4 ก.ค. เวลา 04:18 • ท่องเที่ยว

Balkan ในความทรงจำ (35) .. Croatia: Ston

Ston — เมืองแห่งกำแพงยักษ์ เกลือโบราณ และหอยนางรมที่ดีที่สุดแห่งทะเลเอเดรียติก
ระหว่างการเดินทางจากเมืองดูบรอฟนิก (Dubrovnik) มุ่งหน้าสู่เมืองสปลิต (Split) รถโค้ชของเราจอดพักที่เมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งหลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่เมื่อก้าวลงจากรถและเงยหน้ามองขึ้นไปบนภูเขา ทุกคนต่างก็ต้องหยุดมองด้วยความประหลาดใจ
กำแพงหินสีขาวขนาดมหึมาทอดตัวคดเคี้ยวไปตามแนวสันเขา ราวกับกำแพงเมืองจีนที่ถูกย่อส่วนลงมาไว้ริมทะเลเอเดรียติก
ที่นี่คือ Ston (สโตน) เมืองเล็ก ๆ บนคาบสมุทรเพลเยชาช (Pelješac Peninsula) ทางตอนใต้ของประเทศโครเอเชีย เมืองที่มีประชากรเพียงไม่กี่พันคน แต่กลับซ่อนประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังกำแพงหินทุกก้อน
แม้จะเป็นเพียงเมืองผ่านสำหรับนักท่องเที่ยวหลายคน แต่สำหรับผู้ที่รักประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และอาหารทะเลสด ๆ เมืองแห่งนี้กลับเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ
เมืองเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลเอเดรียติก
ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 14 เมืองสโตนอยู่ภายใต้การปกครองของ สาธารณรัฐรากูซา (Republic of Ragusa) หรือดูบรอฟนิกในปัจจุบัน
ในยุคนั้น “เกลือ” มีค่ามากเสียยิ่งกว่าที่เราจะจินตนาการได้ เพราะเป็นวิธีหลักในการถนอมอาหารก่อนที่จะมีตู้เย็น เกลือจึงถูกเรียกว่า “ทองคำขาว” (White Gold) และเป็นสินค้าที่สร้างความมั่งคั่งให้กับรัฐอย่างมหาศาล
รายได้จากนาเกลือของเมืองสโตน เคยคิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของรายได้ทั้งหมดของสาธารณรัฐรากูซา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จะได้รับการปกป้องอย่างแน่นหนา
กำแพงเมืองสโตน — กำแพงเมืองที่ยาวที่สุดในยุโรป
สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องหยุดมองตั้งแต่แรกเห็น ก็คือกำแพงเมืองขนาดมหึมาที่ทอดตัวยาวจากเมือง Ston ไปจนถึง Mali Ston
กำแพงแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1358 เพื่อป้องกันการรุกรานและคุ้มครองนาเกลืออันล้ำค่าของเมือง
เดิมมีความยาวเกือบ 7 กิโลเมตร ปัจจุบันได้รับการบูรณะจนสามารถเดินชมได้ประมาณ 5.5 กิโลเมตร พร้อมด้วยป้อมปราการและหอคอยกว่า 40 แห่ง จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นระบบกำแพงป้องกันเมืองที่ยาวที่สุดในยุโรป และเป็นหนึ่งในกำแพงเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
เมื่อมองจากพื้นเมือง กำแพงสีขาวที่เลื้อยขึ้นสู่ยอดเขาดูสง่างามราวกับงูหินขนาดยักษ์กำลังโอบล้อมภูเขาทั้งลูกไว้
เสียดายที่โปรแกรมทัวร์ของเราไม่มีเวลามากพอสำหรับการเดินขึ้นกำแพง ซึ่งต้องใช้แรงพอสมควร เพราะเส้นทางเป็นบันไดหินที่ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่เพียงได้ยืนมองจากด้านล่าง ก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของงานวิศวกรรมเมื่อกว่า 650 ปีก่อนได้อย่างชัดเจน
Photo : Internet
นาเกลือโบราณ…มรดกที่ยังมีชีวิต
จากมุมสูงจะเห็นผืนนาเกลือเรียงตัวเป็นสี่เหลี่ยมอย่างเป็นระเบียบ คล้ายผืนผ้าตารางหมากรุกขนาดใหญ่
นาเกลือแห่งนี้มีประวัติยาวนานกว่า 4,000 ปี และถือเป็นหนึ่งในนาเกลือที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงผลิตเกลือด้วยวิธีดั้งเดิม
ไม่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ ไม่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่
มีเพียงน้ำทะเล แสงแดด และสายลมจากทะเลเอเดรียติก ที่ช่วยระเหยน้ำจนเหลือผลึกเกลือบริสุทธิ์เช่นเดียวกับที่ผู้คนทำกันมาตั้งแต่หลายศตวรรษก่อน
ความเรียบง่ายนี้เองที่ทำให้การผลิตเกลือของเมืองสโตนยังคงมีเสน่ห์ และได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภูมิภาค
Mali Ston — เมืองเล็กของหอยนางรมระดับโลก
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เมืองนี้มีชื่อเสียงไม่แพ้กำแพงเมืองก็คือ หอยนางรมแห่ง Mali Ston
อ่าวเล็ก ๆ แห่งนี้มีสภาพธรรมชาติที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเพาะเลี้ยงหอย เพราะเป็นบริเวณที่น้ำทะเลผสมกับน้ำจืดจากแหล่งน้ำใต้ดิน ทำให้ความเค็มอยู่ในระดับพอเหมาะ และมีสารอาหารอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี
ผลลัพธ์ก็คือหอยนางรมพันธุ์พื้นเมือง Ostrea edulis ที่ขึ้นชื่อว่ามีเนื้อหวาน นุ่ม สด และมีกลิ่นหอมของทะเลอย่างเป็นธรรมชาติ
หลายสำนักยกให้เป็นหนึ่งในหอยนางรมที่อร่อยที่สุดของยุโรป
แน่นอนว่า…เมื่อมาถึงแหล่งกำเนิดแล้ว จะพลาดชิมได้อย่างไร
จานหอยนางรมสดที่เสิร์ฟพร้อมเลมอนฝานบาง ๆ และขนมปังกรอบ เป็นมื้อเรียบง่ายที่ทำให้เราได้ลิ้มรสความสดของทะเลเอเดรียติกอย่างแท้จริง
รสชาติหวานละมุน ไม่คาว และแทบไม่ต้องปรุงอะไรเพิ่มเติมเลย
เป็นความอร่อยที่เกิดจากธรรมชาติล้วน ๆ
โบสถ์เล็กกับบรรยากาศอันเงียบสงบ
ใจกลางเมืองยังมีโบสถ์หินสีขาวหลังเล็กตั้งอยู่ท่ามกลางลานกว้าง โดยมีแนวกำแพงเมืองทอดตัวอยู่ด้านหลัง
ภาพโบสถ์กับภูเขาหินปูนสีเทา และกำแพงโบราณที่ไต่ขึ้นสู่ยอดเขา เป็นภาพที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองสโตนได้อย่างสมบูรณ์
เมืองแห่งนี้ไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีฝูงชนหนาแน่น
มีเพียงผู้คนที่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย บ้านหินหลังเล็ก ถนนเงียบ ๆ และสายลมเย็นจากทะเลที่พัดผ่านตลอดทั้งวัน
เมืองเล็ก…ที่มีเรื่องราวยิ่งใหญ่
สโตนอาจไม่ใช่เมืองที่นักท่องเที่ยวใช้เวลาหลายวันในการพักผ่อน
แต่กลับเป็นเมืองที่สามารถเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของทะเลเอเดรียติกได้อย่างครบถ้วน ผ่านกำแพงเมืองอันแข็งแกร่ง นาเกลือโบราณที่ยังมีชีวิต และหอยนางรมรสเลิศที่สืบทอดชื่อเสียงมายาวนานหลายร้อยปี
สำหรับเรา การแวะพักเพียงช่วงสั้น ๆ กลับกลายเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่น่าประทับใจ เพราะทำให้ได้ค้นพบว่า บางครั้งเมืองที่เล็กที่สุด ก็อาจซ่อนเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเอาไว้เช่นกัน
และหากมีโอกาสกลับมาเยือนโครเอเชียอีกครั้ง…
เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ คือหนึ่งในสถานที่ที่อยากใช้เวลามากกว่านี้ เพื่อเดินบนกำแพงโบราณ มองลงไปยังนาเกลือสีขาว และนั่งชิมหอยนางรมสด ๆ ริมอ่าวอย่างไม่ต้องรีบร้อนอีกสักครั้งค่ะ
โฆษณา