2 ก.ค. เวลา 07:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

บล.ทิสโก้ คาด "หุ้นไทย" ครึ่งปีหลังปรับขึ้นแบบมีคุณภาพ

บล.ทิสโก้ คาด "หุ้นไทย" ครึ่งปีหลังปรับขึ้นแบบมี คุณภาพ อานิสงส์ นักลงทุนสลับกลุ่มลงทุน – ช้อนซื้อหวังปันผลระหว่างกาล
หุ้นไทยมีโอกาสเห็น “Mid-year rally”
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม นี้
บล.ทิสโก้มองมีโอกาสเห็น “Mid-year rally” อิงจากสถิติทั้งช่วง 5 ปี และ 10 ปีย้อนหลังพบว่า SET Index มีโอกาสในการปรับตัวขึ้นสูงถึง 70-80% และมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ยเดือนละ 2.1-3.1%
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด
ซึ่ง บล.ทิสโก้ เชื่อว่าปรากฎการณ์นี้ส่วนหนึ่งอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรเข้ามาในช่วงกลางปีเพื่อหวังผลตอบแทนเงินปันผลระหว่างกาล และแนวโน้มเงินบาทที่มักแข็งค่าขึ้นจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลส่งออกของไทยในครึ่งปีหลัง
แนะ Selective BUY หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่คาดงบ Q2 จะออกมาดี
ในเชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้แนะนำ Selective BUY หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ที่คาดงบ Q2 จะออกมาดี (อย่างน้อยเติบโต YoY) และมีปันผลจ่ายระหว่างกาล อย่าง BDMS, HMPRO, PTT, TRUE ผสานกับหุ้นที่แนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังคาดว่าจะฟื้นตัวหรือดีกว่าครึ่งปีแรกรับอานิสงส์แนวโน้มการลงทุนที่สดใสและสงครามคลี่คลาย แนะนำ AMATA, CRC, ERW
สรุปหุ้นเด่นแนะนำในเดือนกรกฎาคม คือ AMATA, BDMS, CRC, ERW, HMPRO, PTT และ TRUE
ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนนี้อยู่ที่ 1,535-1,540 จุด และ 1,500-1,520 จุด ตามลำดับ แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,600-1,610 จุด และ 1,650-1,660 จุด ตามลำดับ
ชี้เป้าลงทุนหุ้นต่างประเทศ ผ่าน DR
ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR เดือนกรกฎาคมนี้ MSFT80 และ SPHLTH80 โดยบล.ทิสโก้เลือกที่จะกระจายความเสี่ยงจากกลุ่มของ AI และ Semiconductor มายังกลุ่ม Healthcare ผ่าน SPHLTH80 ที่ลงทุนใน STATE STREET HEALTH CARE SELECT SECTOR SPDR ETF หรือ XLV ที่ บล.ทิสโก้ มองว่าเป็น 1 ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เงินทุนจะไหลเข้าหากมีแรงขายในกลุ่ม AI
ในขณะที่ MSFT80 เป็นกลุ่มเทคที่มีราคายัง Laggard และมีงานในมือสูง ประกอบกับการเปิดตัว Copilot Cowork อย่างเป็นทางการจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต
จับโทนการสื่อสาร FED “เข้มงวดขึ้น” (Hawkish) ขึ้นดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม หากดูภาพรวมทิศทางต่างประเทศ จะเห็นว่า ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในช่วงกลางเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.50-3.75% ตามคาด แต่โทนการสื่อสาร “เข้มงวดขึ้น” (Hawkish) อย่างชัดเจนเทียบกับครั้งก่อน
โดยนาย Kevin Warsh ประธาน FED คนใหม่กล่าวย้ำ “การสร้างเสถียรภาพด้านราคา” หลายครั้ง ทำให้ตลาดปรับเปลี่ยนมุมมองโดยให้น้ำหนักว่า FED จะกลับมาขึ้นดอกเบี้ยประมาณ 25-50 bps ภายในปี 2569 นี้ และ FED อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานาน (Higher for Longer)
ด้วยท่าทีของ FED ที่เข้มงวดขึ้นในการดำเนินโนบายการเงินเพื่อคุมเงินเฟ้อ คาดจะกระตุ้นให้เกิดการโยกเงินออกหุ้นเทคที่มูลค่าค่อนข้างแพงและขึ้นนำตลาดในช่วงสงครามผ่อนคลายมาสู่หุ้นคุณค่าหรือหุ้นเชิงรับที่อ่อนไหวต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า
ซึ่ง บล.ทิสโก้ มองหุ้นไทยน่าจะได้รับอานิสงส์เชิงบวกนี้ เนื่องจากเป็นตลาดที่เน้นกลุ่มดั้งเดิมและมีเงินปันผลที่ค่อนข้างสูง ทำให้มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นเทค แถมกลุ่มดั้งเดิมส่วนใหญ่ อาทิ กลุ่ม ENERG, BANK, COMM, FOOD และ HELTH เป็นต้น ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและทนทานกับภาวะเศรษฐกิจอีกด้วย
ดอกเบี้ยสหรัฐ ดัน SET Index ปรับขึ้นแบบกระจายตัว
หากนำแนวทางลงทุนข้างต้นมามาเชื่อมโยงกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรก บล.ทิสโก้ เชื่อว่า จะเห็นการสลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ทำให้การขึ้นของ SET Index ในช่วงครึ่งปีหลังจะกระจายตัวและมีคุณภาพมากขึ้นแม้ภาพรวม SET Index อาจไม่ได้ไปไหนไกลก็ตาม
เป้าหมาย SET Index สิ้นปีนี้ที่ 1,600 จุด
เพราะหุ้นกลุ่ม ETRON หลัก ๆ คือ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง สำหรับกลุ่มที่น่าสนใจในครึ่งปีหลัง บล.ทิสโก้มองหุ้นกลุ่ม Laggards ที่เกี่ยวข้องกับธีม Domestic & Recovery Plays แนะนำ HELTH , TOURISM , COMM และ ICT เป็นต้น ส่วนกลุ่ม Leading ที่บล.ทิสโก้ยังชอบอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง คือ BANK และ TRANS
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/278785
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา