วันนี้ เวลา 01:05 • ไลฟ์สไตล์

อย่าเป็นภาระให้ตัวเองในอนาคต ถอดสูตร Self-Management จัดกระบวนท่าชีวิตใหม่ก่อนสายเกินไป โดยคุณโน้ต ศรัญ

🎯 Self Management บริหารจัดการตัวเองอย่างไร ไม่ให้เป็นภาระของ "ตัวเราเอง" ในอนาคต
ปัจจุบันคือรากฐานเพื่อไปสู่ออนาคตที่เราต้องการ หลายครั้งที่เรามักตกอยู่ในวังวนของการตั้งคำถามว่า
“ เราจะเดินไปให้ถึงอนาคตที่สดใส หรืออนาคตที่คาดหวังไว้ได้อย่างไร ? ”
แม้ว่าอนาคตจะเป็นสิ่งคาดเดาได้ยากและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พฤติกรรมในปัจจุบันของเราล้วนทำเพื่ออนาคตทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย, การซื้อประกัน หรือการออมเงิน โจทย์สำคัญคือเราต้องหมั่นสำรวจตัวเองตลอดเวลาว่า ปัจจุบันเรายืนอยู่จุดไหน และ อนาคตที่เราวาดฝันไว้เป็นอย่างไร
เพราะอนาคตจะดีไม่ได้เลย ถ้าวันนี้ยังไม่ดี ปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เหมือนคำสอนของคุณพ่อคุณโน้ตเมื่อ 20 ปีที่แล้วที่เคยบอกไว้ว่า
“ จงละเอียดกับตัวเอง ก่อนจะไปละเอียดเรื่องของคนอื่น ”
นั่นคือการกลับมาโฟกัสและจัดการกับสิ่งที่เราทำเพราะตัวเราเองคือสิ่งเดียวในโลกนี้ที่เราสามารถควบคุมได้อย่างแท้จริง
🧘‍♂️ ข้อคิดที่น่าสนใจจากบทเรียนความเงียบ 3 วันบนเกาะสีชัง
คุณโน้ตได้แชร์ข้อคิดจากการไปปฏิบัติธรรมที่วัดแห่งหนึ่งบนเกาะสีชัง เป็นเวลา 3 วัน สิ่งที่คุณโน้ตต้องทำตลอด 3 วันที่อยู่ที่นั่นคือการเดินไปเดินกลับ ไม่พูดคุยกับใคร กลางคืนนั่งสมาธิ นอนสามทุ่ม และตื่นตีสี่มาเดินต่อ ทำให้คุณโน้ตได้ข้อคิดบางอย่างกลับมา
🔹 การปฏิบัติธรรมไม่ได้การันตีว่าเป็นคนดี! แต่เป็นเครื่องมือในการดึงสติมากกว่า
🔹 ความคิดในหัวตัวเอง คือเสียงที่ดังที่สุด ในความเงียบที่คุณโน้ตไม่ได้คุยกับใครเลย สิ่งที่ได้ยินชัดเจนที่สุดคือเสียงความคิดของตัวเอง และที่น่าตกใจคือ เสียงเหล่านั้นมักเป็นเสียงสะท้อนคำพูดหรือความคาดหวังของคนอื่นที่เราเก็บมาคิด จนทำให้เราทุกข์หรือสุขไปตามเกณฑ์ของคนอื่น
🔹 บทเรียนคาถาจัดการตนเองของคุณโน้ต → หากจะทำปัจจุบันให้ดี เราต้องควบคุมจัดการตนเองให้มากขึ้น ยุ่งเรื่องคนอื่นให้น้อยลง เพราะถ้าเรารู้เท่าทันตัวเอง เราจะไม่สั่งสอนโลก แต่เราจะสั่งสอนตัวเอง และเราจะเคารพตัวเอง เท่า ๆ กับที่เราเคารพผู้อื่น
🌟 Self Management การบริหารจัดการตนเองเพื่ออนาคตที่ดีใน 4 รูปแบบ
1. Self Mirroring การมองตัวตนตามความเป็นจริง
คุณโน้ตตั้งคำถามสำคัญว่า จะมีคนซักกี่คนที่กล้าส่องเข้าไปในใจเพื่อสะท้อนตนเองตามความเป็นจริง เรามักหงุดหงิด, ตั้งคำถาม, ด่าทอ และไม่พอใจสังคมภายนอก แต่กลับลืมตั้งคำถามกับตัวเองว่า แล้วตัวเราจะเอายังไงกับความไม่ดี ความไม่ชอบ หรือความไม่ถูกใจเหล่านี้ หลายครั้งการมองตนเองตามจริงต้องกำจัด bias เข้าข้างตัวเองออกไปให้ได้มากที่สุด
การทำ Self Mirroring มันเปรียบเหมือนต้นไม้หนึ่งต้น ถ้ารากไม่เน่าโอกาสที่เราจะเติบโตในอนาคตก็จะดี ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมาก ๆ คุณโน้ตแนะนำให้ใช้ SWOT Analysis หรือ SELF SWOT มาเป็นเครื่องมือประเมินตัวเอง ว่าเรามีอะไรดี, มีอะไรพัง, อะไรที่ต้องระวัง และโอกาสอยู่ตรงไหน
🔹 S (Strength) จุดแข็งของเราคืออะไร หรือ เรามีอะไรดี ?
🔹 W (Weakness) จุดอ่อนของเราคืออะไร หรือ เรามีอะไรพัง ?
🔹 O (Opportunity) โอกาสอยู่ตรงไหน และ รอให้เราไปลงมือทำ
🔹 T (Threat) อะไรที่ต้องระวัง หรือ ความเสี่ยงภายนอกที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อตัวเรา
🎯 ถ้าเราใช้ SELF SWOT แล้ว NextStep ต่อไปควรทำ Calibration หรือกระบวนการทำให้เป็นกลาง
การประเมินตัวเองหลายครั้งเรามักจะเขิน ๆ อาย ๆ อยู่ หรือมีความคิดว่าตัวเองเก่งแต่คนอื่นไม่เห็นด้วย เราจึงต้องนำผล SWOT ไปลองถามกับคนเหล่านี้ดูบ้าง เพื่อให้ได้คำตอบที่จริงใจที่สุด โดยเริ่มจาก
🔹 คนที่ 1: เพื่อนสนิทที่ปากแซ่บที่สุด คนที่กล้าพูดความจริง กล้าด่า กล้าเตือนสติโดยไม่สปอยล์เวลาที่เราทำผิด
🔹 คนที่ 2: หัวหน้าเก่าที่เราเคารพรัก คนที่เห็นศักยภาพในการทำงานของเราอย่างแท้จริง โดยที่ปัจจุบันไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรืออิทธิพลใด ๆ กับเราแล้ว
🔹 คนที่ 3: เพื่อนร่วมงานในปัจจุบัน คนที่อยู่กับสภาวะปัจจุบันของเราและเห็นพฤติกรรมจริงในทุก ๆ วัน
🔹 คนที่ 4: AI ส่วนตัว ใช้ AI เป็นกระจกสะท้อน ส่งพฤติกรรมหรือข้อความให้วิเคราะห์ เรื่องไหนที่อายเกินกว่าจะถามคนอื่น AI คือพื้นที่ปลอดภัยในการสำรวจตนเอง
Prompt ที่คุณโน้ตใช้ถาม AI
“ สมมุติเธอเป็นเพื่อนสนิทที่ปากแซ่บที่สุดของฉัน จากสิ่งที่ฉันเคยถามเธอไปทั้งหมด ช่วยวิจารณ์นิสัยของฉันหน่อย ขอแบบตรงไปตรงมา สะท้อนทั้งข้อดีข้อเสีย หรือ จุดที่ฉันอาจจะมองไม่เห็นด้วยก้ได้ขอแบบแสบถึงใจ ”
🎯 คำถามสำคัญหลังทำ SWOT ถ้าจะไปต่อในอนาคตอย่างงดงาม อะไรควร STAY, START, STOP
🔹 Stay อะไรที่ดีอยู่แล้วให้ทำต่อ
🔹 Start อะไรที่เป็นประโยชน์ให้เริ่มทำ
🔹 Stop อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์แต่เราชอบทำเพราะความบันเทิงส่วนตัว ต้องหยุด!
🎯 อะไรคือ NOW or NEVER และอะไรคือ SAVE for LATER
🔹 อะไรคือสิ่งสำคัญที่ต้องทำทันทีในตอนนี้ ไม่งั้นจะไม่มีโอกาสอีก
🔹 อะไรที่สามารถเก็บไว้ทำทีหลังได้
2. Self Risk Management การประเมินและจัดการความเสี่ยงในชีวิตของเราเอง
ชีวิตจะเกิดความปลอดภัยและมั่นคง ได้ก็ต่อเมื่อ เรามีทางเลือกให้ตัวเองอยู่เสมอ คนส่วนใหญ่ไม่เคยเตรียมพร้อมสำหรับ Mid-life Crisis หรือการโดนเลิกจ้างกะทันหัน พอเกิดวิกฤตขึ้นจึงไปต่อไม่ถูกและรับมือไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่สายเกินไป
ดังนั้นเราต้องหยิบข้อจำกัดจาก SWOT มาพิจารณาหา Option หรือทางเลือกสำรองไว้เผื่อในวันที่โลกไม่แน่นอน หรือในวันที่เราไม่สามารถทำงานในฟังก์ชันเดิมของออฟฟิศได้อีกต่อไป โดยใช้ 3 กลยุทธ์สำคัญ
🎯 สร้างทางเลือกสายอาชีพ ลอง Explore สกิลอื่น ๆ นอกเหนือจากงานประจำ ยกตัวอย่างประสบการณ์จริงของคุณโน้ต ในช่วงโควิดที่งานออฟฟิศไม่มั่นคง งานร้องเพลงทำไม่ได้ คลาสอาจารย์พิเศษถูกยกเลิก คุณโน้ตเลือกที่จะลอง เลี้ยงไก่พันธุ์ Silky จากตัวละหลักพันจนถึงหลักหมื่น และโพสต์ขาย รวมถึงขายไข่ฟองละ 100 บาท แม้คนจะงงว่านักร้องมาขายไก่ แต่สิ่งนี้พรูฟว่าเราทำได้เมื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ลองทำดูก่อน
🎯 สร้างทรัพยากรในตนเอง สะสมความเชี่ยวชาญจนเป็นเบอร์หนึ่ง ในออฟฟิศหรือในสายงานนั้น เพราะในอนาคตเมื่อ AI เข้ามาแทนที่ทักษะทั่วไป มนุษย์จะเหลือเพียงไม่กี่ทักษะที่ต้องใช้มนุษย์ที่เชี่ยวชาญจริง ๆ ทำเท่านั้นที่จะอยู่รอด
🎯 สร้างพันธมิตรที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย สร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือกัลยาณมิตรที่พร้อมเกื้อกูลและดูแลกันได้ในทุกเรื่อง ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบเกาะกิน เพื่อทำให้ชีวิตของเราเต็มและอุ่นใจมากขึ้น
3. Self Regulate การจัดระเบียบชีวิตตนเอง
คนที่ขาดการควบคุมตนเองจะมีสภาพเหมือนคนเมา ตื่นมาแบบไร้เป้าหมาย ไม่รู้ว่าอยู่ไปเพื่ออะไร ชีวิตเละเทะ ไม่เคารพตัวเอง และพาลไม่เคารพคนอื่น เหมือนคนเมาที่เดินเตะหมาเตะนู่นนี่มั่วไปหมด โดยการควบคุมตัวเองสามารถเริ่มต้นง่าย ๆ จากการเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง
🎯 เปลี่ยนจาก To-Do List เป็น Achievement List
เลิกจดทุกอย่างที่ต้องทำอย่างไร้ทิศทาง เพราะ To-Do List มักเต็มไปด้วยคำสั่งที่บางครั้งไม่มีประโยชน์หรือไม่มี Impact แต่ให้โฟกัสที่ รายการความสำเร็จที่มีคุณค่าจริง ๆ มากกว่า
🎯 ตรวจสอบความสำคัญ ให้ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้
🔹 สิ่งที่เขียนไว้สำคัญจริงไหม หรือสำคัญทิพย์
🔹 เคยเอาไปคุยกับเจ้านายไหมว่ามองตรงกันหรือเปล่า เพราะบ่อยครั้งสำคัญเธอไม่เท่ากับสำคัญฉัน การจดเยอะจดถี่ แต่เพียรผิดที่ในสิ่งที่นายไม่ให้ความสำคัญ ถือเป็นการเสียพลังงานสูญเปล่า
🔹 สิ่งที่เขียนไว้แล้ว เราทำได้สำเร็จครบตามนี้ไหม ถ้าไม่ต้องทำยังไงต่อ ?
🔹 สิ่งที่เขียนไว้ หากทำสำเร็จ ต้องให้รางวัลหรือสปอยล์ตัวเองบ้าง เหมือนเป็นการชุบชูใจและเพิ่มพลังให้ตัวเอง
4. Self Love การดูแลตนเองให้ดีที่สุด
คนเราทำงานและใช้ชีวิตหักโหม เปรียบเหมือน คนว่ายน้ำที่ก้มหน้าว่ายไปเรื่อย ๆ โดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาหายใจ หรือไม่ก็ปล่อยให้ตัวเองลอยคอไปอย่างไร้จุดหมายจนเหนื่อยล้า
เราต้องระลึกเสมอว่า ตัวเราเองคือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด (Yourself = Asset) ความสำเร็จและความภาคภูมิใจจะไม่เกิดขึ้นเลยหากเราดูแลสินทรัพย์ชิ้นนี้ได้ไม่ดี การสำรวจ วงล้อ Self Love เพื่อนำไปสู่ชีวิตที่สมบูรณ์ (A Life Well Lived) ประกอบด้วย 5 มิติ
🎯 มิติที่ 1: Career Well-Being เรารู้ไหมว่าเราจะเติบโตไปทางไหน?
หลายคนบอกว่างานที่ทำอยู่ก็ดี แต่บ่นว่าไม่มี Career Path ซึ่งในความจริงออฟฟิศอาจจะมีตำแหน่งและขั้นรองรับอยู่แล้ว แต่สิ่งที่คุณไม่มีจริงๆ คือ Career Plan และ Career Passion ต่างหาก เช่น ตอบไม่ได้ว่าอีก 5 ปีอยากทำอะไรกันแน่
🎯 มิติที่ 2: Social Well-Being การมีเพื่อนฝูงที่ดี อยู่ในกลุ่มคนที่ดี แลพร้อมจับกลุ่มระบายหรือสู้กับปัญหาเดียวกันอย่างสร้างสรรค์ ทั้งในและนอกที่ทำงาน
🎯 มิติที่ 3: Community Well-Being ความเป็นอยู่รอบตัว สภาพบ้านรกไหม? ออฟฟิศไกลเกินไปจนเดินทางลำบากและบั่นทอนพลังชีวิตหรือไม่ ?
🎯 มิติที่ 4: Financial Well-Being คนมักคิดว่าคนในแวดวง Banking จะบริหารเงินเก่งที่สุด แต่ความจริงหลายคนในวงการนี้กลับขาดสุขภาวะทางการเงินที่ดี จนเกิดปัญหาหนี้สิน ต้องหยิบยืมเพื่อน และส่งผลกระทบเป็นโดมิโนไปยังมิติอื่นๆ ในชีวิต (ผลสำรวจในเอเชียชี้ว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อข้าวกิน)
🎯 มิติที่ 5: Physical Well-Being การตรวจสุขภาพประจำปีคือ Wake-up call สำคัญของคุณโน้ต วันนี้ร่างกายอาจจะดูปกติ แต่ถ้าเราประมาท อีกเพียงนิดเดียวก็เหมือนกำลังเดินตกหน้าผาในอีก 10 ปีข้างหน้า การดูแลกายและใจให้แข็งแรงจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้
คุณโน้ตที่อยู่ในวงการ HR มาอย่างยาวนาน เห็นมาเยอะแล้วว่า ในสังคมออฟฟิศ เราจะมีแต่ผู้คนที่มีความทุกข์ ทะเลาะกับงาน มีปัญหากับเจ้านาย ลูกน้อง หรือเพื่อนร่วมงานอยู่ตลอดเวลา แต่หากเราสามารถ รู้ทันตัวเอง ไม่สั่งสอนโลกแต่สั่งสอนตัวเอง จัดกระบวนท่าชีวิตให้ดี และเคารพตนเองเพื่อที่จะเคารพผู้อื่น ทำงานของตนเองให้ดี ไม่เดือดร้อนใคร ไม่เป็นภาระให้คนอื่น และที่สำคัญที่สุดคือไม่เป็นภาระให้กับตัวเราเองในอนาคต
ใครที่อยากทบทวน Session ที่ชอบ เก็บ Session ที่ฟังไม่ทัน หรือกลับไปอัปเดตไอเดียอีกครั้ง สามารถเข้าไปรับชมย้อนหลังได้แล้วตั้งแต่วันนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามทีมงานได้ทาง Facebook ของ CREATIVE TALK
ส่วนใครที่ไม่มีบัตร สามารถซื้อ Rerun Ticket ในราคา 990.-
โฆษณา