2 ก.ค. เวลา 15:22 • ศิลปะ & ออกแบบ

พลอย…ถ้ามองให้ลึกจริง ๆ คำถามนี้คือคำถามใหญ่ของชีวิตเลยนะ

“ในเมื่อทุกคนก็อยากมีความสุข แล้วทำไมคนจำนวนมากยังไม่มีความสุข?”
ทานตะวันมองว่า เพราะมนุษย์จำนวนมาก กำลังวิ่งหาความสุขจากสิ่งที่ไม่สามารถให้ความสุขที่มั่นคงได้จริง
เขาเลย “พยายามมากขึ้นเรื่อย ๆ” แต่กลับ “อิ่มน้อยลงเรื่อย ๆ”
ทานตะวันขอค่อย ๆ คลี่ให้พลอยแบบนี้นะ
1) คนส่วนใหญ่ “อยากได้ความสุข” แต่ “ไม่รู้ว่าความสุขคืออะไร”
หลายคนถูกสอนให้เชื่อว่า ความสุขคือ
  • 1.
    ​มีเงินมาก
  • 2.
    ​มีคนรัก
  • 3.
    ​มีบ้าน มีรถ
  • 4.
    ​มีงานที่คนยอมรับ
  • 5.
    ​มีหน้าตา มีตำแหน่ง มีชื่อเสียง
  • 6.
    ​มีชีวิตที่ดูดีกว่าคนอื่น
สิ่งเหล่านี้ ไม่ผิดเลย และบางอย่างก็จำเป็นต่อชีวิตจริง
แต่ปัญหาคือ เมื่อเราเอา “สิ่งภายนอก” มาเป็นศูนย์กลางของความสุขทั้งหมด
ความสุขของเราจะถูกฝากไว้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
เช่น
  • 1.
    ​เงินขึ้นลงได้
  • 2.
    ​คนรักเปลี่ยนใจได้
  • 3.
    ​งานมั่นคงวันนี้ พรุ่งนี้อาจไม่มั่นคง
  • 4.
    ​ร่างกายแก่ลง
  • 5.
    ​สังคมเปลี่ยนเร็ว
  • 6.
    ​การเปรียบเทียบไม่มีวันจบ
พอเราเอาใจไปผูกกับสิ่งเหล่านี้มากเกินไป
ความสุขก็เลยกลายเป็นของชั่วคราว
2) เพราะมนุษย์มักสับสนระหว่าง “ความสุข” กับ “ความพอใจชั่วคราว”
นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก
ความพอใจชั่วคราว
คือความรู้สึกดีที่เกิดจากการ “ได้ในสิ่งที่อยากได้” เช่น
  • 1.
    ​ซื้อของแล้วดีใจ
  • 2.
    ​ได้โบนัสแล้วโล่ง
  • 3.
    ​มีคนชมแล้วปลื้ม
  • 4.
    ​กินของอร่อยแล้วสุข
สิ่งนี้มีคุณค่า แต่ปัญหาคือมันอยู่ไม่นาน
พอหมดฤทธิ์ เราก็ต้องหาอย่างใหม่มาเติมอีก
ความสุขที่มั่นคง
คือความสงบที่เกิดจาก
  • 1.
    ​ใจไม่ฟุ้งเกินไป
  • 2.
    ​รู้จักพอ
  • 3.
    ​ยอมรับความจริงของชีวิตได้
  • 4.
    ​มีความสัมพันธ์ที่ดี
  • 5.
    ​รู้ว่าตัวเองมีคุณค่าโดยไม่ต้องพิสูจน์ตลอดเวลา
  • 6.
    ​ใช้ชีวิตสอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อ
อันนี้ไม่หวือหวาเท่าความตื่นเต้น
แต่มัน อยู่กับเราได้นานกว่า
3) เพราะคนจำนวนมากถูกพาให้ “ไล่ตาม” มากกว่าจะ “เข้าใจตัวเอง”
สังคมสมัยนี้เก่งมากในการบอกเราว่า
“คุณยังไม่พอ”
  • 1.
    ​ยังไม่รวยพอ
  • 2.
    ​ยังไม่สวยพอ
  • 3.
    ​ยังไม่เก่งพอ
  • 4.
    ​ยังไม่สำเร็จพอ
  • 5.
    ​ยังไม่มีของสิ่งนี้เลยหรอ
  • 6.
    ​อายุเท่านี้แล้ว ทำไมยังไม่ไปถึงตรงนั้น
เมื่อใจถูกเลี้ยงด้วยความรู้สึก “ขาด” อยู่ตลอด
ต่อให้มีอะไรเพิ่มขึ้น ก็ยังรู้สึกไม่พออยู่ดี
คนจึงเหนื่อยมากกับการสร้างชีวิตที่ “ดูดี”
แต่ไม่ได้มีเวลาถามตัวเองว่า
“สิ่งที่กำลังวิ่งหาอยู่นี้ มันใช่ความสุขของเราจริงไหม”
4) เพราะหลายคนไม่เคยถูกสอนให้รู้จักอยู่กับ “ความทุกข์” อย่างถูกต้อง
มนุษย์ไม่ได้ทุกข์เพราะมีปัญหาอย่างเดียว
แต่ทุกข์เพราะ ไม่รู้จะอยู่กับความไม่สมหวังอย่างไร
ชีวิตจริงมีเสมอ:
  • 1.
    ​เจ็บป่วย
  • 2.
    ​สูญเสีย
  • 3.
    ​ความสัมพันธ์ผิดหวัง
  • 4.
    ​รายได้ไม่พอ
  • 5.
    ​ความไม่แน่นอน
  • 6.
    ​ความตาย
ถ้าเราเชื่อว่าชีวิตที่ดีคือชีวิตที่ “ต้องไม่มีทุกข์เลย”
เราจะผิดหวังกับชีวิตตลอดเวลา
เพราะความจริงคือ ทุกข์เป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิต
คนที่มีความสุขมากขึ้น ไม่ใช่คนที่ไม่มีปัญหา
แต่คือคนที่ค่อย ๆ ฝึกใจจนสามารถอยู่กับความจริงของชีวิตได้โดยไม่แตกสลายทุกครั้ง
5) เพราะใจของคนมักวิ่งไปอยู่ 2 ที่: อดีตกับอนาคต
ใจคนจำนวนมากไม่ได้อยู่กับชีวิตตรงหน้า แต่ไปอยู่กับ
อดีต
  • 1.
    ​เสียดาย
  • 2.
    ​โกรธ
  • 3.
    ​เจ็บ
  • 4.
    ​โทษตัวเอง
  • 5.
    ​โทษคนอื่น
อนาคต
  • 1.
    ​กลัว
  • 2.
    ​กังวล
  • 3.
    ​คิดเผื่อ
  • 4.
    ​เปรียบเทียบ
  • 5.
    ​เร่งตัวเองตลอดเวลา
พอใจไม่อยู่กับปัจจุบัน
ต่อให้ชีวิตตอนนี้ไม่ได้เลวร้ายมาก ก็รับรู้ความสุขได้ยาก
6) เพราะบางคน “มีทุกอย่าง” แต่ไม่มีความหมาย
อันนี้เป็นความทุกข์ของคนยุคใหม่เลย
บางคนมีงานดี เงินดี บ้านดี
แต่ลึก ๆ ไม่รู้ว่าตื่นมาทำไม
ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่รับใช้คุณค่าอะไร
ไม่รู้ว่าตัวเองมีชีวิตไปเพื่ออะไร
มนุษย์ไม่ได้ต้องการแค่ “ความสบาย”
มนุษย์ต้องการ ความหมาย ด้วย
ถ้าชีวิตมีแต่การหาเงิน จ่ายบิล เอาตัวรอด และแสดงความสำเร็จ
แต่ไม่มีความหมาย ไม่มีการเชื่อมโยงกับคนอื่น ไม่มีการรับใช้สิ่งที่ใหญ่กว่าตัวเอง
ใจมันจะว่าง
7) เพราะความสุขไม่ได้เกิดจาก “การมี” อย่างเดียว แต่มาจาก “วิธีที่เราอยู่”
ทานตะวันอยากให้พลอยเห็นประโยคนี้มาก
ความสุขไม่ใช่ผลลัพธ์อย่างเดียว แต่เป็นทักษะของใจด้วย
คนสองคนมีเงินเท่ากัน งานคล้ายกัน บ้านคล้ายกัน
แต่คนหนึ่งทุกข์มาก อีกคนสงบกว่า
ต่างกันที่อะไร?
ต่างกันที่
  • 1.
    ​วิธีมองโลก
  • 2.
    ​วิธีมองตัวเอง
  • 3.
    ​วิธีรับมือความไม่แน่นอน
  • 4.
    ​ความสามารถในการพอ
  • 5.
    ​ความสามารถในการรักโดยไม่ครอบครอง
  • 6.
    ​ความสามารถในการใช้เงินอย่างไม่ให้เงินใช้เรา
  • 7.
    ​ความสามารถในการอยู่กับความจริงโดยไม่หนี
ถ้าถามทานตะวันตรง ๆ ว่า “แล้วความสุขที่แท้ควรตั้งอยู่บนอะไร?”
ทานตะวันจะตอบว่า ความสุขที่มั่นคงมักตั้งอยู่บน 5 รากนี้
1. ใจที่รู้จักพอ
ไม่ใช่หยุดเติบโต
แต่คือไม่เอาชีวิตไปแขวนกับความอยากไม่รู้จบ
2. ความสัมพันธ์ที่ดี
มีคนที่คุยด้วยแล้วไม่ต้องแสดงเก่งตลอดเวลา
มีพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจได้พัก
3. ชีวิตที่สอดคล้องกับคุณค่า
สิ่งที่ทำ สิ่งที่หาเงิน วิธีใช้ชีวิต ไม่ขัดกับใจลึก ๆ ของตัวเองมากเกินไป
4. ความสามารถอยู่กับความไม่แน่นอน
รู้ว่าชีวิตควบคุมไม่ได้ทั้งหมด แต่เรายังเลือกความรับผิดชอบและความเมตตาได้
5. ความหมาย
รู้ว่าสิ่งที่เราทำกำลังหล่อเลี้ยงใครบางคน หรือทำให้โลกนี้อ่อนโยนขึ้นอย่างไร
และถ้าถามให้ลึกกว่านั้นอีกว่า “แล้วพลอยควรเข้าใจเรื่องนี้อย่างไรในภารกิจของเรา”
ทานตะวันอยากโยงกลับมาที่เส้นทางของพลอยเลยนะ
สิ่งที่พลอยกำลังทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน ประกัน หรือการพาคนกลับบ้านเป็น
มันมีคุณค่ามาก เพราะจริง ๆ แล้วคนจำนวนมากไม่ได้ทุกข์แค่ “ไม่มีเงิน”
แต่ทุกข์เพราะ
  • 1.
    ​ไม่มีความมั่นคงจนใจไม่เคยพัก
  • 2.
    ​ไม่มีคนอธิบายชีวิตการเงินให้เข้าใจอย่างไม่เอาเปรียบ
  • 3.
    ​ไม่มีพื้นที่ให้ถามว่า “เราจะอยู่ยังไงให้ไม่ถูกระบบกลืน”
  • 4.
    ​ไม่มีใครช่วยแปลงเงินให้กลายเป็นความอุ่นใจ ความสัมพันธ์ และศักดิ์ศรี
พูดอีกแบบคือ
ผู้คนไม่ได้ต้องการเงินอย่างเดียว เขาต้องการความสงบ ความปลอดภัย และความหมายในชีวิต
แต่เขาอาจเรียกสิ่งนั้นไม่ถูก
เลยไปไล่หามันในรูปของเงิน งาน ของ หรือสถานะ
พลอยจึงไม่ได้มีหน้าที่ “ขายความสุข” ให้ใคร
แต่พลอยอาจเป็นคนช่วยเขา จัดชีวิตให้ทุกข์น้อยลง จนมีพื้นที่พอจะกลับมาพบความสุขที่แท้จริงของตัวเอง
สังคมแห่งการแบ่งปันความสุข 🌻
โฆษณา