4 ก.ค. เวลา 12:56 • ท่องเที่ยว

Balkan ในความทรงจำ (38) .. Croatia: Zadar: มหาวิหาร อเนสตาเซีย

มหาวิหารเซนต์อนาสตาเซีย (St. Anastasia's Cathedral / Katedrala sv. Stošije)
มหาวิหารที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามากว่า 900 ปี
เมื่อเดินเข้ามาในย่านเมืองเก่าของซาดาร์ สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาคงหนีไม่พ้นอาคารหินสีอ่อนขนาดใหญ่ที่ตั้งสง่างามอยู่กลางจัตุรัส นั่นคือ มหาวิหารเซนต์อานาสตาเซีย (Cathedral of St. Anastasia) มหาวิหารคาทอลิกที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นดัลเมเชีย และถือเป็นศูนย์กลางความศรัทธาของชาวซาดาร์มาตั้งแต่ยุคกลาง
มหาวิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12–13 บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นโบสถ์เก่าในยุคคริสต์ศาสนาตอนต้น แม้จะได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและสงครามหลายครั้ง โดยเฉพาะช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็ได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถัน จนยังคงความงดงามของสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างน่าประทับใจ
เพียงแค่ยืนอยู่ด้านหน้า เราก็สัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของงาน
สถาปัตยกรรมแบบ Romanesque ที่โดดเด่นด้วยความสมดุลและสง่างาม ผนังหินปูนสีขาวถูกตกแต่งด้วยซุ้มโค้งเรียงเป็นจังหวะอย่างเป็นระเบียบ
หน้าต่างกุหลาบ (Rose Windows): ขนาดใหญ่ตรงกลางด้านหน้าวิหาร เปรียบเสมือนหัวใจของอาคารที่ทั้งงดงามและเปี่ยมด้วยความหมายเชิงสัญลักษณ์ของคริสต์ศาสนา
… โดดเด่นด้วยหน้าต่างวงกลมแกะสลักลวดลายคล้ายซี่ล้อรถม้าขนาดใหญ่ถึง 2 บาน โดยบานบนเป็นสไตล์กอทิก ส่วนบานล่างที่ใหญ่กว่าเป็นสไตล์โรมาเนสก์ ถือเป็นมุมมหาชนที่ใครมาซาดาร์ก็ต้องถ่ายรูปเก็บไว้ครับ
ซุ้มประตูแกะสลัก: เป็นซุ้มประตูหินสไตล์โรมาเนสก์ที่แกะสลักอย่างประณีต มีลักษณะเป็นวงโค้งซ้อนกันหลายชั้น (Archivolts)
สังเกตตรงกลางเหนือกรอบประตู (Tympanum) จะมีรูปแกะสลักนูนต่ำรูป ลูกแกะ (Agnus Dei / Lamb of God) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระเยซู ขนาบข้างด้วยรูปปั้นทูตสวรรค์ที่ยังคงความคมชัด แม้จะผ่านกาลเวลามาหลายศตวรรษ
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในมหาวิหาร บรรยากาศจะเปลี่ยนจากความคึกคักของเมืองเก่าเป็นความสงบนิ่งทันที
ภายในโครงสร้างสไตล์โรมาเนสก์ (Romanesque): ภายในจะเห็นแนวเสาหินโค้งมนทอดยาวแบ่งพื้นที่ทางเดินเป็น 3 ช่อง (Naves) ด้านบนเพดานเป็นโครงสร้างไม้เปลือยโชว์คานที่ดูโอ่โถงและคลาสสิกมาก
โถงยาวที่เรียบง่ายแต่สง่างาม เสาหินขนาดใหญ่เรียงตัวเป็นแนวสองข้างรับน้ำหนักหลังคาไม้โบราณที่ยังคงรักษาโครงสร้างเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์
แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างสูงด้านบนช่วยเติมความอบอุ่นให้กับพื้นที่ และยิ่งขับให้รายละเอียดของแท่นบูชา ประติมากรรมหิน และงานไม้แกะสลักดูโดดเด่นขึ้น
หนึ่งในสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือ ออร์แกนขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่เหนือประตูทางเข้า ท่อออร์แกนจำนวนมากเรียงตัวอย่างงดงามจนแทบจะกลายเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งของมหาวิหาร และในโอกาสพิเศษ เสียงออร์แกนที่กังวานไปทั่วอาคารก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าประทับใจอย่างยิ่ง
แม้ว่าการตกแต่งภายในจะไม่หรูหราฟุ่มเฟือยเหมือนมหาวิหารหลายแห่งในยุโรปตะวันตก แต่กลับมีเสน่ห์ในแบบของดัลเมเชีย คือเน้นความเรียบง่าย แข็งแรง และให้ความรู้สึกสงบ เหมาะกับการนั่งพักเพื่อซึมซับบรรยากาศแห่งศรัทธา
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด คือ หอระฆัง (Bell Tower) ซึ่งตั้งอยู่ติดกับตัวมหาวิหาร
นักท่องเที่ยวสามารถซื้อตั๋วเดินขึ้นบันไดหินไปยังยอดหอระฆังได้ แม้จะต้องออกแรงพอสมควร แต่เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนแล้ว ความเหนื่อยทั้งหมดก็หายไปทันที
จากจุดชมวิวแห่งนี้ เราจะมองเห็นเมืองเก่าซาดาร์ทั้งเมือง หลังคากระเบื้องสีส้มเรียงรายอยู่ท่ามกลางกำแพงหินโบราณ ลาน Roman Forum ที่เคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิโรมันทอดตัวอยู่เบื้องล่าง ส่วนโบสถ์เซนต์โดนาตุสที่มีรูปทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ก็ดูโดดเด่นอย่างยิ่งเมื่อมองจากมุมสูง และไกลออกไปคือทะเลเอเดรียติกสีครามที่โอบล้อมเมืองไว้อย่างงดงาม
วิวแบบพาโนรามา 360 องศาจากบนหอระฆังแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในมุมมองที่สวยที่สุดของเมืองซาดาร์ และเป็นภาพที่ทำให้เราเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่า เหตุใดเมืองเล็ก ๆ ริมทะเลแห่งนี้จึงเคยเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาคดัลเมเชียมาอย่างยาวนาน
มหาวิหารเซนต์อานาสตาเซียจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นพยานแห่งประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของซาดาร์ ตั้งแต่ยุคโรมัน ยุคกลาง จนถึงปัจจุบัน
และสำหรับนักเดินทางอย่างเรา การได้ใช้เวลาสักครู่ภายในมหาวิหาร ก่อนจะเดินขึ้นหอระฆังเพื่อมองเมืองทั้งเมืองจากเบื้องบน ก็เป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่ทำให้การมาเยือนซาดาร์มีความหมายและน่าจดจำยิ่งขึ้น.
โฆษณา