2 ก.ค. เวลา 09:26 • ท่องเที่ยว

Balkan ในความทรงจำ (25)…|Croatia: Trogir: City Loggia จากศาลดลางเมือง สู่เวทีแห่งเสียวเพลงขิงชาวดับเมเชี่ย

เมื่อเดินออกจากมหาวิหารเซนต์ลอว์เรนซ์แล้วหันกลับมามองฝั่งตรงข้ามของ John Paul II Square จะเห็นอาคารเปิดโล่งหลังหนึ่ง มีเสาหินเรียงรายรองรับหลังคาไม้เก่าแก่ ดูเรียบง่ายกว่ามหาวิหาร แต่กลับมีเสน่ห์ไม่แพ้กัน
สถานที่แห่งนี้คือ City Loggia (Gradska Loža) หรือ “ลอจเจียประจำเมือง” ซึ่งเปรียบเสมือนห้องรับแขกกลางแจ้งของชาว Trogir มานานกว่า 600 ปี
หากมหาวิหารเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธา City Loggia ก็คือศูนย์กลางของชีวิตผู้คน เป็นสถานที่ที่การเมือง การปกครอง การค้าขาย และวิถีชีวิตประจำวันเคยมาบรรจบกัน
ในช่วงศตวรรษที่ 14 และ 15 ซึ่ง Trogir อยู่ภายใต้อิทธิพลของสาธารณรัฐเวนิส ลอจเจียแห่งนี้ทำหน้าที่เสมือนศาลาว่าการกลางเมือง
ผู้พิพากษาและผู้ปกครองจากเวนิสจะนั่งพิจารณาคดี ประกาศกฎหมาย รับรองเอกสารสำคัญ และทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินต่อหน้าสาธารณชน
ว่ากันว่า บริเวณเสาหินด้านนอกเคยมีการล่ามโซ่ผู้กระทำความผิดเล็กน้อยไว้ให้ชาวเมืองพบเห็น เพื่อเป็นการลงโทษและเตือนใจผู้คนในสังคม
แม้เวลาจะผ่านมาหลายศตวรรษ แต่เมื่อก้าวเข้าไปภายในโถงโล่งแห่งนี้ กลิ่นอายของอดีตก็ยังคงอบอวลอยู่
หลังคาไม้โบราณซึ่งทาสีฟ้าอมเขียว ประดับลวดลายดอกไม้และวงกลมสีทองอย่างอ่อนช้อย ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงาม ขณะที่เสาหินเก่าแก่ซึ่งรองรับหลังคามาตั้งแต่ยุคกลาง ยังคงยืนหยัดเงียบ ๆ ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา
บนผนังด้านในมีผลงานประติมากรรมหินอ่อนชิ้นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เป็นแผ่นหินแกะสลักสไตล์เรอเนสซองส์ ผลงานของ Nikola Firentinac ประติมากรเอกผู้ฝากผลงานไว้หลายแห่งในดัลเมเชีย
ตรงกลางของแผ่นสลักคือ สิงโตแห่งเซนต์มาร์ก สัญลักษณ์แห่งสาธารณรัฐเวนิส รายล้อมด้วยรูปนักบุญลอว์เรนซ์และนักบุญจอห์นแห่งโตรกีร์ ผู้เป็นองค์อุปถัมภ์ของเมือง สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างเมือง Trogir กับเวนิสในอดีต
อีกมุมหนึ่งของลอจเจีย ยังมีประติมากรรมของ บิชอป Petar Berislavić ผลงานของประติมากรผู้ยิ่งใหญ่ Ivan Meštrović เพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษผู้ปกป้องดินแดนโครเอเชียจากการรุกรานของจักรวรรดิออตโตมัน
แม้ครั้งหนึ่งที่นี่จะเคยเป็นสถานที่แห่งการตัดสินคดีความ แต่บรรยากาศในวันนี้กลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
City Loggia กลายเป็นมุมพักผ่อนอันร่มรื่นของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยว หลายคนนั่งหลบแดดใต้ชายคา บ้างนั่งพูดคุย บ้างหยุดพักหลังจากเดินชมเมืองเก่ามาทั้งวัน
สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีชีวิตชีวาที่สุด คือเสียงเพลง
ด้วยโครงสร้างแบบโถงเปิด เสาหิน และหลังคาไม้สูง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีคุณสมบัติทางเสียงที่ยอดเยี่ยม เสียงร้องสามารถก้องกังวานได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยแทบไม่ต้องใช้เครื่องขยายเสียง
ในช่วงเย็น นักท่องเที่ยวที่โชคดีอาจได้พบกับวง Klapa วงขับร้องประสานเสียงพื้นเมืองของแคว้นดัลเมเชีย ซึ่งใช้เพียงเสียงมนุษย์ล้วน ๆ โดยไม่มีเครื่องดนตรีประกอบ
บทเพลงรักเก่าแก่ที่ขับขานเป็นภาษาโครเอเชีย ค่อย ๆ ลอยก้องไปทั่วจัตุรัส ผ่านเสาหิน ผ่านกำแพงโบราณ และแทรกตัวไปกับสายลมจากทะเลเอเดรียติก
เสียงเพลงที่เรียบง่ายเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ โดยองค์การยูเนสโก และถือเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ชายฝั่งดัลเมเชียมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับเราแล้ว City Loggia อาจไม่ใช่อาคารที่โอ่อ่าที่สุดใน Trogir และไม่ได้มีรายละเอียดวิจิตรตระการตาเหมือนมหาวิหารเซนต์ลอว์เรนซ์
แต่ที่นี่มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง
เป็นเสน่ห์ของพื้นที่ซึ่งเคยเห็นทั้งความยุติธรรม ความขัดแย้ง การค้าขาย การเมือง และการเปลี่ยนผ่านของประวัติศาสตร์ ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนมานั่งพัก ฟังเสียงเพลง และปล่อยให้เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านอย่างไม่เร่งรีบ
บางครั้ง…ความงดงามของเมืองเก่า ก็ไม่ได้อยู่ที่สิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ผู้คน เสียงเพลง และเรื่องราวที่ยังคงมีชีวิตอยู่ภายใต้ร่มเงาของอาคารหินเก่าแก่แห่งนี้ไม่ต่างจากเมื่อหลายร้อยปีก่อนเลยค่ะ
โฆษณา