Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Supawan’s Colorful World
•
ติดตาม
5 ก.ค. เวลา 07:08 • ท่องเที่ยว
Balkan ในความทคงจำ (43).. Croatia: Opatia
Opatija… เมืองที่เราได้พบเพียงชั่วข้ามคืน แต่ยังตราตรึงในความทรงจำ
โอปาทิยา (Opatija) เป็นเมืองที่เราใช้เวลาอยู่เพียงคืนเดียวตลอดการเดินทางในโครเอเชีย
รถบัสค่อย ๆ แล่นเลียบชายฝั่งอ่าวคุมเนอร์ (Kvarner Gulf) เข้าสู่เมืองในช่วงเย็น ขณะที่พระอาทิตย์กำลังลดต่ำลงเหนือทะเลเอเดรียติก แสงสีทองทอดยาวบนผืนน้ำกว้างสุดสายตา ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้ม สีชมพู และม่วงอ่อนอย่างช้า ๆ เป็นภาพอาทิตย์อัสดงที่งดงามที่สุดภาพหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้
คืนนั้นเราพักที่ Grand Hotel Adriatic โรงแรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างกว้างไกล
แม้จะไม่มีเวลาเดินลงไปเที่ยวในตัวเมือง แต่เพียงทัศนียภาพจากระเบียงโรงแรมก็ทำให้เราเข้าใจทันทีว่า เหตุใดโอปาทิยาจึงได้รับการขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก”
โอปาทิยาไม่ใช่เมืองชายทะเลที่โดดเด่นด้วยชายหาดกว้างใหญ่ หากแต่มีชื่อเสียงจากความสง่างามของเมืองตากอากาศในยุโรปยุคศตวรรษที่ 19 อาคารสไตล์ Belle Époque
โรงแรมหรู วิลล่าเก่าแก่ สวนดอกไม้ และทางเดินเลียบทะเล Lungomare ที่ทอดยาวหลายกิโลเมตร ล้วนสะท้อนความรุ่งเรืองในยุคที่เมืองแห่งนี้เป็นสถานพักผ่อนของราชวงศ์ฮับส์บูร์ก ขุนนาง และชนชั้นสูงจากทั่วทั้งยุโรป
จากหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่ก่อกำเนิดขึ้นรอบอารามเซนต์เจมส์ โอปาทิยาค่อย ๆ เติบโตขึ้นหลังการสร้าง Villa Angiolina ในปี ค.ศ. 1844
และเมื่อเส้นทางรถไฟจากเวียนนาและบูดาเปสต์เชื่อมต่อถึงชายฝั่ง เมืองแห่งนี้ก็กลายเป็นรีสอร์ตเพื่อสุขภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลเอเดรียติก จนได้รับการประกาศให้เป็นเมืองพักฟื้นทางภูมิอากาศอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1889
แม้เราจะไม่มีโอกาสเดินไปตามทางเดินริมทะเล หรือไปเยือนสถานที่สำคัญต่าง ๆ ของเมือง แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ได้ยืนอยู่บนระเบียงของโรงแรมกลับกลายเป็นหนึ่งในความทรงจำที่สวยที่สุด
บนลานชมวิวมี รูปปั้นจำลองของ “Maiden with the Seagull” หรือ “หญิงสาวกับนกนางนวล” สัญลักษณ์อันโด่งดังของเมืองโอปาทิยา ตั้งหันหน้าออกสู่ทะเล ราวกับกำลังเฝ้ามองผืนเอเดรียติกอันกว้างใหญ่
ส่วนรูปปั้นต้นฉบับนั้น ตั้งอยู่บนโขดหินริมทะเลบริเวณทางเดิน Lungomare ใกล้สวน Angiolina ห่างจากโรงแรมออกไปราวสองกิโลเมตร รูปปั้นสำริดนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1956 โดยประติมากรชาวโครเอเชีย Zvonko Car และปัจจุบันได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของโอปาทิยา
มีผู้คนมากมายตีความหญิงสาวผู้นี้ยามยืนมองออกสู่ทะเลว่าเป็นตัวแทนของความหวัง ความรัก และการรอคอย บ้างก็เปรียบเธอเสมือนผู้เฝ้ามองการกลับมาของผู้ที่ออกเรือสู่ทะเลกว้าง จนกลายเป็นเรื่องเล่าที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติก
แม้เราจะไม่ได้ไปพบรูปปั้นต้นฉบับ แต่เพียงได้เก็บภาพ รูปปั้นจำลอง ท่ามกลางแสงสุดท้ายของวัน ก็ทำให้รู้สึกเหมือนได้สัมผัสจิตวิญญาณของเมืองแห่งนี้
แสงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า ท้องทะเลเปลี่ยนสีทุกนาที เงาของหญิงสาวทอดตัวตัดกับท้องฟ้าสีทองและสีส้มอ่อน เป็นภาพที่งดงามจนยากจะละสายตา และนับเป็นภาพพระอาทิตย์อัสดงที่สวยที่สุดภาพหนึ่งตลอดการเดินทางในคาบสมุทรบอลข่าน
หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศริมระเบียง เราจึงลงไปรับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม บุฟเฟต์มีอาหารยุโรปให้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งขนมปังอบสด ชีสหลายชนิด แฮมและโคลด์คัตแบบดัลเมเชียน ไส้กรอก ไข่ ผลไม้สด ขนมอบ และอาหารร้อนนานาชนิด ทุกอย่างจัดวางอย่างสวยงามและพิถีพิถัน สมกับโรงแรมที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาอย่างยาวนาน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย เราก็ต้องออกเดินทางต่อ
ไม่มีโอกาสเดินเล่นบน Lungomare ไม่มีโอกาสแวะชม Villa Angiolina หรือจิบกาแฟในคาเฟ่ริมทะเลอย่างที่ตั้งใจไว้ แต่กลับไม่รู้สึกเสียดายมากนัก เพราะโอปาทิยาได้มอบของขวัญชิ้นพิเศษให้กับเราแล้ว
ของขวัญชิ้นนั้น คือภาพของหญิงสาวที่ยืนสงบนิ่งอยู่เหนือผืนทะเล พร้อมแสงอาทิตย์ดวงสุดท้ายของวัน ที่ค่อย ๆ จมหายลงหลังเส้นขอบฟ้า
บางครั้ง…การเดินทางไม่ได้วัดจากจำนวนสถานที่ที่เราไปเยือน หากวัดจากช่วงเวลาที่ทำให้หัวใจหยุดนิ่งและจดจำได้ตลอดไป
สำหรับเรา โอปาทิยาอาจเป็นเพียงเมืองที่แวะพักหนึ่งคืน แต่ก็เป็นหนึ่งในเมืองที่ฝากภาพพระอาทิตย์อัสดงอันงดงามที่สุดไว้ในความทรงจำ และนั่นก็มากพอที่จะทำให้ “ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก” เปล่งประกายอยู่ในใจเราไปอีกนานแสนนานค่ะ
บันทึก
1
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย