Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
4 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ
Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 25
ไม่ประสงค์ออกนาม : ได้ยินคนถกเถียงกันเรื่องการบ้านเด็ก บางคนเห็นว่าครูควรเลิกให้การบ้านเด็กได้แล้ว เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาช่วยสอน ทำการบ้านก็ไม่ได้ช่วยอะไร ครูควรสอนบทเรียนให้จบในชั้นไปเลย อยู่บ้านก็ควรเล่น ไม่ใช่เรียน
ถามคุณวินทร์ว่า ครูควรให้การบ้านเด็กไหม
วินทร์ เลียววาริณ : ประเด็นนี้คล้ายๆ คำถามเมื่อหลายปีก่อนว่า เราควรลดชั่วโมงเรียนของเด็กลงไหม เพราะทุกวันเด็กๆ แบกหนังสือหลายเล่ม ทั้งหนาและหนักไปโรงเรียน ทำให้กระดูกสันหลังมีปัญหา บางวิชาก็ไม่รู้เรียนไปทำไม
แต่ละคนแต่ละยุคมองเรื่องเดียวกันไม่เหมือนกัน การตั้งคำถามเรื่องการบ้านนี้ ในสมัยผมเป็นเด็กไม่มีวันเกิดขึ้น เพราะไม่มีใครมองว่ามันเป็นปัญหา! พ่อแม่จำนวนมากไม่ได้เรียนหนังสือ จึงอยากให้ลูกหลานของตนได้เรียนเพื่อจะลืมตาอ้าปากได้ การศึกษาเป็นเครื่องมือเดียวที่ฉุดพวกเขาพ้นจากความยากจน
1
สมัยนั้นจึงไม่มีดรามาเรื่องกระเป๋าหนัก การบ้านมากเกินไป ตัดผมสั้นไป การบังคับให้สวมเครื่องแบบนักเรียนละเมิดสิทธิมนุษยชน สมัยนั้นใครได้สวมเครื่องแบบนักเรียน ก็ถือว่ามีบุญวาสนา
1
เอาละ ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว เราลองมาพิจารณาดูใหม่ว่า ครูควรให้การบ้านเด็กไหม
ประโยค “ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว” ก็บอกเป็นนัยในตัวมันเองแล้วว่า เรากำลังอยู่ในโลกไร้พรมแดนทางความคิด ทางเศรษฐกิจและสังคม เมื่อเราผลิตสินค้าสักชิ้น เรากำลังแข่งกับคนทั้งโลก เมื่อเราคิดทำอะไรใหม่ๆ คนในอีกโลกก็อาจทำก่อนเรา
นี่แปลว่าการศึกษาไม่ได้อยู่ในชั้นเรียน ในตำบล ในอำเภอเล็กๆ ของเราเช่นยุคก่อนอีกต่อไป เวลาเรียนหนังสือ เด็กกำลังเรียนแข่งกับเด็กทั้งโลก มาตรวัดเปลี่ยนไปแล้ว
ผมรู้ว่าเรียนหนังสือไม่ใช่เรื่องสนุก ไม่ใช่เรื่องสบาย รู้ว่าเด็กเหนื่อย และเห็นใจที่เด็กลำบาก แต่ระวังอย่าแก้ปัญหาผิดจุด มันอาจสร้างปัญหาให้เด็กในอนาคต คือสบายวันนี้ ลำบากตอนโต
1
สิ่งหนึ่งที่พ่อแม่จำนวนมากเข้าใจผิดคือ คิดว่าหน้าที่สอนเด็กเป็นของครูและโรงเรียนฝ่ายเดียว คิดอย่างนี้เด็กยากจะพัฒนา พ่อแม่มีหน้าที่ต้องช่วยให้การศึกษาเด็กด้วย และมีบทบาทสำคัญ จะอ้างว่าไม่มีเวลาให้เด็กไม่ได้
1
ในสมัยก่อนพ่อแม่ส่วนมากไม่ได้เรียนหนังสือ จำนวนมากอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จึงสอนเด็กไม่ได้ แต่สมัยนี้ไม่มีข้ออ้างในเรื่องนี้อีกแล้ว
พ่อแม่ทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบต่อชีวิตเด็ก นี่หมายถึงการศึกษา การปลูกฝังจริยธรรม และการปลูกฝังคือทัศนคติที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่จำนวนมากลืม หรือไม่เห็นว่าสำคัญ
2
ทัศนคติเชิงบวกสำคัญมากๆ พ่อแม่ต้องสอนให้เด็กรู้ว่า ชีวิตมีทั้งหนักและเบา บางครั้งเราต้องทำงานหนัก บางครั้งเราพักสบาย เราต้องเรียนรู้ที่จะสร้างความสมดุลที่เหมาะกับแต่ละคน แต่อย่าโยงว่าอะไรที่เป็นความลำบากคือนโยบายการศึกษาที่ผิดพลาด
2
ทัศนคติโยงความรักสบายกลัวลำบากเข้ากับสิทธิมนุษยชนนี้เป็นอันตราย ไม่ชอบอะไร ไม่อยากทำอะไร ก็อ้างสิทธิมนุษยชนพร่ำเพรื่อ
3
หากคิดแบบนี้ เราจะบ่นในทุกเรื่อง ถกแต่ในเรื่องปลีกย่อย เช่น ตัดผมนักเรียนทำไม สวมเครื่องแบบนักเรียนทำไม ฯลฯ แทนที่จะถกกันว่า เราจะทำอย่างไรให้เด็กของเราอยู่รอดในป่าใหญ่ข้างนอกโน่น โดยยังรักษาความสุขไว้ได้
หากเราสร้างเด็กด้วยเบ้าหลอมรักความสบาย โตขึ้นก็จับจด เลือกงาน
ไม่ใช่เหตุนี้หรือเราจึงมีแรงงานต่างชาติเต็มเมือง
โทษใครไม่ได้ เราเลือกงาน เขาไม่เลือกงาน
การเรียนไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไร เหนื่อยทั้งนั้น หลายวิชาต้องฝึกฝนนานกว่าชั่วโมงเรียน
หากเรียนวิชาเปียโน เรียนแค่ชั่วโมงเดียวต่อสัปดาห์ ยากจะเป็นนักเปียโนที่เก่งได้ หากเป็นนักกีฬา ฝึกแค่อาทิตย์ละชั่วโมง ไม่น่าเพียงพอให้เชี่ยวชาญ
1
หลายวิชาไม่สามารถรู้หมดในชั่วโมงเดียว ต้องกลับบ้านไปขบคิด ฝึกฝน ต่อให้เข้าใจบทเรียนในชั้นเรียน ก็ยังต้องตอกย้ำฝึกฝน
นี่ก็คือเหตุผลที่มีการบ้าน
การบ้านก็คือการฝึกฝนตัวเองนอกโรงเรียน
1
ต่อให้เรียนสาย Montessori สาย IB หรือสายที่ไม่เน้นวิชาการ ช้าหรือเร็วก็ต้องเรียนวิชาการ
1
เพราะอะไร? ก็เพราะวิชาการเป็นเครื่องมือสร้างอาชีพ
นักศึกษาที่เรียนวิชาการในชั้นมหาวิทยาลัยในประเทศที่มีมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกต้องเรียนหนัก ทำงานหนัก และทำการบ้านจำนวนมหาศาล จะทำอย่างนั้นได้อย่างไร ถ้าไม่ฝึกมาแต่เด็ก?
1
มองไปที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เด็กนักเรียนสิงคโปร์แบกกระเป๋าหนังสือหนักกว่าของเรามาก เรียนมากกว่าเรามาก ทำการบ้านมากกว่าเรามาก ไม่มีใครบ่น เพราะรู้ว่าหากไม่เรียนให้ดี อนาคตได้บ่นทั้งชีวิตแน่
3
ระวังนะครับ ผมไม่ได้บอกว่าต้องให้เด็กเรียนหนักจนเป็นโรคประสาทหรือเครียดจนกระโดดตึก หรือไม่ต้องเล่นเลย แต่ให้รู้ก่อนว่าทำไมเราต้องเรียนหนังสือ ทำไมเราต้องเรียนวิชาที่ดูเหมือนไม่มีประโยชน์ ส่วนเรื่องเครียดจากการเรียน การจัดสมดุลของการเรียนและการเล่นนั้นเป็นคนละประเด็น ก็ต้องจัดการให้ได้
4
เพราะชีวิตก็คือการจัดการเรื่องต่างๆ
การสอนเด็กว่าโลกเรามีทั้งส่วนยากและส่วนง่าย ก็เพื่อให้เด็กปรับตัวได้ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่ไปทำงานวันแรก เจอเจ้านายสั่งงานที่ไม่ชอบก็ลาออก เพราะฝึกมาให้สบายแต่เด็ก ไม่เคยรู้จักความลำบาก ไม่อดทน
สมัยผมเป็นเด็ก มีคำกล่าวว่า “ไม้เรียวสร้างคนเป็นนายกรัฐมนตรี” คำว่านายกรัฐมนตรีเป็นสัญลักษณ์ของการประสบความสำเร็จมากกว่าตำแหน่งนายกฯจริงๆ เราอาจไม่ต้องทำถึงขั้นใช้ไม้เรียว แต่เด็กๆ พึงรับรู้ว่า การเรียนแบบเล่นๆ โตขึ้นก็จะเป็นคนระดับ mediocre หรือมนุษย์ปานกลาง ซึ่งอยู่ยากขึ้นทุกวันในโลกไร้พรมแดน
การศึกษาเป็นเครื่องมือเดียวที่ทำให้เราได้ลืมตาอ้าปากในอนาคต สามารถแข่งกับเด็กทั้งโลก และประสบความสำเร็จในชีวิต
อย่าคิดแต่เรื่องสบาย
1
หากเข้าใจอย่างนี้ ก็จะไม่บ่นว่าโลกไม่ยุติธรรมเลย เพราะยังมีคนในมุมโลกอื่นอีกหลายร้อยล้านที่อยากเรียน แต่ไม่มีโอกาสเรียน
4 บันทึก
18
9
4
18
9
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย