4 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา

มนุษย์ใช้พลังงานมหาศาล

ไปกับการต่อสู้
ไม่ใช่กับปัญหา
แต่กับความจริง
เราอยากให้ฝนไม่ตก
ทั้งที่ฝนตกแล้ว
เราอยากให้อดีตเปลี่ยนไป
ทั้งที่มันผ่านไปแล้ว
เราอยากให้คนอื่น
เป็นอย่างที่เราคิด
ทั้งที่เขาเป็นอีกแบบหนึ่ง
และยิ่งเราต่อต้านความจริง
เราก็ยิ่งทุกข์
สุภาษิตยิดดิชบทนี้
จึงกล่าวอย่างเรียบง่ายว่า
"หากสิ่งต่างๆ ไม่เป็นอย่างที่เจ้าปรารถนา
ก็จงปรารถนาให้มันเป็นอย่างที่มันเป็น"
ฟังดูเหมือนการยอมจำนน
แต่แท้จริง
มันคือการยอมรับ
ซึ่งไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
การยอมจำนน
คือการเลิกทำ
แต่การยอมรับ
คือการเห็นความจริงก่อน
แล้วจึงเลือกว่าจะทำอะไรต่อ
คนที่ป่วย
ต้องยอมรับก่อนว่าป่วย
จึงจะรักษาได้
คนที่ล้มเหลว
ต้องยอมรับก่อนว่าล้มเหลว
จึงจะลุกขึ้นได้
คนที่สูญเสีย
ต้องยอมรับก่อนว่าเขาไม่กลับมาแล้ว
จึงจะเริ่มใช้ชีวิตต่อได้
ความทุกข์จำนวนมาก
ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์
แต่เกิดจากประโยคในใจที่พูดว่า
"มันไม่ควรเป็นแบบนี้"
ทั้งที่ความจริง
มันเป็นแบบนั้นไปแล้ว
แนวทางการใช้ชีวิตตามสุภาษิตนี้
เมื่อเจอสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้
อย่าเสียชีวิตไปกับการปฏิเสธมัน
จงใช้พลังงาน
กับสิ่งที่ยังเปลี่ยนได้
เราเปลี่ยนเมื่อวานไม่ได้
แต่เปลี่ยนวันนี้ได้
เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้
แต่เปลี่ยนวิธีตอบสนองของเราได้
เราเปลี่ยนลมไม่ได้
แต่ปรับใบเรือได้
จงยอมรับความจริง
ไม่ใช่เพราะความจริงใจดี
แต่เพราะ
การปฏิเสธมัน
ไม่เคยทำให้มันหายไป
ถ้าจะสรุป
สุภาษิตนี้กำลังบอกว่า
ความสุขไม่ได้เกิดขึ้น
เมื่อโลกเชื่อฟังความปรารถนาของเรา
แต่เกิดขึ้น
เมื่อความปรารถนาของเรา
เรียนรู้ที่จะเข้าใจโลก
เพราะชีวิตที่สงบ
ไม่ใช่ชีวิตที่ทุกอย่างเป็นดังใจ
แต่คือชีวิตที่
หัวใจเลิกทำสงครามกับสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้
โฆษณา