3 ก.ค. เวลา 23:34 • การตลาด

ใครๆ ก็ซื้อบัตรเข้างานได้ 🦁 แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับ “คำเชิญ”

หลายคนใช้รางวัลเป็นตัววัดความสำเร็จ
หลายคนใช้ยอดผู้ติดตามเป็นเครื่องพิสูจน์ความเก่ง
หลายคนภูมิใจที่ได้ไปงานระดับโลก เพราะสามารถซื้อตั๋วและเดินเข้าไปนั่งในฮอลล์เดียวกับคนดังในวงการ
แต่มีคำถามหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจกว่านั้นมาก
“ใครคือคนที่ได้รับเชิญให้ไป 👤”
ผมเพิ่งเห็นโฆษณาชิ้นหนึ่งที่สะดุดใจมาก เขาเริ่มต้นด้วยประโยคสั้นๆ ว่า
“ผมไม่ได้ไป แต่ลูกค้าของผม 3 คนกำลังจะไป”
และไม่ใช่เพราะพวกเขาซื้อบัตรเข้างาน 🎫
แต่เพราะพวกเขาได้รับเชิญให้ขึ้นเวที ได้รับเชิญให้เป็นกรรมการ และได้รับเชิญเพราะผู้คนอยากฟังสิ่งที่พวกเขาคิด
ประโยคนี้ทำให้ผมหยุดคิดอยู่พักใหญ่ 🤔
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราอาจวัดความสำเร็จผิดมาตลอด เราชอบนับจำนวนรางวัลบนชั้นโชว์ 🏆 นับจำนวนไลก์ นับจำนวนผู้ติดตาม หรือนับจำนวนงานที่ได้รับ แต่กลับลืมถามคำถามที่สำคัญกว่า
งานที่เราทำ ทำให้คนคนหนึ่งมีคุณค่ามากขึ้นหรือเปล่า❓
มันทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นไหม❓
ทำให้เขามีอิทธิพลต่อวงการมากขึ้นไหม❓
ทำให้ผู้คนอยากร่วมงานกับเขา อยากฟังความคิดเห็นของเขา หรืออยากเชิญเขาไปอยู่บนเวทีด้วยตัวเองหรือไม่❓
ในฐานะนักโฆษณาและนักสร้างแบรนด์ ผมเชื่อว่าเป้าหมายสูงสุดไม่ใช่การทำให้ลูกค้าดูโดดเด่นเพียงชั่วคราว 🙅🏻‍♂️ แต่คือการสร้างความน่าเชื่อถือและคุณค่าที่แท้จริง จนวันหนึ่งผู้คนเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาเอง
แบรนด์ที่แข็งแรงไม่จำเป็นต้องตะโกนว่า ตัวเองเก่ง
คนอื่นจะเป็นคนพูดแทน
คนที่มีอิทธิพลจริง ไม่จำเป็นต้องขอพื้นที่บนเวที
เวทีจะเป็นฝ่ายเชิญเขาขึ้นไป
และนั่นอาจเป็นนิยามของ Personal Brand ที่ทรงพลังกว่าการมีชื่อเสียงเสียอีก เพราะมันไม่ได้เกิดจากการโปรโมตตัวเอง แต่มาจากการสร้างคุณค่าอย่างสม่ำเสมอ จนผู้คนยอมรับและยินดีส่งต่อ
สุดท้ายแล้ว ใครๆ ก็ซื้อบัตรเข้างานได้ 💵
แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ…
ถ้าวันหนึ่งมีเวทีสำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมของคุณเปิดขึ้น คุณจะเป็นคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้ชม หรือเป็นคนที่ได้รับคำเชิญให้ขึ้นไปพูดบนเวทีนั้น❓
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by BirdBrand - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)
โฆษณา