Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ระวี ตะวันธรงค์
•
ติดตาม
5 ก.ค. เวลา 15:14 • การตลาด
จาก ”Public Relations“ สู่ ”Public Trust“
หมดยุคการใช้สิทธิ #ลูกค้าคือพระเจ้า ถ้าลูกค้าใช้ #สิทธิ เกินสามัญสำนึก การปกป้องสิทธิของผู้ให้บริการเขาก็มีสิทธิไม่ต่างจากทุกคนเหมือนกัน
มันกำลังบอกเราว่า โลกการสื่อสารและการประชาสัมพันธ์กำลังเปลี่ยนไปอีกครั้ง
เกือบทุกครั้งที่เกิดดราม่าระหว่างองค์กรกับผู้บริโภค เรามักเห็นภาพเดิมๆ คือ ฝ่ายประชาสัมพันธ์รีบออกมาขอโทษ รีบดับไฟ และพยายามทำให้เรื่องเงียบที่สุด
แต่กรณี “Bad Customer” ที่กำลังเกิดขึ้นในสังคมไทยช่วงนี้ กลับสะท้อนบางอย่างที่ลึกกว่าการบริการลูกค้า และลึกกว่าคำว่า #ลูกค้าคือพระเจ้า
จากยุคบริหารภาพลักษณ์ สู่ยุคบริหารคุณค่า
ในอดีต การประชาสัมพันธ์ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาชื่อเสียงองค์กร
เมื่อเกิดวิกฤต องค์กรมักเลือกทางออกที่ปลอดภัยที่สุด คือ “ขอโทษไว้ก่อน”
ไม่ว่าลูกค้าจะถูกหรือผิด
ไม่ว่าพนักงานจะถูกกระทำอย่างไร
เพราะ KPI สำคัญในเวลานั้น คือการทำให้กระแสเงียบลงให้เร็วที่สุด
แต่ในโลกปัจจุบัน ผู้คนไม่ได้ตัดสินแบรนด์จากคำขอโทษอีกแล้ว
พวกเขากำลังตัดสินจาก “จุดยืน”
ผู้บริโภคไม่ได้ถามว่าองค์กรสื่อสารเก่งแค่ไหน
แต่ถามว่าองค์กรยืนอยู่ข้างอะไร
ยืนอยู่ข้างผลประโยชน์
หรือยืนอยู่ข้างความถูกต้อง
PR ยุคใหม่ไม่ใช่การปกป้องแบรนด์ แต่คือการปกป้องคุณค่าขององค์กร
สิ่งที่น่าสนใจคือ หลายองค์กรระดับโลกเริ่มเปลี่ยนแนวคิดจาก Customer First มาเป็น People First
พวกเขาไม่ได้ปกป้องเฉพาะลูกค้า
แต่ปกป้องพนักงานด้วย
เพราะพนักงานไม่ใช่ทรัพยากรที่เปลี่ยนได้ตลอดเวลา
แต่คือมนุษย์ที่เป็นตัวแทนแบรนด์ หน้าด่านขององค์กร
หากองค์กรปล่อยให้พนักงานถูกด่าทอ ถูกคุกคาม หรือถูกเหยียดหยามต่อหน้าสาธารณะ แล้วเลือกเงียบเพราะกลัวเสียลูกค้า
สิ่งที่เสียไปไม่ใช่ยอดขาย
แต่คือความน่าเชื่อถือขององค์กรเอง
ในมุมการสื่อสาร นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญจาก Reputation Management ไปสู่ Value Management
จากการบริหารภาพลักษณ์ ไปสู่การบริหารคุณค่าที่องค์กรเชื่อจริงๆ
ยุค AI ทำให้ความจริงถูกตรวจสอบได้เร็วขึ้น
เมื่อก่อนองค์กรสามารถสร้างภาพลักษณ์ผ่านโฆษณา ข่าวประชาสัมพันธ์ หรือสื่อกระแสหลักได้
แต่วันนี้ #ข้อเท็จจริง สามารถสร้างผลกระทบต่อแบรนด์ได้มากกว่างบโฆษณาหลายสิบล้านบาท
AI กำลังทำให้ #ข้อเท้จจริง ถูกค้นหา เชื่อมโยง และตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
พฤติกรรมลูกค้า
นโยบายองค์กร
พฤติกรรมของพนักงาน
และการจัดการวิกฤต
ทั้งหมดถูกนำมาประกอบกันจนกลายเป็น “ตัวตนที่แท้จริง” ขององค์กร
โลกยุคใหม่จึงไม่ถามว่าองค์กรพูดอะไร
แต่ถามว่าองค์กรทำอะไร
ผมมองว่า บทบาทของนักประชาสัมพันธ์ในอนาคตจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
#PR จะไม่ใช่คนเขียนข่าวส่งสื่อ
ไม่ใช่คนจัดงานแถลงข่าว
และไม่ใช่คนคอยแก้ Crisis management
แต่จะกลายเป็น #สถาปนิกแห่งความไว้วางใจ (Trust Architect)
มีหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างคุณค่าขององค์กรกับความคาดหวังของสังคม
และ #ออกแบบความไว้วางใจจากข้อมูลจริง
เพราะในโลกที่ AI สามารถสร้างคอนเทนต์ได้
เขียนข่าวได้
ตอบคำถามลูกค้าได้
สิ่งที่ AI ยังสร้างแทนไม่ได้ คือ #ความน่าเชื่อถือ
และความน่าเชื่อถือจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อองค์กรกล้ายืนอยู่บนหลักการที่ถูกต้อง แม้ในวันที่ต้องแลกกับรายได้บางส่วน
บทเรียนที่ใหญ่กว่าดราม่า
กรณี Bad Customer จึงไม่ใช่แค่เรื่องของมารยาทในการใช้บริการ
แต่เป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านทางสังคม
จากยุคที่อำนาจอยู่ในมือคนที่จ่ายเงิน
สู่ยุคที่อำนาจอยู่ในมือคนที่รักษาความเป็นมนุษย์
และสำหรับวงการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ นี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดของทศวรรษ
เพราะต่อจากนี้ องค์กรจะไม่ได้แข่งขันกันว่าใครสื่อสารเก่งกว่า
แต่แข่งขันกันว่าใคร “น่าเชื่อถือ” กว่ากัน
ในวันที่ AI ทำให้ทุกคนพูดได้เหมือนกันหมด
สิ่งที่เหลืออยู่เป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่คำพูด
แต่คือ “จุดยืน”
และนั่นคือทุนที่มีค่าที่สุดขององค์กรในศตวรรษที่ 21.
——
ระวี ตะวันธรงค์
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย