3 ก.ค. เวลา 09:14 • หนังสือ

บทที่ 50

ฉินซู่ตวาดเสียงกร้าว
“หุบปาก!”
เด็กตายคนนี้ ทุกคำพูดล้วนแต่กำลังยุยงให้ไฟโทสะลุกโชน!
“ตั้งแต่เด็กเจ้าก็ทำตัวแข็งกร้าวผิดแผก บัดนี้ยิ่งโต ยิ่งกำเริบหนักขึ้นกว่าเดิม...”
กู้เหลียวเหลียวเดือดดาลจนถึงขีดสุด ขยำธนบัตรในมือเป็นก้อนแล้วปาใส่ตัวเขา ก่อนชี้หน้าด่าทันที
“ถึงกับวิ่งมารังแกลูกสาวตระกูลกู้ของพวกเรา! ตระกูลกู้ของเรายังไม่ตกอับถึงขั้นนั้น!”
ปลายนิ้วของนางซีดขาวเพราะความโกรธ
นางรู้สึกว่าบุรุษตรงหน้า...ช่างแปลกหน้าเสียเหลือเกินในแต่ละวัน
ครั้งหนึ่ง นางก็เคยนั่งเกี้ยวเจ้าสาวด้วยหัวใจเปี่ยมสุข
พวกเขาเคยร่วมรบฆ่าศัตรูที่ชายแดนเหนือ เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วัยเยาว์ มิใช่การแต่งงานคลุมถุงชน
น่าเสียดาย...
ไม่ว่าความผูกพันจะลึกซึ้งเพียงใด ก็ยังพ่ายแพ้ต่อความปรารถนาที่เขาอยากมีบุตรชายจนแทบบ้าคลั่ง
หลังพี่ชายของนางเสียชีวิตในสนามรบ ฮูหยินปั๋วจิ้งอันก็รังเกียจอาหม่านมากขึ้นทุกวัน แม้แต่กับนางก็แทบไม่เคยมีสีหน้าดี ๆ อีก
นางไม่เชื่อว่าฉินซู่จะมองไม่ออก
นางเตรียมใจไว้แล้วว่าเขาจะรับอนุ
เพียงรอให้เขามาบอกนางด้วยตนเอง
แต่สิ่งที่รออยู่ กลับเป็นฮูหยินปั๋วจิ้งอันพาลูกพี่ลูกน้องของเขาที่ตั้งครรภ์จนเห็นชัดมายืนตรงหน้านาง พร้อมประกาศอย่างโอหัง
“เหยาเหนียงกำลังตั้งครรภ์ลูกของฉินซู่ ตระกูลฉินของเรากำลังจะมีทายาทแล้ว”
ปล่อยให้นาง...
ผู้ไม่รู้อะไรเลย ต้องเผชิญกับเรื่องเหลวไหลทั้งหมดเพียงลำพัง
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
เพียงซุนเหยาเหนียงไม่พอใจ ก็จะบ่นว่าปวดท้อง
เพียงวันเดียวไม่ได้พบฉินซู่ ก็ร้องไห้คร่ำครวญว่า นางไม่ยอมรับตน
ทั้งที่ความจริง ฉินซู่รับราชการในกององครักษ์จินอู ทุกสิบวันจะต้องเข้าเวรกลางคืนสองครั้ง แต่ละครั้งต้องอยู่ในวังสองวันหนึ่งคืน
แต่ฉินซู่ก็มีเพียงคำเดิม ๆ
“น้องหญิงกำลังตั้งครรภ์ จึงคิดมาก”
“น้องหญิงยังอายุน้อย อย่าไปถือสานางเลย”
“ท่านแม่ก็แค่กังวล พอเด็กคลอดแล้วทุกอย่างก็ดีเอง”
นางฟังจนเบื่อหน่ายเต็มที
บัดนี้ใกล้คลอดเต็มที ฮูหยินปั๋วจิ้งอันก็ป้องกันนางราวกับป้องกันโจร ทั้งยังบีบบังคับให้นางยอมก้มหัวทั้งทางตรงและทางอ้อม
ช่างไร้ความหมายสิ้นดี
กู้เหลียวเหลียวสูดหายใจลึก พยายามทำให้จิตใจสงบลง ก่อนกล่าวเรียบ ๆ
“อนุซุนใกล้คลอดแล้ว ข้าอยู่ในจวนปั๋วจิ้งอัน ทั้งท่านและฮูหยินปั๋วก็ไม่สบายใจ ข้ากลับมาอยู่บ้านของตนเอง ย่อมเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย”
นางไม่ได้อาละวาด
แต่ความสงบนิ่งเช่นนี้ กลับทำให้ฉินซู่รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาชั่วขณะ
มือของเขากำแน่นโดยไม่รู้ตัว
เขาเม้มริมฝีปากบาง ยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็ยอมลดท่าทีลง
ฉินซู่ย่อตัวลงครึ่งหนึ่งตรงหน้ากู้เหลียวเหลียว มองนางพลางเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“มีเจ้าอยู่ ข้าจะไม่วางใจเรื่องอะไรได้อย่างไร”
“รอให้เหยาเหนียงคลอดลูกแล้ว ข้าจะอุ้มเด็กมาให้เจ้าเลี้ยง จดชื่อไว้ใต้ชื่อของเจ้า หมอบอกแล้วว่าเป็นเด็กผู้ชาย เจ้าเลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็ก เขาก็จะรักเจ้าไม่ต่างจากลูกแท้ ๆ”
“เรื่องนี้ ทั้งน้องหญิงและท่านแม่ต่างก็เห็นด้วยแล้ว”
กู้เหลียวเหลียวยิ้ม
ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่ไปถึงดวงตา
“แล้วข้าล่ะ เคยบอกยินยอมหรือยัง?”
“อะไรนะ?”
“ข้าถามว่า...ข้ายินยอมหรือยัง?”
กู้เหลียวเหลียวตบมือเบา ๆ สายตาเย็นเยียบ
“บุตรอนุไม่มีสิทธิ์สืบทอดบรรดาศักดิ์ พวกเจ้าก็เลยคิดยัดลูกนอกสมรสมาให้ข้า รับไว้ใต้ชื่อของข้า ก็เพื่อให้ได้ฐานะบุตรชายคนโตที่เกิดจากภรรยาเอก จะได้สืบทอดบรรดาศักดิ์ในภายภาคหน้า”
“ทั้งครอบครัวของพวกเจ้าคิดคำนวณกับข้าเสียละเอียดขนาดนี้ แล้วยังจะให้ข้าหันกลับไปขอบคุณเจ้าอีกหรือ?”
ถ้อยคำเสียดสีถาโถมเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์
หัวใจของฉินซู่กระตุกวูบ รีบปฏิเสธทันที
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!”
กู้เหลียวเหลียวสะบัดแขนเสื้อที่ปักลวดลายวิจิตร พลางแค่นเสียง
“เอาอย่างนี้ดีกว่า เราแยกทรัพย์แยกเรือนกันเสีย แล้วเจ้าก็ไปขอพระราชโองการ แต่งตั้งลูกพี่ลูกน้องของเจ้าให้ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ฮูหยิน เช่นนั้นลูกชายของเจ้าก็อาจยังมีหวังสืบทอดบรรดาศักดิ์”
“หรืออย่างน้อย ซื่อจื่อก็สร้างผลงานให้มากหน่อย ขอพระมหากรุณาธิคุณเป็นกรณีพิเศษ”
“อย่างไรก็เถอะ...อย่าคิดโยนเรื่องสกปรกพวกนี้มาให้ข้าเลย มันน่ารังเกียจเกินไป”
1
คำพูดนี้ราวกับคมดาบที่แทงเข้ากลางหัวใจของฉินซู่อย่างแรง
เขาอยากอธิบาย
แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาลึกล้ำคู่นั้น ก็พลันรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
“อาเหลียว...”
เขาฝืนยิ้ม
“เจ้าจะด่าข้าอย่างไรก็ได้ แต่เรื่องแยกทรัพย์แยกเรือน...ต่อไปอย่าพูดอีกเลย”
“เอาเถอะ ล้วนเป็นความผิดของข้า”
เขาก้มลงเก็บธนบัตรที่ถูกขยำเป็นก้อนบนพื้น ค่อย ๆ คลี่ให้เรียบ แล้ววางกลับไว้บนตั่งยาว
ท่าทีแข็งกร้าวเมื่อครู่หายไปจนหมด
“เรื่องของน้องห้า ข้าจะไปพูดกับท่านแม่เอง เจ้าอย่าโกรธเลย”
กู้เหลียวเหลียวหัวเราะเยาะ
ดูสิ...
ที่แท้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
เขาสามารถจัดการได้ตั้งแต่แรก
เพียงแต่...เขาอยากให้นางก้มหัวในจวนฉินเท่านั้น
เขาแอบมองสีหน้าของกู้เหลียวเหลียวอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นว่านางยังไม่อ่อนลง จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนมากขึ้น
“วันนี้หากเจ้ายังไม่อยากกลับ ก็พักอยู่ที่นี่อีกสักสองสามวันเถอะ พอถึงวันหยุดราชการ ข้าจะมารับเจ้ากับอาหม่านเอง พวกเราพาอาหม่านออกไปเที่ยวนอกเมือง ดีหรือไม่...”
กล่าวมาถึงตรงนี้ เขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ รีบพูดต่อทันที
“จริงสิ! พวกเราไปวัดไท่ชิงกันเถอะ ได้ยินว่าท่านนักพรตชิงผิงใกล้ออกจากการปลีกวิเวกแล้ว พวกเราไปขอให้ท่านช่วยตรวจอาการของอาหม่านกัน โรคของอาหม่านสำคัญที่สุด ไม่ใช่หรือ?”
ใช่แล้ว...
พวกเขายังมีบุตรสาว
ในเมื่อยังมีบุตรสาวอยู่
อาเหลียวจะจากเขาไปได้อย่างไร
ทั้งหมดนี้...นางก็แค่กำลังงอนเขาเท่านั้นเอง।
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a44f487dd91aa82ae62edca
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a45455add91aa82ae8dbf12
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม กดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
โฆษณา