6 ก.ค. เวลา 01:04 • ท่องเที่ยว

Balkan ในความทรงจำ (47) .. Slovenia: Ljubljana: ประติมากรรมรูปปั้น ในเขตเมืองเก่า

เรามาเดินเล่นในเขตเมืองเก่าLjubljana .. สังเกตุเห็นว่า ที่นี่แสดงออกในหลายแง่มุมที่น่าสนใจ .. อาจจะเป็นยุคของความเท่าเทียมและการแสดงออกที่ไร้ขอบเขต
ปรัชญาแห่งความยั่งยืนและการเคารพธรรมชาติ … ในสวนสาธารณะ (เช่น สวนทิโวลี - Tivoli Park) … งานประติมากรรมมักจะถูกจัดวางอย่างนอบน้อม ไม่เน้นความใหญ่โตโอ่อ่าที่ข่มธรรมชาติ
… แต่จะเน้นงานที่ดูกลมกลืน เป็นมิตร และเปิดโอกาสให้ธรรมชาติ เช่น ต้นไม้ ใบไม้ หรือแสงแดด เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะนั้น ๆ สะท้อนวิถีชีวิตของชาวสโลวีเนียที่ผูกพันและเคารพธรรมชาติอย่างสูง
สถาปนิกเอกของเมืองอย่าง Jože Plečnik ผู้แต่งแต้มผังเมืองลูบลิยานา เคยกล่าวไว้ในทำนองว่า เมืองควรสร้างขึ้นเพื่อจิตวิญญาณของมนุษย์
ในรายทางของการเเดิน เราจึงรู้สึกเหมือนเห็น "ของเล่น" หรือสิ่งมีชีวิตแปลก ๆ ซ่อนอยู่ตามมุมเมือง … อันเป็นเป็นความจงใจของศิลปินและชาวเมืองนี้ ที่อยากให้ลูบลิยานาเป็นเมืองหลวงที่ไม่เคร่งขรึมจนเกินไป แต่เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวา อบอุ่น และเต็มไปด้วยจินตนาการในทุกก้าวที่เดิน
รูปปั้นมังกรสำริดสีเขียวตัวนี้ตั้งอยู่บน "สะพานมังกร" (Dragon Bridge) หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า Zmajski Most ค่ะ
สะพานนี้มีมังกรหน้าตาน่าเกรงขามแบบนี้เฝ้าอยู่ตรงสี่มุมสะพาน ถือเป็นแลนด์มาร์กและสัญลักษณ์ประจำเมืองลูบลิยานาที่โด่งดังที่สุด
เสาหินทรงเหลี่ยมแหลมสูง (เสาโอเบลิสก์) พร้อมน้ำพุในภาพ ตั้งอยู่ใจกลาง "จัตุรัสตลาด" (Town Square) หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า Mestni Trg (ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารศาลากลางจังหวัดลูบลิยานาพอดี)
ชื่อของสิ่งนี้: จุดนี้มีชื่อเรียกว่า น้ำพุรอบบา (Robba Fountain) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ น้ำพุแห่งสามแม่น้ำของคาร์นิโอล่า (Fountain of the Three Carniolan Rivers)
ความหมาย: รูปปั้นเทพเจ้ากรีกโบราณ 3 องค์ที่อยู่รอบเสานั้น กำลังถือโถเทน้ำ ซึ่งสื่อถึง แม่น้ำสายหลัก 3 สาย ที่ไหลหล่อเลี้ยงภูมิภาคนี้ ได้แก่ แม่น้ำลูบลิยานิกา (Ljubljanica), แม่น้ำซาวา (Sava) และแม่น้ำเกอร์คา (Krka) นั่นเองค่ะ
โดยผลงานดั้งเดิมสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1751 โดยประติมากรชาวอิตาลีชื่อ Francesco Robba รูปแบบจะคล้ายกับน้ำพุชื่อดังในกรุงโรม
ภาพน้ำพุในภาพ เห็นฉากหลังเป็นยอดโดมสีเขียวและหอคอยคู่ของ มหาวิทยาลัยลูบลิยานา (St. Nicholas' Cathedral)
ผลงานอันเลื่องชื่อของประติมากร Jakov Brdar
ภาพถ่ายในกลุ่มนี้ เป็นผลงานที่ตั้งอยู่บริเวณ สะพานคนเดินบัตเชอร์ส (Butchers' Bridge หรือ Mesarski most) ซึ่งเป็นสะพานแห่งความรักที่คนนิยมมาคล้องกุญแจกันค่ะ
ผลงานสำริดดีไซน์แปลกตาเหล่านี้สร้างสรรค์โดยศิลปินชื่อดัง Jakov Brdar สะท้อนความขี้เล่นและการผสมผสานเรื่องเล่าในอดีตอย่างที่พี่แต๋วตั้งข้อสังเกตไว้เลยค่ะ
รูปปั้นสำริดรูปร่างคล้ายชายหนุ่มที่ท่อนบนเปิดโล่งจนเห็นกระดูกซี่โครง กำลังก้าวเดินและเอี้ยวตัวขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นงานศิลปะเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงเสรีภาพและการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์
รูปปั้นบุรุษเปลือยเปล่าในท่าทางก้าวเดินอย่างมั่นใจและชูมือขึ้นหนึ่งข้าง ผิวสัมผัสของงานจะดูดิบ มีความขรุขระคล้ายเปลือกไม้หรือดินโคลนธรรมชาติ
รูปปั้นสัตว์สี่ขาที่มีลักษณะกึ่งสุนัขกึ่งสัตว์ในจินตนาการ ยืนโก่งหลังและก้มหัวลงต่ำติดกับแท่นหิน เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบมาลูบหัวและถ่ายรูปคู่ด้วยบ่อย ๆ
รูปปั้นชายหญิงสองคนในสภาพเนื้อตัวขรุขระกำลังก้าวเดินเคียงข้างกัน คนหนึ่งยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความโศกเศร้า งานชิ้นนี้ตั้งอยู่ริมทางเดินข้างตลาดอาคารยาว ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานของ "อาดัมกับอีฟ" (Adam and Eve) ตอนที่ถูกขับออกจากสวนเอเดน
สิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วบนราวสะพาน: ประติมากรรมสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ รูปร่างคล้ายกบ ผสมผสานสัตว์เลื้อยคลานโบราณ เกาะอยู่บนราวสะพานเหล็กเคียงคู่ไปกับแม่กุญแจหลากสีที่คู่รักนำมาคล้องไว้ เป็นงานชิ้นเล็กที่น่ารักและชวนให้อมยิ้มมาก ๆ
บุคคลสำคัญและแลนด์มาร์กของเมือง
อนุสาวรีย์ Gustav Mahler: คือรูปปั้นของ กุสตาฟ มาห์เลอร์ (Gustav Mahler) คีตกวีและวาทยากรชื่อดังระดับโลกชาวออสเตรีย ยืนสง่างามโดยมีฉากหลังเป็นแผ่นสำริดแกะสลัก
อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงช่วงเวลาในวัยหนุ่มที่เขาเคยมาทำงานเป็นผู้อำนวยการดนตรีประจำโรงละครในเมืองลูบลิยานาแห่งนี้
ทิวทัศน์ริมน้ำที่มองเห็นอาคารสีขาวทอดยาวเป็นแนวเสาโค้ง (Colonnade) ควบคู่ไปกับเรือนำเที่ยวสีขาว
อาคารสไตล์คลาสสิกนี้คือ ตลาดกลางลูบลิยานา (Central Market) ออกแบบโดยสถาปนิกเอก Jože Plečnik เพื่อให้ชาวเมืองได้มาจับจ่ายซื้อของริมแม่น้ำในบรรยากาศที่สวยงาม
ภาพมุมกว้างด้านหน้าอาคารหลักของมหาวิทยาลัยลูบลิยานาตรงจัตุรัสคองเกรส พร้อมรูปปั้นน้ำพุตำนาน "การลักพาตัวเจ้าหญิงยูโรปา" และป้ายฉลองครบรอบ "415 do 100"
ประติมากรรมสำริดตรงน้ำพุภาพ ⁠: เป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์เรื่อง "ความขี้เล่นและลดทอนความเคร่งขรึม" ของเมืองนี้ได้ดีที่สุดเลยค่ะ!
เนื้อหาในตำนาน: รูปปั้นนี้เล่าตำนานกรีกโบราณตอน "มหาเทพซุส (Zeus) แปลงกายเป็นวัวเพื่อลักพาตัวเจ้าหญิงยูโรปา (Europa)" (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อทวีปยุโรปนั่นเองค่ะ)
ความขี้เล่นของศิลปิน: แทนที่ศิลปินจะปั้นออกมาให้ดูขลัง สวยงาม หรือน่าเกรงขามตามแบบคลาสสิก เขากลับออกแบบให้วัว (เทพซุส) มีลักษณะท่าทางกึ่งตลก ขี้เล่น และตัวเจ้าหญิงยูโรปาก็กำลังโพสท่าเอื้อมมือขึ้นฟ้าในมุมมองที่ดูร่วมสมัยและหลุดกรอบ รูปปั้นนี้จึงดูกลืนไปกับปรัชญาศิลปะแนวอมยิ้มที่กระจายอยู่ทั่วเมืองหลวงแห่งนี้เลยค่ะ
การที่รูปปั้นแนวกรีกร่วมสมัยแบบนี้มาตั้งอยู่หน้าอาคารมหาวิทยาลัยที่ดูเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ เป็นการจับคู่ที่ตัดกันได้อย่างมีเสน่ห์มาก ๆ ค่ะ
อนุสาวรีย์กวีแห่งชาติ Prešeren: แลนด์มาร์กที่สำคัญที่สุดใจกลาง จัตุรัสแปรเชเรน (Prešeren Square)
รูปปั้นสำริดขนาดใหญ่ด้านล่างคือ ฟรานเซ แปรเชเรน (France Prešeren) กวีเอกผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโลวีเนีย (ผู้แต่งเพลงชาติ) ด้านบนของเขาคือ "เทพธิดาแห่งแรงบันดาลใจ" (Muse) ที่กำลังถือช่อใบไม้เหนือกวี เป็นจุดนัดพบยอดนิยมของชาวเมืองที่ใครมาก็ต้องแวะถ่ายภาพ
อาคารสีเหลืองมัสตาร์ดสไตล์นีโอเรอเนซองส์ที่เห็นในภาพ ⁠คือ "พระราชวังเครสิยา" (Kresija Palace หรือ Palača Kresija) ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของเมืองลูบลิยานา ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าย่านเมืองเก่าติดกับสะพานสามสาย (Triple Bridge)
ปัจจุบันภายในอาคารแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว (Tourist Information Centre หรือ TIC) สังเกตได้จากป้ายสัญลักษณ์ตัว "i" สีเขียวตรงผนังตึกในภาพ
ตัวอักษรขนาดใหญ่สีแดงและสีเขียวไขว้ไปมานั้น สเปกตรัมของมันประกอบกันเป็นคำว่า "WOW" ค่ะ
งานศิลปะจัดวาง (Art Installation) ชิ้นนี้สื่อความหมายและมีกิมมิกที่น่ารักดังนี้ค่ะ:
คำว่า "WOW": สื่อถึงความตื่นตาตื่นใจ (Wow!) ที่นักท่องเที่ยวมีต่อความสวยงาม เสน่ห์ และความน่ารักของเมืองลูบลิยานา
การใช้สีแดงและสีเขียว:
สีเขียว: สื่อถึง "จิตวิญญาณสีเขียว" (Green Soul) ของลูบลิยานา ในฐานะเมืองหลวงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยั่งยืน และสะอาดเป็นอันดับต้น ๆ ของยุโรป
สีแดง: สื่อถึงความรัก พลังงาน ความมีชีวิตชีวา และความอบอุ่นของชาวเมือง
ความ "ขี้เล่น" และเข้าถึงง่าย: ตัวอักษรเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้เป็น Interactive Art คือไม่ได้มีไว้ให้ยืนดูเฉย ๆ แต่จงใจทำเป็นทางลาดและช่องวงกลม เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถปีนป่าย วิ่งลอด หรือให้คนไปนั่งเล่น ถ่ายรูปคู่ได้ ซึ่งตรงกับปรัชญาศิลปะเพื่อทุกคนและความขี้เล่นของเมืองนี้
โฆษณา