4 ก.ค. เวลา 06:51 • หนังสือ

บทที่ 93

จู่ ๆ ซุนเหยาหนียงก็ร้องขึ้นด้วยความยินดี
“ท่านป๋อ!”
ฉินซู่เงยหน้ามองไปอย่างเหม่อลอย
ท่านจิ้งอันป๋ิพาเจ้าหน้าที่ศาลหลายคนเดินมาจากลานด้านหน้า ซุนเหยาหนียงราวกับพบที่พึ่ง รีบหลบไปอยู่ด้านหลังท่านป๋อทันที เรือนร่างอ่อนนุ่มไร้กระดูกแนบชิดอยู่กับกายของเขา
“ท่านป๋อ ข้ากลัวยิ่งนัก พอท่านมา ใจของข้าก็เหมือนได้ที่พึ่งแล้ว...”
“ฮูหยินท่านป๋อ!”
หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่ทำราวกับมองไม่เห็นภาพแม่ลูกกำลังห้ำหั่นกันเอง เขาประสานมือคำนับ ก่อนกล่าวตามหน้าที่
“แม่นมผิงและคนอีกสองคนในจวนของท่านให้การกล่าวหาว่า ท่านเป็นผู้สั่งการให้พวกเขาจับหลานสาวสายตรงของท่านกดน้ำตาย ท่านเจ้าเมืองมีคำสั่งให้พวกเรามาเชิญท่านไปที่ศาลสักครั้ง”
“เชิญขอรับ”
ฮูหยินท่านจิ้งอันป๋อชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างขุ่นเคือง
“ข้าเป็นฮูหยินของท่านป๋อชั้นเหนือ จะมีผู้ใดอนุญาตให้พวกเจ้ามาอาละวาดที่นี่!”
หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่มีสีหน้าลำบากใจ จึงหันไปถามฉินซู่
“ซื่อจื่อ ท่านเห็นว่าอย่างไร ตามกฎหมาย เมื่อมีผู้กล่าวหา ก็จำต้องเปิดศาลไต่สวนขอรับ”
หึ...หึ...
ฉินซู่หัวเราะอย่างขมขื่นแผ่วเบา
มารดาของเขา...คิดจะฆ่าบุตรสาวของเขา
สายเลือดเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตนี้ของเขา
กลิ่นคาวเลือดที่ตีขึ้นมาจากลำคอทำให้เขาคลื่นไส้ไม่หยุด ความอัดอั้นในอกไม่อาจระบายออกได้ เขาผลักฮูหยินท่านป๋อจิ้งอันออกไปอย่างแรง พลางกล่าวด้วยความชิงชัง
“พาตัวไป! พวกเจ้าพานางไปเสีย!”
ฮูหยินท่านจิ้งอันป๋อมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“ซู่เอ๋อร์?”
“ฮูหยินท่านป๋อ เชิญขอรับ”
ฮูหยินท่านจิ้งอันป๋อยืนอย่างเลื่อนลอยไร้ที่พึ่ง นางมองบุตรชาย เห็นเพียงแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้น
จากนั้นนางจึงหันไปมองท่านป๋อจิ้งอัน
ท่านป๋อใช้แขนเสื้อปิดหน้า ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ครอบครัวอัปมงคล...ครอบครัวอัปมงคลจริง ๆ!”
เรี่ยวแรงทั้งหมดของนางราวกับสลายหายไปในพริบตา ขาทั้งสองอ่อนยวบแทบทรุดลง
“ฮูหยิน!”
แม่นมชิวร้องไห้พลางรีบประคองนางไว้
“ยังมีบ่าวอยู่เจ้าค่ะ บ่าวจะไปกับท่าน”
ฮูหยินท่านป๋อถูกเจ้าหน้าที่ศาลพาตัวออกจากจวนป๋ออย่างเอิกเกริก
ชาวบ้านที่รุมแย่งเงินมงคลอยู่หน้าประตูต่างตกตะลึง พวกเขามองหน้ากันไปมา พลางคิดในใจ
งานล้างสามวันนี้...ยังจะจัดต่อหรือไม่?
พวกเขาอุตส่าห์กล่าวคำอวยพรเป็นมงคลกันมาตั้งนาน หากสุดท้ายไม่ได้รับเงินมงคล มิใช่ว่าพูดกันเสียเปล่าหรือ?
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ทุกคนก็กรูกันเข้าไป แย่งก้อนเงินในตะกร้าไม้ไผ่จนเกลี้ยง แล้วต่างคนต่างวิ่งหนีกันอลหม่าน
ภายในจวนก็โกลาหลไม่ต่างกัน
ไม่มีผู้ใดคอยรับแขก ไม่มีผู้ใดคอยส่งแขก
เดิมทีแขกทั้งหลายตั้งใจมาร่วมแสดงความยินดีในพิธีล้างสาม แต่กลับต้องนั่งดูละครฉากใหญ่ทั้งที่ท้องว่าง
ฉิงเหมยออกจากจวนป๋อแล้ว ก็มุ่งตรงไปยังถนนจูเชวี่ยอย่างอารมณ์ดี
กู้จือจั๋วอยู่บนชั้นสองของหอจินกุยหยวน กำลังเปิดหน้าต่างโบกมือเรียกนาง
ฉิงเหมยโยนสายบังเหียนให้เด็กรับแขก ก่อนก้าวขึ้นชั้นบนอย่างกระฉับกระเฉง
“คุณหนู สนุกมากเลยเจ้าค่ะ!”
ฉิงเหมยรู้สึกว่าชีวิตทุกวันนี้สนุกกว่าตอนอยู่โรงงานบูรพาเสียอีก
นางเล่าทุกสิ่งที่ได้เห็นและได้ยินออกมารวดเดียว
ฉงฟังฟังอย่างออกรสออกชาติ เอ่ยแทรกเป็นระยะ
“จริงหรือ”
“แล้วต่อจากนั้นล่ะ”
“โอ้!”
เมื่อมีคนรับฟัง ฉิงเหมยก็ยิ่งเล่าอย่างสนุกสนาน สีหน้าเปี่ยมชีวิตชีวา
หลังเล่าจบ นางยังกล่าวต่อว่า
“ท่านป๋อจิ้งอันถึงกับร้องไห้ บอกว่าฮูหยินท่านป๋อทำให้เสียเกียรติวงศ์ตระกูล ทำให้วงศ์สกุลฉินมัวหมอง เขาจะหย่าภรรยา”
“ตอนที่บ่าวออกมา อนุซุนก็อุ้มเด็กแนบชิดอยู่ข้างกายท่านป๋อ ต่อหน้าผู้คนมากมาย นางไม่คิดจะปิดบังเลยแม้แต่น้อย”
“ส่วนซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอันป๋อก็ชักกระบี่หมายเอาชีวิต แต่กลับถูกท่านป๋อชี้หน้าด่าว่าอกตัญญู ยังบอกอีกว่า เขาแม้แต่ลูกก็ให้กำเนิดไม่ได้ ไหนเลยจะสู้ยกเด็กให้เป็นน้องชายเสียเลย จะได้จบเรื่องในคราวเดียว”
“ซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอันป๋อจึงกระอักเลือด เอาแต่สำรอกไม่หยุด”
กู้จือจั๋วยกกาน้ำขึ้น รินน้ำอุ่นให้นางด้วยตนเอง
“ดื่มเสียหน่อย จะได้ชุ่มคอ”
แม้แต่นางเองก็คิดไม่ถึงว่า เด็กคนนั้นจะเป็นลูกของท่านจิ้งอันป๋อ!
ศิษย์พี่จอมปลอมผู้นั้นของนาง คงตกใจไม่น้อยเช่นกัน
แต่ด้วยการวางท่าของเขาในวันนี้ ไม่เพียงชื่อเสียงจะไม่เสื่อมเสีย กลับยิ่งโด่งดังขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
ลื่นไหลจนจับตัวไม่ติด
มิน่าเล่า ไม่ว่าชาติที่แล้วหรือชาตินี้ จึงใช้ชีวิตอยู่ในจวนตระกูลใหญ่ได้อย่างปลาได้น้ำ
ฉงฟังเอ่ยถาม
“ฮูหยินท่านจิ้งอันป๋อ...คงเอาผิดไม่ได้กระมังเจ้าคะ?”
เอาผิดไม่ได้
กู้จือจั๋วส่ายหน้า
แท้จริงแล้วแม่นมผิงกับพวกไม่ได้รับสารภาพ
หลังถูกพาตัวไปยังศาลเจ้าเมือง พวกเขายืนกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เพียงรับคำสั่งจากฮูหยินท่านป๋อให้พาอาหมานไปพักที่เรือนนอกเมืองเท่านั้น กัดฟันแน่น ไม่ยอมปริปากเรื่องอื่นเลย
ที่เจ้าหน้าที่ศาลมาหาฮูหยินท่านป๋อ ก็เพียงทำตามระเบียบเพื่อสอบถามเท่านั้น
โดยปกติแล้ว หากเป็นฮูหยินตระกูลขุนนางผู้มีพระราชโองการแต่งตั้ง ตราบใดที่มิใช่คดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ก็สามารถให้บ่าวไปรับการไต่สวนแทนได้
เดิมทีคดีนี้ก็ไม่รีบร้อนจะเปิดศาล
กู้จือจั๋วให้เหล่าตันไปจัดการอยู่เบื้องหลัง ลากเวลาการออกหมายเรียกออกไปหลายวัน อีกทั้งยังยัดเงินให้หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่ ให้จงใจพูดกำกวม ทำให้ฮูหยินท่านป๋อเข้าใจผิดว่าแม่นมผิงรับสารภาพแล้ว
กู้จือจั๋วยกนิ้วชี้ขึ้นส่ายช้า ๆ พลางกล่าวอย่างไม่รีบร้อน
“จะเอาผิดได้หรือไม่ได้...ไม่สำคัญ”
ฮูหยินท่านป๋อเป็นย่าผู้เป็นสายเลือดโดยตรงของอาหม่าน หากอาหม่านตาย โทษสูงสุดก็เพียงจำคุกใช้แรงงานสองปี
แต่ตอนนี้อาหมานยังไม่ตาย ต่อให้ตัดสินว่ามีความผิด ตามกฎหมายก็เพียงปรับเงินเท่านั้น
กู้จือจั๋วยิ้ม หยิบขนมฮวาเถาซูขึ้นมากัดคำหนึ่ง
“ทำให้แม่ลูกคู่นั้นแตกหักจนกลายเป็นศัตรูกันต่างหาก ถึงจะน่าสนุก”
“ใช้มีดทื่อ ๆ เฉือนเนื้อ...ยิ่งเจ็บกว่า”
นางใช้นิ้วลูบเข็มทิศฮวงจุ้ย คอยสอดส่องลิขิตสวรรค์ หรี่ดวงตาหงส์ลงอย่างอารมณ์ดี
“จากนั้นก็...”
“มา ๆ เข้าไปดื่มกันสักจอก! ข้าเพิ่งได้ค่าเงินมงคลมาจากจวนจิ้งอันป๋อ!”
ชายเคราดกผู้หนึ่งกำลังตะโกนอวดอยู่ด้านนอก เสียงดังลั่น
“ตั้งหนึ่งตำลึงเงินเชียวนะ!”
มีคนเริ่มสนใจขึ้นมาทันที
“มากถึงเพียงนั้นเลยหรือ?!”
กู้จือจั๋วผลักหน้าต่างที่หันสู่ถนนออกอีกนิด ก่อนก้มลงมองด้วยความสนใจ
ชายเคราดกถอนหายใจอย่างเสียดาย
“ตอนนี้ไม่มีแล้ว อนุของซื่อจื่อแห่งจวนจิ้งอันป๋อไปมีสัมพันธ์กับท่านป๋อ! งานล้างสามก็เลยยกเลิก!”
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ!”
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a485a8e96358e900ca800fa
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a485b52de6bdd4ccc8fb85a
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดไลก์ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
โฆษณา