3 ก.ค. เวลา 01:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Advanced Reading : เกิดอะไรขึ้นกับเงินเยน ?

ในช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จนตอนนี้แตะระดับ 163 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 1990 เหตุการณ์ในครั้งนี้เกิดจากอะไร แล้วเราจะทำยังไงต่อ
Mr. เต่า สรุปเนื้อหาให้อ่าน ดังนี้ครับ
เงินเยนอ่อนค่าจากอะไร ?
• ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ขึ้นดอกเบี้ยช้ากว่าประเทศอื่น = ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเทียบกับประเทศเศรษฐกิจหลักกว้างขึ้น
• สัดส่วนหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นที่อยู่ในระดับสูง = คิดเป็นสัดส่วนเกิน 200% ของ GDP และปัญหาขาดดุลงบประมาณ กดดันมูลค่าของค่าเงินเยนในระยะยาว
• เงินเฟ้อเร่งตัว = ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงครามอิหร่าน ทำให้ราคาสินค้าในญี่ปุ่นแพงขึ้น เพราะต้องนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 95%
• สถานะสัญญาชอร์ตค่าเงินเยนเพิ่มขึ้น = กองทุนที่มีนโยบายลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง หรือกองทุน Hedge Fund เพิ่มสถานะสัญญาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า ว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงอีก โดยตลาดออปชันประเมินว่ามีโอกาส 15% ที่เยนจะร่วงไปถึง 180 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในหนึ่งปี
• นักลงทุนนิยมใช้เงินเยนเป็นสกุลเงินทำ Carry Trade = คือการกู้เงินเยนที่จ่ายดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำเงินไปลงทุนในตลาดที่ให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่า ยังเป็นที่นิยม ทำให้เงินเยนอ่อนค่าลง
กองทุนสถาบัน เพิ่มสถานะชอร์ตเงินเยนมากสุดตั้งแต่กลางปี 2024 - ภาพจาก Bloomberg.com
นักวิเคราะห์มองยังไง ?
• นักวิเคราะห์ในตลาดมองว่า เงินเยนมีโอกาสอ่อนค่าลงไปที่ 170-200 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปลายปีนี้ โดยบริษัทการเงินหลักที่มองแย่ที่สุด คือ Sumitomo Mitsui Financial Group ที่คาดว่าเงินเยนจะอ่อนลงไปแตะ 180 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในระยะต่อไป
• นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่า การที่ทางการญี่ปุ่นเข้ามาแทรกแซงตลาด อาจไม่ได้ผลระยะยาว และจะเป็นเพียง "การชะลอความเร็วของการอ่อนค่าเงินเยน" ได้ชั่วคราวเท่านั้น และความเสี่ยงที่แท้จริง คือ หากแทรกแซงแล้วล้มเหลว ตลาดจะยิ่งหมดความเชื่อมั่นมากขึ้น
• ขณะที่ตลาดก็เริ่มมองเช่นกันว่า เงินเยนมีโอกาสอ่อนค่าลงไปถึงระดับ 200 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งเป็นระดับที่เคยเกิดขึ้นล่าสุดในปี 1986
Mr. เต่า มองว่ายังไง ?
ผมมองว่า การอ่อนค่าของเงินเยนจะเป็น “ปัจจัยกดดันระยะสั้น” ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีโอกาสถูกเทขายในระยะข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นญี่ปุ่นประกอบด้วยกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี สินค้าอุปโภคบริโภค และการเงิน ที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีโอกาสเติบโต ทำให้เชื่อว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นจะยังได้แรงหนุนจากผลประกอบการของหุ้นเหล่านี้ที่จะขยายตัวในอนาคต
สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการกระจายการลงทุนออกจากหุ้นสหรัฐฯและยุโรป แนะนำ “เพิ่มสัดส่วนหุ้นญี่ปุ่น” เมื่อตลาดย่อตัวรอบนี้ โดยส่วนตัว ผมลงทุนอยู่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นผ่านกองทุนรวมดัชนีไว้บางส่วน เพราะเชื่อว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่นน่าสนใจและใช้ในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตได้ดีครับ
โชคดีในการลงทุนนะครับ
Mr. เต่า
ค้นหาบทความเต่าน้อยลงทุนผ่าน Facebook ได้อีกช่องทางที่
#อัพเดตการลงทุน #เต่าน้อยลงทุน #ลงทุน #การลงทุน #กองทุนรวม #ข่าวต่างประเทศ #หุ้น #ตลาดหุ้นโลก #กองทุนรวม #ข่าวการลงทุน #ข่าวเศรษฐกิจ #เศรษฐกิจโลก #ญี่ปุ่น #เงินเยน #NewsinThai
ติดตามเพจ “เต่าน้อยลงทุน” ได้ที่
โฆษณา