4 ก.ค. เวลา 06:57 • หนังสือ

บทที่ 98

กู้จือจั๋วจำได้เพียงว่า ฤดูหนาวที่หนาวที่สุดในปีนั้น แม้แต่จวนกั๋วกงก็ยังใช้ถ่านไม่ถึงสามหมื่นชั่ง
นางยังจำได้ว่า ในชาติที่แล้ว หลังจากบ้านไป๋ชางได้ลิ้มรสผลประโยชน์ ก็เริ่มกว้านซื้อถ่านจำนวนมหาศาลตั้งแต่เดือนแปด ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาถ่านถูกที่สุด
เช่นเดียวกับจวนตระกูลขุนนางใหญ่ส่วนมาก ด้านหลังจวนเจิ้นกั๋วกงก็มีตรอกสายหนึ่ง ที่นั่นเป็นที่พักของบ่าวรับใช้ซึ่งเกิดและเติบโตในจวน บ้านไป๋ชางนำถ่านหลายหมื่นชั่งไปกองเก็บไว้ในลานเล็ก ๆ ของตรอกนั้น
ต่อมาวันหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ขึ้นกะทันหัน ถ่านจำนวนมหาศาลลุกไหม้อย่างรุนแรง เปลวเพลิงเผาผลาญตรอกด้านหลังไปกว่าครึ่ง มีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยคน ล้วนถูกไฟคลอกตายทั้งเป็น
ฉิงเหมยกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนอดถามไม่ได้
“แล้วคุณชายสี่ล่ะเจ้าคะ?”
เมื่อครู่นี้คุณหนูใหญ่ดูเหมือนจงใจชี้นำให้เขาแอบออกจากเรือนชั้นใน
“ระหว่างคิ้วของเขามืดหม่น ช่วงสองสามวันนี้จะเคราะห์ร้ายมาก”
กู้จือจั๋วไม่ได้ห้ามเขาไปเจอเคราะห์ เพราะไม่ได้ถึงแก่ชีวิต อย่างไรเสีย เขาก็ควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง
“แล้วอีกห้าวัน ฮูหยินจะตีบ้านไป๋ชางจนตายจริงหรือเจ้าคะ?”
กู้จือจั๋วพยักหน้าอย่างมั่นใจ
“จริง”
นางเชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
“ข้าเป็นนักทำนายมือหนึ่ง การทำนายของข้าไม่เคยพลาด!”
“...พี่...พี่...”
ร่างเล็ก ๆ พุ่งออกมาจากเรือนหลิงเซียวพร้อมเสียงหัวเราะคิกคัก ก่อนโผเข้ากอดขาของกู้จือจั๋ว
กู้จือจั๋วก้มลงอุ้มนางขึ้น สีหน้าอ่อนโยนลงทันที
“อาหม่าน มาหาพี่ใหญ่หรือ?”
“...นก”
อาหม่านเปล่งคำออกมาทีละคำ
การพูดของนางยังติดขัดอยู่มาก ส่วนใหญ่ยังต่อเป็นประโยคไม่ได้ แต่เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนที่แม้แต่เสียงก็เปล่งไม่ออกแล้ว ทั้งกู้เหลียวเหลียวและท่านย่าต่างก็พอใจยิ่งนัก
กู้เหลียวเหลียวคิดเพียงว่านางกำลังเริ่มหัดพูดใหม่ จึงค่อย ๆ สอนอย่างอดทน
ฟางเหนียงที่ยืนอยู่ด้านข้างกล่าวว่า
“คุณหนูสี่อยากดูนก คุณหนูใหญ่รองจึงให้บ่าวพามาเจ้าค่ะ”
บัดนี้อาหม่านใช้นามสกุลกู้ตามกู้เหลียวเหลียว และนับลำดับเป็นคุณหนูของตระกูลกู้ กู้จือจั๋วจึงตัดสินใจให้ทุกคนในจวนเรียกนางว่า คุณหนูสี่
“ได้สิ พวกเราไปดูนกกัน”
นกตัวนั้นตอนนี้เลี้ยงอยู่ที่เรือนของกู้จือจั๋ว ปีกของมันยังไม่หายดี จึงบินไม่ได้ ทำได้เพียงวิ่งกระโดดเหมือนไก่บ้าน
พอเห็นอาหม่าน มันก็รีบกระพือปีกพุ่งเข้าใส่ กว่าจะลงเกาะบนไหล่นางได้ก็แทบตกเสียก่อน จากนั้นยังเชิดหน้าสะบัดปีกอย่างภาคภูมิใจ แล้วก้มลงจิกเล็บของตัวเอง
“นก!”
อาหม่านหัวเราะชอบใจ จนลักยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนแก้มอวบ
เสวี่ยจงรีบนำเมล็ดทานตะวันกับเมล็ดสนมาใส่จานสองใบ
อาหม่านนั่งอย่างเรียบร้อย ค่อย ๆ แกะเปลือกเมล็ดให้นกกิน
นกตัวนี้ถูกเสวี่ยจงเลี้ยงจนกลมปุ๊กปุย แถมนิสัยยังเอาแต่ใจ ดวงตาดำกลมเท่าเมล็ดถั่วเขียวจ้องเมล็ดทานตะวันในจานไม่กะพริบ
หากอาหม่านแกะช้าไปนิด มันก็จะจิกนิ้วเล็ก ๆ ของนางเพื่อเร่ง
“จิ๊บ!”
อาหม่านหัวเราะกว้าง
“นก! นกกิน!”
คนหนึ่งเต็มใจให้ อีกตัวเต็มใจรับ
กู้จือจั๋วเพียงยิ้ม ไม่ได้เข้าไปห้าม ปล่อยให้อาหม่านเล่นอยู่ตรงนั้น โดยมีฟางเหนียงกับเสวี่ยจงคอยดูแล ส่วนนางเดินไปจัดห้องหนังสือเล็ก
ในห้องหนังสือมีตู้ยาสูงใบใหม่เพิ่งยกเข้ามา เป็นตู้ที่นางสั่งทำขึ้นโดยเฉพาะ เพิ่งนำมาตั้งเมื่อบ่ายวานนี้
มันตั้งเคียงกับชั้นหนังสือเดิม ใช้ไม้ชนิดเดียวกัน จึงดูไม่แปลกตา เพียงแต่ทำให้ห้องหนังสือค่อนข้างคับแคบ
แต่ก็ช่วยไม่ได้
กู้จือจั๋วให้ฉิงเหมยนำสมุนไพรที่กักตุนไว้มาทั้งหมด แล้วจัดแยกเป็นหมวดหมู่ด้วยตัวเอง
กลิ่นสมุนไพรอ่อน ๆ อบอวลอยู่ทั่วห้อง เพียงสูดดมก็รู้สึกสดชื่นไปทั้งร่าง
“คุณหนูเจ้าคะ หนังสือเล่มนี้จะวางไว้ตรงไหนดี?”
กู้จือจั๋วเหลือบมอง
หนังสือเล่มนี้ซื้อมาจากร้านหนังสือระหว่างออกไปข้างนอกเมื่อครู่
นางพลิกอ่านอยู่สองสามหน้า เป็นเรื่องราวช่วงปลายราชวงศ์ก่อน จนถึงสมัยที่ฮ่องเต้ผู้สถาปนาราชวงศ์ขึ้นครองราชย์ เนื้อหาแตกต่างจากบันทึกทางราชการ คล้ายพงศาวดารนอกตำรามากกว่า
ยกตัวอย่างเช่น มีการเขียนไว้ว่า ตอนฮ่องเต้ผู้สถาปนาราชวงศ์ยังทรงพระเยาว์ เพื่อหลบหนีการเกณฑ์แรงงานของทางการ จึงหนีไปซ่อนตัวในสำนักเต๋าแห่งหนึ่ง
วันนั้นเอง ดาวจักรพรรดิที่เคยเลือนหายไปพลันส่องสว่างขึ้นอีกครั้ง นับแต่นั้นพระองค์ก็เปลี่ยนไปราวกับเทพเจ้าลงมาสิงร่าง...
กู้จือจั๋วเห็นว่าน่าสนใจจึงซื้อมา
“วางไว้ชั้นที่สามเถอะ”
ชั้นนั้นเป็นที่สำหรับหนังสือที่นางตั้งใจจะอ่านในเร็ว ๆ นี้
หลังจัดทุกอย่างเสร็จ กู้จือจั๋วพยักหน้าอย่างพอใจ
นางกวาดตามองห้องหนังสือรอบหนึ่ง ก่อนชี้ไปยังชั้นวางของโบราณ
“ย้ายแจกันพวกนั้นออกให้หมด”
“หา?”
“ตรงนี้เหมาะจะตั้งเตาหลอมโอสถเล็ก ๆ พอดี!”
“ส่วนตรงนั้น...” นางชี้ไปอีกมุม “ข้าจะหาหีบใบหนึ่งไว้เก็บชาดแดงกับกระดาษยันต์”
จากนั้นนางชี้ไปยังแจกันบนชั้น
“ตรงนี้วางน้ำเต้าได้”
“ภาพชมดอกเหมยบนผนังก็เก็บออกเถอะ ตำแหน่งนี้ดี ข้าจะเอากระจกปากั้วมาแขวน”
“แล้วตรงนี้... เก็บพิณออกไปด้วย... อืม ข้าขอคิดก่อนว่าจะวางอะไรดี”
ฉิงเหมยฟังจนตาค้าง
ห้องหนังสือของคุณหนูบ้านนาง... ชักจะไม่เหมือนห้องหนังสือของคุณหนูผู้ดีเข้าไปทุกทีแล้ว
กู้จือจั๋วใช้นิ้วแตะริมฝีปาก พลางเหม่อมองไปข้างหน้า
“ยังมีของต้องซื้ออีกเยอะเลย”
อย่างพวกเตาหลอมโอสถ กระจกปากั้ว... ไม่รู้ว่าจะฝากศิษย์พี่ราคาถูกของนางช่วยหามาได้หรือไม่
ค่อย ๆ จัดไปก็แล้วกัน
กู้จือจั๋วไม่ได้รีบร้อน นางให้ฉงฟางพาอาหมั่นเข้ามา จากนั้นเปิดตู้ยาชั้นที่สาม ค้นอยู่นาน จึงหยิบกล่องเล็ก ๆ ออกมาสองใบ
กล่องสีชมพูเข้มเป็นของอาหมั่น
เมื่อครู่นางได้กลิ่นหอมจากถุงหอมของอาหมั่นจางลงมากแล้ว พอดีอีกครู่จะเปลี่ยนให้ใหม่
อาการป่วยของเด็กน้อยเกิดจากความตกใจ จึงต้องค่อย ๆ รักษาอย่างช้า ๆ อีกหลายปีต่อจากนี้ เครื่องหอมบำบัดย่อมขาดไม่ได้
ส่วนอีกกล่องหนึ่ง... เป็นกล่องสีม่วง...
🖤 Love Love Story 🖤
1
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a485be38883a78e7fe9e4a8
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดไลก์ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
โฆษณา