฟอกเหลือวันละครั้งจะเป็นไงบ้าง อีกอย่างบางทีก็ลืมกับฝุ่นแถวบ้านเยอะ
หมอพยักหน้ารับและนัดหมายอีกทีราว6อาทิตย์เพื่อตรวจตามผล
ถ้าไม่มีปัญหาก็หยุดทำSpaได้ แต่ควรฟอกขอบตาต่อไปนะคะ
สบายใจแระ
กลับไปนั่งเล่นได้
ผมกลับมาคิดว่าความดันในลูกตาผมถึงไม่สูงเกินขีดแต่คงไม่ได้น้อยมากจนจิ๊บๆ
แต่ยังดีที่หยอดตาแล้วค่ามันลดลงไปได้ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีโหดๆอะไร
ผมก็กลัวครับ
ตานะพี่น้อง พลาดพลั้งไปนี่...
ข้างซ้ายผมได้แต่ว่ายามันถูกตัวแล้ว ขอให้อาการดีขึ้น ส่วนข้างขวาก็ขอให้ปกติต่อไปจะเป็นพระคุณกับผมยิ่ง
ทุกวันนี้แม้ผมยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แต่มันก็ไม่เหมือนเดิม
แต่ยังดีที่ยังมองเห็น ใช้งานได้
ตอนนี้ก็ไปหาหมอตามกำหนดเวลานัด ก็ดีครับ เหมือนไปตรวจสุขภาพประจำ ทำมห้ผมรู้ตัวก่อนว่าเกิดอาการอะไรขึ้นบ้าง ทำให้จัดการได้ทันเวลา ไม่ใช่ว่ากว่าจะรู้ก็สายเกินไปแล้ว
ตาเรามีแค่คู่เดียวครับ
รักษาไว้ให้ดีๆ
มันไม่มีอะไหล่เปลี่ยนนะพี่น้อง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา