5 ก.ค. เวลา 07:52 • ท่องเที่ยว
วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่)

ศูนย์วัฒนธรรมกลางกรุง

23 มิถุนายน ฉันออกตัวเดินไปตามทางเท้าที่เห็นผู้คนอยู่บางตา บ่ายของวันอังคารในย่านที่เกือบจะพลุกพล่านที่สุดเต็มไปด้วยผูัคนอย่างที่ฉันคิดไว้ เหนือศีรษะของเราคือไอแดดและคลื่นลมร้อนที่ไม่ปราณีใครทั้งนั้น แต่นั้นไ่ม่ได้หยุดศรัทธาของผู้คนที่มาร่วมสักการะ 'วัดเน่ยเล่งยี่' หรืออีกชื่อที่เราคุ้นเคยกันดี 'วัดมังกร'
ถ้าหากจะให้หลับตาแล้วนึกถึง "วัดมังกร" ภาพในหัวของใครหลายคนคงหนีไม่พ้นควันธูปหนาทึบที่ทำเอาแสบตา และเสียงเขย่ากระบอกเซียมซีไม้ไผ่ที่ดังระงม ทว่าหากคุณลองก้าวขาผ่านประตูวัดเข้ามาในวันนี้ สิ่งแรกที่ปะทะหน้ากลับไม่ใช่ควันธูปอีกต่อไป
ในพื้นที่ความเงียบสงบท่ามกลางความพลุกพล่านของร้านรวงรอบข้าง ตอนนี้เราจะเห็นภาพผู้คนยุค New Normal ยืนต่อคิวเรียงราย แต่ละคนไม่ได้ถือกระบอกเซียมซีไม้อีกต่อไปแล้ว แต่กำลังก้มหน้าจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟน อ่านคำทำนายออนไลน์จากการสแกนผ่าน QR Code กันทั้งนั้น
การก้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัลและนโยบาย "งดจุดธูป 100%" ของวัดมังกรที่ทำมาได้ 4-5 ปีแล้วนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความทันสมัย แต่เป็นความตั้งใจในการปรับตัวเพื่อสู้กับปัญหามลภาวะทางอากาศ (PM 2.5) ในเขตเมืองหนาแน่น และลดการสัมผัสร่วมในช่วงโควิด-19
ฉันได้บังเอิญเจอกับคุณลุงคนหนึ่ง แต่เพราะความเป็นส่วนตัว ฉันจะเรียกเขาว่าลุงมังกรแล้วกันนะ ลุงมังกรประจำอยู่ในจุดรับบริจาคยาของวัดมังกร ซึ่งตกอยู่ในมุมมืดของวัด หากไม่ลองสังเกตให้ดี ๆ ฉันอาจจะมองข้ามไปแล้วเสียด้วยซ้ำ ท่านคอยนั่งมองดูผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาสักการะตั้งแต่เมื่อสมัยก่อนแล้ว
ฉันถามเขา
: ตอนนี้มันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนยังไง ทำไมยังทำงานอยู่ที่นี่ต่อ ลุงมังกรอยู่มาตั้งแต่ก่อนที่จะมีรถไฟใต้ดินเลยใช่ไหมคะ
ชายชราทำเพียงหัวเราะ
"ดีกว่าเมื่อก่อนขึ้นเยอะ ปกติความจริงแล้วเมื่อก่อนคนก็เยอะ คนจีน คนไทย ปะปนกันมั่วไปหมด กลิ่นธูปก็แรง เสียงเซียมซีนี่ดังระงมเลย พอคนเยอะรถก็เยอะตาม อากาศก็ไ่ม่ได้ดีขนาดนั้น"
วัดมังกรเป็นศูนย์รวมจิตใจของวัฒนธรรมจีน-ไทย มาตั้งแต่เมื่อก่อน ทว่าความเคารพและการสักการะเพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิตกลับทำให้เกิดมลภาวะไม่น้อยเลยทีเดียว
"ก็ตั้งแต่ที่เขาเริ่มสร้าง MRT นั่นแหละ คนเที่ยวชมก็เยอะขึ้น แต่ในทางกลับกันรถก็น้อยลงเพราะมีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้น แถวนี้มันแออัด แค่ที่จอดรถยังหายาก ไม่แปลกที่ส่วนใหญ่เขาจะขึ้นรถไฟใต้ดินมากัน ร้านรวงอะไรเทือกนั้นก็ขายของได้ดีขึ้น... ธูปเลิกใช้ไป 4-5 ปีแล้ว เหมือนกับเซียมซีที่เปลี่ยนไปใช้แบบสแกนผ่านมือถือ เป็นช่วง Covid-19 พอดี เลยพยายามลดปัญหามลภาวะทางอากาศ แล้วก็ลดการสัมผัสด้วย"
แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนบางคนก็อาจจะกลัวว่าวัฒนธรรมที่พวกเขาคุ้นเคยจะหายไปตามกาลเวลา แต่พวกเขาเองก็ต้องตระหนักเช่นกัน ว่าในโลกนี้ไม่มีการไม่เปลี่ยนแปลงที่แท้จริง การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ของวัดมังกร เป็นการทำให้วัฒนธรรมคงอยู่สืบต่อไปเคียงข้างกับสังคมไปอีกยาวนาน
โฆษณา