วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

กดถามคำถาม AI หนึ่งครั้ง มีหุ้นตัวไหน กำลังทำเงินอยู่เบื้องหลังบ้าง

GPU, TPU, SSD, HBM, Photonic, Data Center
คำศัพท์เหล่านี้คือสิ่งที่เราพบเห็นได้เต็มไปหมด เมื่อพูดถึงเรื่องการลงทุนในยุคที่หุ้นในอุตสาหกรรม AI ครองตลาด
เพราะบริษัทที่ผลิตหรือทำธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวไปข้างต้นนี้ ก็มีหลากหลายบริษัท ที่มูลค่าขึ้นไปสูงถึงระดับล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่เห็นภาพ ว่าสิ่งเหล่านี้ ประกอบกันกลายเป็น AI ที่ถามตอบ พร้อมทั้งช่วยเราทำงานในเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
เริ่มจากตอนที่เรากดถามคำถามผ่านช่องแชตของ AI ชื่อดังอย่าง ChatGPT, Claude หรือ Gemini
คำถามของเราจะถูกแปลงกลายเป็นสัญญาณข้อมูล วิ่งไปยัง Internet Gateway ในไทย ซึ่งอาจจะเป็นสถานีเคเบิลใต้น้ำที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี หรือที่จังหวัดสงขลา
เพื่อส่งไปยัง Data Center ของ Google เจ้าของ Gemini ที่สิงคโปร์
ไม่ก็ส่งไปยัง Data Center ในสหรัฐอเมริกา สำหรับกรณี ของ OpenAI เจ้าของ ChatGPT และ Anthropic เจ้าของ Claude
ซึ่งระหว่างทางนี้เอง ก็มีหนึ่งในบริษัทที่สำคัญ นั่นก็คือ Corning บริษัทเก่าแก่อายุกว่า 175 ปี ที่บางคนอาจจะรู้จักบริษัทนี้จากการเป็นผู้ผลิตกระจก Gorilla Glass ที่ใช้เป็นหน้าจอ iPhone
แต่ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการผลิตแก้วของบริษัท ยังทำให้บริษัทมีอีกธุรกิจหนึ่งที่สำคัญต่อโลกในยุคปัจจุบัน
 
นั่นก็คือ การผลิตเส้นใยแก้ว ข้างในสายเคเบิลใต้น้ำ ที่จะช่วยส่งข้อมูลของเราข้ามประเทศไปยัง Data Center ของผู้ให้บริการ AI นั่นเอง
เมื่อคำถามของเรา เดินทางมาถึงยัง Data Center แล้ว ก็จะต้องเจอกับ Network Switch ที่จะทำหน้าที่เหมือนตำรวจจราจร ในการจัดสรรว่า คำถามของเรานั้น จะต้องเข้าไปที่ตู้ Server ไหน ใน Data Center แห่งนี้
ซึ่งบริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ Network Switch นี้ ก็คือบริษัทที่ชื่อว่า Arista Networks
ช่วงที่ตู้ Server ต้องรับคำถามเราจาก Network Switch นี้เอง ที่สิ่งที่เรียกว่า Photonic กำลังเข้ามามีบทบาทในโลกของ AI
เพราะเดิมทีข้อมูลจะต้องไหลไปแต่ละตู้ Server ผ่านสายทองแดง ซึ่งเมื่อต้องเจอกับการส่งข้อมูลระดับมหาศาล จากการที่คนหลายล้านต้องการใช้ AI
ก็ทำให้สายนั้นเกิดความร้อน จากกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่าน จนอาจจะเสียหายได้
จึงเริ่มมีการใช้การส่งข้อมูลด้วยแสง ที่เราเรียกว่า Photonic ผ่านสายไฟเบอร์นำแสง ซึ่งส่งข้อมูลได้ไวกว่า และไม่มีปัญหาเรื่องความร้อน
และแน่นอนว่าหนึ่งในบริษัทที่เป็นผู้นำในการผลิตสายไฟเบอร์นำแสงนี้
ก็ยังคงเป็น Corning เจ้าเดียวกันกับที่ผลิตเส้นใยแก้ว ในสายเคเบิลใต้น้ำที่กล่าวถึงไปก่อนหน้า
ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับส่งข้อมูลผ่านแสง หลัก ๆ แล้วก็จะเป็น ชิปที่ทำหน้าที่จัดการสัญญาณของบริษัท Macom Technology
และเครื่องยิงเลเซอร์ที่ผลิตจากบริษัท Lumentum หรือ Applied Optoelectronics
โดยอุปกรณ์ทั้ง 2 อย่างนี้ ก็จะถูกประกอบไว้ด้วยกันบนแผงวงจร โดยบริษัท Fabrinet ซึ่งปัจจุบันมีฐานการผลิตอยู่ในจังหวัดชลบุรี และปทุมธานีของไทย
ทีนี้เมื่อคำถามของเรา วิ่งมาถึงตู้ Server ก็ได้เวลาที่โมเดล AI ที่เราถามคำถามไปจะได้ออกโรง
หลาย ๆ คนมักจะได้ยินว่า ชิป GPU จากบริษัท Nvidia และ AMD หรือ TPU ชิปสำหรับ AI โดยเฉพาะที่บริษัท Alphabet เจ้าของ Google ผลิตได้นั้น สำคัญสำหรับ AI มาก
นั่นก็เป็นเพราะว่า ชิป GPU และ TPU นั้น เป็นเหมือนกับสมองของ AI ที่ยิ่งมีมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ AI คิดคำนวณได้เร็วขึ้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การมีแค่ชิป GPU หรือ TPU อยู่เดี่ยว ๆ AI ก็ยังคงไม่สามารถทำงานได้ เพราะชิปประมวลผลพวกนี้ ไม่ได้เข้าใจคำถามในภาษามนุษย์ที่เราพิมพ์เข้าไป
นั่นจึงเป็นหน้าที่ของระบบที่ทำงานร่วมกับชิป CPU จากบริษัทเช่น Intel หรือ AMD
ที่จะตัดคำถามของเราออกเป็นคำ ๆ แล้วแปลงเป็นโคดคณิตศาสตร์ หรือที่เรียกว่า Token เพื่อให้ GPU และ TPU นำไปประมวลผลต่อ
นอกจากนี้ระบบที่อยู่บน CPU ยังทำหน้าที่เรียกตัวโมเดล AI ซึ่งที่จริงแล้วก็คือไฟล์คณิตศาสตร์ขนาดยักษ์ ที่ถูกเก็บไว้ใน SSD ซึ่งผู้ผลิตรายใหญ่ก็คือบริษัท SanDisk จากสหรัฐอเมริกา
ก่อนจะดาวน์โหลดโมเดลส่วนที่จำเป็นสำหรับการคำนวณ ออกมาไว้บนชิปหน่วยความจำความเร็วสูงที่เรียกว่า HBM หรือ High Bandwidth Memory
เพื่อให้ชิปประมวลผล เข้าถึงข้อมูลจากตัวโมเดล AI ได้อย่างรวดเร็ว จากความสามารถในการส่งข้อมูลมหาศาล ในเวลาอันสั้นของ HBM
โดยผู้ผลิต HBM รายใหญ่ของโลกนั้น ก็คือบริษัทจากเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix ที่ครองส่วนแบ่งตลาดนี้กว่า 61%
ตามด้วยบริษัท Micron Technology จากสหรัฐอเมริกา ที่ครองส่วนแบ่งตลาดรองลงมาคือ 21%
แต่นอกจากนี้ ใน Data Center ยังมีอุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดใหญ่อย่าง HDD
ที่เก็บทั้งชุดข้อมูลที่ใช้ฝึก AI เอกสาร บันทึกการใช้งาน รวมถึงประวัติที่เราเคยคุยโต้ตอบกับ AI ในกรณีที่อนุญาตให้เก็บ ก็จะถูก CPU ส่งมาเก็บไว้ใน HDD ด้วยเหมือนกัน
โดย HDD ก็มีบริษัทที่เป็นผู้นำในด้านนี้เหมือนกัน นั่นคือ Western Digital Corp อดีตบริษัทแม่ของ SanDisk ผู้ผลิต SSD รายใหญ่
ทีนี้เมื่อชิปประมวลผล สามารถประมวลคำถามของเราและได้คำตอบเรียบร้อยแล้ว
โมเดล AI ก็จะทำการสร้างคำตอบออกมาทีละ Token แล้วเรียบเรียงให้เป็นภาษาที่มนุษย์เข้าใจได้ ตามแต่สไตล์ที่ถูกฝึกมา จากข้อมูลนับไม่ถ้วน
เราจึงมักจะเห็นว่าเวลา AI พิมพ์ตอบเรากลับมา จะค่อย ๆ ขึ้นทีละคำ หรือทีละประโยค ไม่ได้กลายเป็นข้อมูลออกมาทั้งหน้าเลยในทีเดียว
1
จากนั้นก็จะทำการส่งกลับไปที่ CPU ให้แปลงคำตอบเป็นสัญญาณ และส่งกลับทางสายไฟเบอร์นำแสงอันเดิม ไปยัง Network Switch แล้วเดินทางกลับมาจากสายเคเบิลใต้น้ำ มาเป็นคำตอบบนหน้าจอของเรา
ถึงตรงนี้เราคงจะไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมตลาดหุ้นถึงได้ให้ค่าอุตสาหกรรม AI และตีมูลค่าว่าตลาดนี้จะใหญ่ได้ในระดับหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เพราะเพียงแค่ 1 คำถามเท่านั้น ก็มีบริษัทในตลาดหุ้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว อย่างน้อย 10 บริษัท
2
ซึ่งถ้าหากขาดสักบริษัทใดบริษัทหนึ่งไป โมเดล AI สุดล้ำ ก็จะไม่สามารถตอบคำถาม เพื่อคลายความสงสัยของเราได้เลย
ยังไม่นับบริการอื่น ๆ หรือบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับ AI ทางอ้อม เช่น ผู้ผลิตชิป หรือระบบทำความเย็น ที่จะทำให้ผลกระทบของ AI ในระบบเศรษฐกิจนั้นใหญ่กว่านี้มาก
และสุดท้าย ความมหัศจรรย์อีกอย่างของเรื่องนี้ก็คือ เวลาที่ใช้ในขั้นตอนการทำงานทุกอย่างที่เราไล่มา
ทั้งการส่งคำถามข้ามโลก ประมวลผล และเอาคำตอบกลับมา
ทุกอย่างนั้นเสร็จสิ้นได้ ก่อนที่เราจะทันอ่านบทความนี้จบเสียอีก..
—-------------------------
รู้หรือไม่ว่าในตอนนี้ ประเทศไทยเรากำลังจะมีกองทุน ที่ให้โอกาสเราได้เป็นเจ้าของหุ้นทั้งหมดจากบทความนี้ได้ในทีเดียว
รวมถึง OpenAI เจ้าของ ChatGPT และ Anthropic เจ้าของ Claude ตั้งแต่ก่อนจะ IPO เข้าตลาดหุ้น ด้วยค่าจัดการต่ำ
ถ้าสนใจว่ากองทุนนั้นคือกองทุนอะไร เลื่อนลงไปศึกษารายละเอียดที่คอมเมนต์ได้เลย
#WealthCreation
#โมเดลธุรกิจ
#AI
References
-เว็บไซต์และรายงานประจำปีของบริษัทต่าง ๆ
โฆษณา