Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าพระเจ้าตาก
•
ติดตาม
2 ก.ค. เวลา 00:19 • ประวัติศาสตร์
ตอนที่ 417 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช : ทิ้งเมืองเชียงใหม่
ในปี พ.ศ. 2319 รัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อคราวสงครามเชียงใหม่ครั้งที่ 3 กองทัพพม่า (อังวะ) ยกมาล้อมเมืองเชียงใหม่ พระยาวิเชียรปราการ (พระยาจ่าบ้าน) เจ้าเมืองเชียงใหม่ เห็นเกินกำลังจึงตัดสินใจทิ้งเมืองและอพยพลงมายังเมืองสวรรคโลก ดังปรากฏใน "พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ตรวจสอบชำระจากเอกสารตัวเขียน" เอาไว้ว่า
"แล้วพระเจ้าจิงกูจาให้อำมลอกหวุ่น แลต่อหวุ่นกับพญาอู่รามัญ ถือพลหกพันยกไปตีเมืองเชียงใหม่อีก เจ้าตั้งค่ายล้อมเมืองไว้ พญาวีเชียรปราการเจ้าเมืองเชียงใหม่ต่อรบพม่าเหลือกำลังก็ทิ้งเมืองเสีย ภาครอบครัวอพยพเลีกหนีลงมาอยู่เมืองสวรรคโลก" (1 : 427)
ในเอกสารฝั่งล้านนาให้รายละเอียดของสงครามในครั้งนี้ โดยระบุว่า พระยาวิเชียรปราการถูกกองทัพพม่าล้อมอยู่นานถึง 8 เดือน หลังจากพม่าเลิกทัพกลับไป เกิดภาวะขาดแคลนอาหารอย่างหนัก จึงตัดสินใจทิ้งเมืองเชียงใหม่ไปอยู่เมืองลำปาง (ไม่ใช่เมืองสวรรคโลก) ดังปรากฏใน "ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่" เอาไว้ว่า
"ม่านขังอยู่นานได้ 8 เดือน ถึงเดือนยี่ แรม 5 ค่ำ ทัพใต้มีคน 30,000 ขึ้นมาถึง ม่านต้านทานบ่ได้ก็กระจัดกระจายไป เมื่อม่านแตกไปแล้วทัพใต้ก็ถอยลงไป. ยามนั้นผู้คนทั้งหลายเป็นอันอยากน้ำกั้นเข้า ท้องพาอยากปากพาไป พ่องก็ไปทางเหนือ พ่องก็ไปทางใต้ พันดั่งเจ้าพระยาจ่าบ้านและอุปราชาน้าหลานพาครอบครัวลูกเมียไปเมืองละคร" (2 : 95)
สอดคล้องกับหลักฐานฝั่งล้านนาอีกฉบับว่า หลังพม่าเลิกทัพกลับไปแล้ว เกิดภาวะขาดแคลนอาหารอย่างมาก พระยาวิเชียรปราการจึงตัดสินใจทิ้งเมืองเชียงใหม่ไปอยู่เมืองลำปาง ดังปรากฏใน "พงศาวดารโยนก" เอาไว้ว่า
"พม่าตั้งล้อมอยู่ 8 เดือน วันเดือนยี่ แรม 4 ค่ำ กองทัพไทยจึงไปถึงเข้าตีทัพพม่าแตกพ่ายไป แล้วกองทัพไทยก็กลับคืน ยามนั้นเมืองเชียงใหม่หมดสิ้นเสบียงอาหาร พลเมืองก็แตกฉานพากันไปสู่ทิศต่าง ๆ ส่วนตัวพระยาจ่าบ้านกับอุปราชาน้าหลานพาครอบครัวไปอาศัยอยู่เมืองนครลำปาง" (3 : 445-446)
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่บรรยายถึงความขัดสนเสบียงในเมืองเชียงใหม่ไว้ว่า ผู้คนอดอยากกินทุกอย่างไม่มีเหลือแม้แต่ สัตว์พาหนะ สัตว์เลี้ยง พืชผล แมลง จนสุดท้ายต้องกินมนุษย์ (พม่า) ด้วยกัน ดังหลักฐานที่กล่าวแล้วความว่า
"ผู้คนเป็นอันอยากน้ำกั้นเข้ามามากนัก ช้าง ม้า วัว ควาย เป็ดไก่ หมู หมา หัวบุกหัวบอน หัวกล้วย ก็พากันกินบ่ค้างบ่เหลือ" (2 : 95)
"แม้นจักก่า จะเล้อ จิ้งหรีด ตึ๋กแตน ก็บ่ค้าง" (2 : 95)
"ม่านสลำเข้ามา 7 คน พากันฆ่าตายแล้ว พากันกินชิ้นม่านขับเสี้ยง" (2 : 95)
สอดคล้องกับพงศาวดารโยนกที่บรรยายว่า ผู้คนเมืองเชียงใหม่ได้จับทหารพม่ามาทำเป็นอาหาร ดังหลักฐานที่กล่าวแล้วความว่า
"หมดเสบียงอาหาร ก็คิดกันจับพม่ามาฆ่ากินเป็นอาหาร" (3 : 445)
ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ยังบรรยายถึงสภาพเมืองเชียงใหม่หลังถูกทิ้งร้างไปว่า มีสภาพเป็นป่ารกทึบ เส้นทางสัญจรมีพืชปกคลุม ผู้คนเบาบางแทนที่ด้วยสัตว์ป่าจำนวนมาก ดังหลักฐานที่กล่าวแล้วความว่า
"ยามนั้นเวียงเชียงใหม่เป็นห่ารกอุกตันอันด้วยคุ่มเครือเขาเถาวัลย์ เป็นที่แรดช้างเสือหมี ผู้คนก็บ่หลายข้อนกันอยู่เท่าพอหมดแต่ร่มชายคาแล ฯ กนทางเดินไปมาหากันเหตุว่าบ่มีโอกาศจักแผ้วจักถาง" (2 : 95)
อย่างไรก็ตาม พระยาวิเชียรปราการได้พยายามกลับมาฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่อยู่หลายครั้ง แต่ด้วยไพร่พลที่เบาบางประกอบกับอิทธิพลของพม่า ทำให้เกิดความยากลำบาก ต่อมาเมื่อถูกลงพระราชอาญา ความหวังในการฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงสิ้นสุดลง และส่งผลให้เมืองเชียงใหม่ถูกทิ้งร้างนับแต่นั้นมา จนล่วงเข้าสู่แผ่นดินรัชกาลใหม่ เมืองเชียงใหม่จึงได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งนั้นเอง
บรรณานุกรม
(1) พนรัตน์, สมเด็จพระ. พระราชพงศาวดาร ฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ตรวจสอบชำระจากเอกสารตัวเขียน. กรุงเทพฯ : มูลนิธิ “ทุนพระพุทธยอดฟ้า” ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2548
(2) ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. พระนคร : สำนักทำเนียบนายกรัฐมนตรี, 2514
(3) ประชากิจกรจักร, พระยา. พงศาวดารโยนก. กรุงเทพฯ : บุรินทร์การพิมพ์, 2516
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย