4 ก.ค. เวลา 04:14 • การตลาด

เหตุผลที่แท้จริง... ว่าทำไม Cannes Lions 🦁 จะไม่มีวันตาย!

ลองจินตนาการดูว่า 🛳️ เรือยอชต์สุดหรูสองลำออกจากท่า Pointe Croisette ในเมือง Cannes พร้อมกัน
ลำแรกมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร La Guérite 🍽️ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเสิร์ฟไวน์โรเซ่ขวดมหึมาในขนาด Jeroboam (ใหญ่กว่า Magnum ถึงสองระดับ) 🍷 ทุกครั้งที่เปิดขวด พนักงานจะจุดพลุไฟเย็น 🎆 เดินพาเหรดเข้ามา ท่ามกลางเสียงเพลง ผู้คนลุกขึ้นเต้นและหมุนผ้าเช็ดปากเหนือศีรษะเหมือนเป็นพิธีกรรมประจำร้าน
อีกลำใช้เวลาเดินทางนานกว่า เพื่อไปยัง Le Club 55 ในเมือง Saint-Tropez บรรยากาศก็คล้ายกัน แต่ดูหรูและมีระดับกว่า... เพียงเพราะมันอยู่ที่ Saint-Tropez
ตกเย็น เมื่อเรือทั้งสองกลับมาเทียบท่าที่ Cannes ก็ถึงเวลาของพิธีมอบรางวัลอันยิ่งใหญ่ 🏆 ถ้วยรางวัลสีทองขนาดใหญ่ถูกส่งมอบบนเวทีที่อลังการไม่ต่างจากงานประกาศรางวัลออสการ์ ขณะที่ Oprah ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์สร้างแรงบันดาลใจเกี่ยวกับพลังของการเล่าเรื่อง ก่อนที่ทุกคนจะยกแก้วฉลองกันอย่างรวดเร็วบนระเบียงชื่อดังของโรงแรม Carlton 🥂
หลังจากนั้น รถรับส่งจะพาทุกคนไปยังโรงแรมห้าดาว Hotel du Cap-Eden-Roc ในเมือง Antibes 🏨 ซึ่งเชฟกำลังทำเครปไฟลุกต่อหน้าลูกค้า 🔥 ท่ามกลางวิวของ French Riviera ที่งดงามจนถ้ารายชื่อ "7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก" ถูกขยายเป็น 21 แห่ง สถานที่นี้ก็น่าจะติดอันดับสักที่ประมาณอันดับ 17
คุณจะเลือกอยู่ต่อเพื่อชมคอนเสิร์ตสดของ Ludacris ก็ได้ หรือจะกลับเข้าเมือง Cannes เพื่อฟัง Mumford & Sons ขณะที่โดรนนับร้อยบินเรียงตัวบนท้องฟ้าอย่างพร้อมเพรียง จนทำให้คุณเริ่มรู้สึกว่า ดอกไม้ไฟที่เคยชอบนั้น... ดูธรรมดาไปทันที 🤨
และทั้งหมดนี้... เพิ่งเป็นแค่วันอังคาร
นี่คือหนึ่งวันอันแสนจริง และแสนเหลือเชื่อ ของคนเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เข้าร่วมงาน Cannes Lions International Festival of Creativity งานประชุมด้านโฆษณาและความคิดสร้างสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดต่อเนื่องหนึ่งสัปดาห์เต็มทุกเดือนมิถุนายน และดึงดูดนักการตลาด เอเจนซี ครีเอเตอร์ 👨🏻‍💻🧑🏻‍💻👩🏻‍💻 รวมถึงทุกวันนี้... แทบทุกคนที่ทำงานด้าน AI 🤖 กว่า 15,000 คนจากทั่วโลก
แต่ความจริงแล้ว นี่ไม่ใช่ภาพของผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ และยิ่งไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงว่า ทำไม Cannes Lions จะอยู่รอดต่อไปได้ 👌🏻
Cannes Lions ปี 2026 ให้ความรู้สึกแตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา
อย่างแรกคือ... อากาศร้อนแบบสุดขั้ว 🌤️☀️ 🥵 ร้อนจนหลายคนพูดเล่นว่า งานน่าจะเลื่อนมากกว่าจัดต่อ ฝรั่งเศสกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ร้อนที่สุดในโลกอยู่หลายวันติดต่อกัน ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดของประเทศ และที่สำคัญคือ คนฝรั่งเศสแทบไม่มีวัฒนธรรมการติดเครื่องปรับอากาศ
(ซึ่งก็น่าแปลก เพราะไม่มีแบรนด์ไหนทำแคมเปญรณรงค์ให้การใช้แอร์เป็นเรื่องปกติ ทั้งที่เป็นที่เข้าใจกันดีว่า ในแต่ละปี คลื่นความร้อนคร่าชีวิตผู้คนในยุโรปมากกว่าความรุนแรงจากอาวุธปืนในสหรัฐอเมริกาเสียอีก)
แต่ยังมี "ความร้อน" อีกแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นดิน และมันกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าของ Cannes Lions อย่างชัดเจน นั่นคือการมาถึงของ Creator และ AI
ไม่เคยมีปีไหนที่ทั้งสองสิ่งนี้มีบทบาทมากเท่านี้มาก่อน
เหล่าอินฟลูเอนเซอร์หลายร้อยคนเดินอยู่เต็มถนน Croisette ด้วยออร่าของคนดังไม่ต่างจากดาราฮอลลีวูด (ยกเว้น Ryan Reynolds ที่ไม่ได้มา เพราะได้ยินมาว่า หากอยากให้เขาปรากฏตัว ต้องจ่ายค่าตัวก้อนโต 💰💰💰 แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าของเอเจนซีโฆษณาอยู่แล้วก็ตาม)
ปีนี้เป็นปีแรกที่ผู้จัดงาน Cannes Lions ให้พื้นที่อย่างเป็นทางการกับเหล่า Creator โดยเฉพาะ และแทบไม่ต้องเดาเลยว่า พื้นที่นี้จะขยายใหญ่ขึ้นอีกในอนาคต
เพราะทุกวันนี้ Creator คือ "นักโฆษณา" คนใหม่ของเทศกาลนี้ พวกเขาสร้าง Reels และ TikTok ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ จนทำให้คนที่ไม่ได้มาร่วมงานรู้สึก FOMO ไปพร้อมกัน อีกทั้งยังได้นั่งสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับโลกให้กับสื่ออย่าง The Wall Street Journal และ Forbes ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่ของนักการตลาดเท่านั้น
ในอีกด้านหนึ่ง AI 🤖 ก็แทรกซึมไปแทบทุกพื้นที่ของงาน
แต่บทสนทนาเกี่ยวกับ AI กลับแทบไม่ต่างจากปีที่แล้ว ทุกคนยอมรับว่า เราผ่านช่วงกระแสฮือฮามาสู่ช่วงของการใช้งานจริงแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ ก็ยังไม่มีใครสามารถนำเสนอ Case Study ที่พิสูจน์ได้อย่างครบวงจรว่า AI เป็นผู้ค้นพบปัญหา เข้าใจ Insight 🧠 ทางวัฒนธรรม คิดไอเดียที่เป็นต้นฉบับ ลงมือสร้างงาน และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
สำหรับคนที่ไม่ได้ซื้อพื้นที่จัดบูธในงาน ปีนี้กลับลำบากกว่าที่เคย แม้แต่การหาร้านอาหารเงียบๆ เพื่อคุยงานหรือกินข้าวก็กลายเป็นเรื่องยาก เพราะแทบทุกมุมของเมืองถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่จัดแสดงของบริษัทเทคโนโลยี ร้านที่เคยเป็นมุมสงบสำหรับนัดประชุม วันนี้อาจกลายเป็นสำนักงานชั่วคราวของบริษัท AI ที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
บางที... AI อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ปีนี้มีคนผิวไหม้แดดมากกว่าปกติ 🧑🏾‍🦱♨️ เพราะทุกคนต้องเดินอ้อมเมืองเพื่อหาที่นั่งกันใหม่
สำหรับพวกเรา Mischief เรื่องนี้ค่อนข้างส่งผล เพราะเหตุผลหลักที่เรามา Cannes คือการพบผู้คนที่ปกติไม่มีโอกาสได้พบในเมืองที่เราทำงานอยู่
(เพื่อให้เห็นภาพ นี่คือตารางหนึ่งวันของเรา: อาหารเช้ากับลูกค้าใหม่ที่อาจร่วมงานกันในอนาคต ☕️ กาแฟกับลูกค้าปัจจุบัน ขึ้นเวทีพูดในงานของ Effie รับประทานอาหารกลางวันกับลูกค้าเดิม 🍝 นัดบ่ายกับลูกค้าใหม่ นัดก่อนอาหารค่ำกับลูกค้าใหม่อีกกลุ่ม และปิดท้ายด้วยอาหารค่ำกับลูกค้าปัจจุบัน 🍛)
แต่ทุกครั้งที่เราหามุมเงียบๆ ได้ ห่างจากความวุ่นวาย แสงสี และความอลังการของงาน เรากลับพบว่า เหตุผลที่แท้จริงที่ผู้คนเดินทางมาที่ Cannes นั้นเหมือนกันแทบทั้งหมด
พวกเขามาเพราะ พลังอันทรงประสิทธิภาพของความคิดสร้างสรรค์ 🧠💡
ฟังดูเหมือนคำโปรยที่ Cannes เขียนขึ้นเองใช่ไหม
แต่ไม่ใช่เลย!
นักการตลาดทุกคนที่เราพูดคุยด้วย ต่างกำลังเผชิญปัญหาทางธุรกิจที่ซับซ้อน และกำลังมองหาวิธีใหม่ๆ ในการแก้ไข ไม่ใช่ของเล่นใหม่ ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ หรือโชว์อลังการที่ตั้งเรียงรายอยู่ตลอดถนน Croisette
หลายคนพยายามห่อหุ้มสิ่งเหล่านั้นให้ดูเหมือนเป็น "คำตอบ" แล้วนำมาขาย ราวกับว่า ความคิดสร้างสรรค์สามารถบรรจุหีบห่อและตั้งราคาขายได้
แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านั้นเป็นเพียง "วัตถุดิบ" ที่ช่วยหล่อเลี้ยงความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น
นักการตลาดที่เก่งจริงรู้ดีว่า ความคิดที่เป็นต้นฉบับ ไม่มีวันถูกทำให้เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ได้
และนั่นคือเหตุผลที่พวกเขามา Cannes
ไม่ใช่เพื่อหาแพลตฟอร์มใหม่
ไม่ใช่เพื่อหาซอฟต์แวร์ใหม่
แต่เพื่อค้นหาความคิดแบบนั้น... ผ่านผู้คนและผ่านผลงานที่ได้พบ 🤔
ทุกวันนี้ "ความเป็นต้นฉบับ" มีมูลค่าสูงกว่าที่เคย เพราะโลกไม่เคยมีเสียงดังเท่านี้มาก่อน ทุกแบรนด์ต่างแย่งกันพูด จนการจะทำให้ใครสักคนหันมาฟัง 👂🏻 กลายเป็นเรื่องยากขึ้นทุกวัน
สิ่งที่นักการตลาดกำลังมองหา จึงไม่ใช่แพลตฟอร์ม ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ และไม่ใช่โปรแกรมใหม่ๆ แต่คือความคิดของมนุษย์ และการร่วมมือกันของมนุษย์ และ Cannes ก็ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ช่วงเวลาของปี ที่ผู้คนจากทุกมุมโลกมารวมตัวกัน เพื่อไล่ล่าสิ่งนั้นพร้อมกัน
ตราบใดที่แพลตฟอร์ม ผลิตภัณฑ์ และโปรแกรมต่างๆ ยังเป็นเพียง "โครงสร้างพื้นฐาน" ที่ช่วยให้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เติบโตได้
Cannes Lions... ก็จะไม่มีวันตาย 👻😜
Credit: Oliver McAteer, Head of Development & Partner at Mischief
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by BirdBrand - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)
โฆษณา