Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
6 ก.ค. เวลา 15:17 • หนังสือ
บทที่ 155
“ไม่เป็นไรแล้ว”
“พาคุณหนูสกุลสวีกลับไปก่อน เปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย”
กู้จือจั๋วเรียกหญิงรับใช้แรงงานให้มาแบกสวีอิ๋งเอ๋อร์กลับไป ตอนนี้นางพักอยู่เรือนเดียวกับกู้จือเวย
“ใครบอกว่าให้พวกเจ้ากลับได้!”
เสียงเด็กชายแหลมดังขึ้น ก่อนจะวิ่งพรวดเข้ามา ตะโกนใส่กู้จือจั๋ว
“กู้จือจั๋ว! พวกนางต่างหากที่พูดให้ร้ายแม่ของข้า!”
กู้เยี่ยนอายุยังไม่ถึงหกขวบ ยืนเท้าเอวอยู่ตรงหน้ากู้จือจั๋วด้วยสีหน้าโกรธจัด
“พวกนางบอกว่าแม่ของข้าเป็นอนุ!”
หน้าตาของเขางดงาม ริมฝีปากแดง ฟันขาว แต่เมื่อกำลังอาละวาดอย่างเสียสติ ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวจนไม่น่าดู
เขาจ้องกู้จือจั๋ว หวังให้นางเป็นคนตัดสินความให้ตน บอกว่าเขาไม่ผิด คนที่พูดเหลวไหลต่างหากที่สมควรโดน
“พวกเราไม่ได้พูด” กู้จือเวยเม้มปาก เด็กสาวที่ได้รับการอบรมมาดี ย่อมไม่พูดนินทาผู้อาวุโสลับหลัง “ข้าแค่ถามแม่นมจู้เท่านั้น”
“เจ้าพูด!” กู้เยี่ยนตะโกนอย่างดุร้าย “แม่ข้าไม่ใช่อนุ! นางคือฮูหยินกั๋วกง...”
กู้จือจั๋วตัดบทด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“นางเป็นอนุ”
“ไม่ใช่!”
กู้เยี่ยนแผดเสียงแหลมจนบาดหู
กู้จือจั๋วคว้าคอเสื้อเขาขึ้นมา แล้วถามว่า
“เจ้าเป็นคนผลักอิ๋งเอ๋อร์ลงน้ำหรือ”
“ใช่! ข้าผลักเอง!”
กู้เยี่ยนเต็มไปด้วยความน้อยใจ
ทุกคนต่างพูดกันว่าแม่ของเขาถูกลดจากภรรยาเอกเป็นอนุ แถมยังไม่ยอมให้เขาไปพบแม่อีก
หากแม่กลายเป็นอนุ เช่นนั้นภายหน้าเขาก็ต้องกลายเป็นบุตรอนุใช่หรือไม่?
ความหวาดกลัวถาโถมเข้ามาเป็นระลอก เขาเพียงอยากให้มีใครบอกว่านั่นเป็นเรื่องโกหก เป็นเพียงคำลวงเท่านั้น
เขากลัวเหลือเกิน
“กู้จือจั๋ว! พวกเจ้ารวมหัวกันรังแกข้า!”
กู้เยี่ยนยกเท้าถีบนาง ใบหน้าแดงก่ำ
“กู้จือจั๋ว! เจ้าเป็นพี่สาวข้านะ! เหตุใดถึงเข้าข้างคนนอกมารังแกข้า!”
ไม่รู้จักสำนึกผิดแม้แต่น้อย
สีหน้ากู้จือจั๋วเย็นชาลง นางลากเขาไปทางสระน้ำทั้งที่ยังจับคอเสื้ออยู่
“คุณหนูใหญ่!”
รุ่ยหวงกับแม่นมของกู้เยี่ยนรีบร้อนวิ่งเข้ามาล้อม
“ท่านอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม...”
“กู้จือจั๋ว! ปล่อยข้า...”
กู้จือจั๋วปล่อยมือ
ก่อนที่กู้เยี่ยนจะทันได้โวยวายต่อ นางก็ยกเท้าถีบเขาลงสระทันที
ตูม!
ใบหน้ากู้เยี่ยนเต็มไปด้วยความหวาดผวา
จนถึงกาลก่อน เขายังคิดว่ากู้จือจั๋วแค่ขู่เล่น
แต่แล้วทั้งความกลัวและสายน้ำในสระก็โถมเข้ามาพร้อมกัน กลืนร่างเขาหายไปในพริบตา
ทุกคนตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าคุณหนูใหญ่จะถีบลงไปจริง
หลังจากอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง สะใภ้รองสกุลสวีจึงรีบสั่งว่า
“รีบช่วยคุณชายน้อยสี่ขึ้นมา! ยังมัวยืนอึ้งอะไรกันอยู่!”
หญิงรับใช้วัยกลางคนที่ว่ายน้ำเป็นต่างกระโดดลงสระกันจ้าละหวั่น
กู้จือจั๋วเพียงเหลือบมองครั้งเดียว
น้ำในสระลึกไม่มาก อีกทั้งมีคนว่ายน้ำเป็นตั้งหลายคน ไม่มีทางจมน้ำตาย
ชอบผลักคนลงน้ำเพียงเพราะไม่พอใจ อย่างน้อยก็ควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง
“ท่านอาสะใภ้รอง ท่านพาเวยเวยกับพวกนางไปก่อนเถิด อีกเดี๋ยวข้าจะตามไป”
กู้จือจั๋วเรียกแม่นมผู้ดูแลเข้ามา
“ถ่ายทอดคำสั่งของข้า องค์ฮ่องเต้ทรงมีพระราชโองการให้ถอดฐานันดรฮูหยินกั๋วกงของสกุลจี้ นับแต่นี้ไป จี้ซื่อเป็นอนุ”
เดิมทีจี้ซื่อเพิ่งถูกส่งกลับจวน ข่าวลือว่านางถูกลดเป็นอนุก็เริ่มแพร่สะพัด
เมื่อกู้จือจั๋วยืนยันด้วยตนเอง ทุกคนต่างตกตะลึง แม้แต่สะใภ้รองสกุลสวีเอง บนใบหน้าอันสุขุมก็ยังเผยแววประหลาดใจ
นางไม่ได้ถามอะไร รีบพาคนออกไปก่อน
กู้จือจั๋วกล่าวต่อ
“ไปเก็บเรือนหลักให้เรียบร้อย ไม่มีจวนใดปล่อยอนุให้อยู่อาศัยในเรือนหลัก จัดเรือนเล็กให้นางอยู่ หลังจากนี้หากไม่มีเรื่องจำเป็น ห้ามออกมา ส่วนกู้เยี่ยน...”
กู้เยี่ยนสำลักน้ำไปไม่กี่อึก เพียงแต่ตกใจจนตัวสั่น กำลังซุกอยู่ในอ้อมแขนแม่นม
1
“ส่งไปอยู่เรือนหน้า”
“เจ้าค่ะ”
บรรดาสาวใช้และหญิงรับใช้ต่างรับคำพร้อมเพรียง
เมื่อสั่งการเสร็จ กู้จือจั๋วก็หันหลังจากไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวมอง
เบื้องหลัง กู้เยี่ยนกรีดร้องลั่น ทั้งร้องไห้ทั้งอาละวาดไม่หยุด
เรือนเฉาหยุนที่กู้จือเวยพักอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
เมื่อกู้จือจั๋วมาถึง หมอเพิ่งเดินทางมา ภายในเรือนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
นางเรียกกู้จือเวยออกมา แล้วกล่าวว่า
“อีกสองสามวันข้าจะออกเดินทางไกล พรุ่งนี้หลังอาหารกลางวัน เจ้าก็มาหาข้า ข้าจะแนะนำแม่นมผู้ดูแลทั้งหลายให้รู้จัก ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ เจ้ากับหนานหนานช่วยกันดูแลกิจการในจวน”
“หา?”
กู้จือเวยรีบโบกมือ
“ท่านพี่ใหญ่ ข้าทำไม่เป็น”
“ทำไม่เป็นก็ไปถามท่านย่า” กู้จือจั๋วลูบศีรษะนางเบา ๆ “ทำผิดก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็เป็นเรื่องในจวนของเราเอง ไม่มีอะไรใหญ่โต”
“ข้าจะไปชายแดน พวกเจ้าคงไม่คิดจะทำให้ข้าไปอย่างไม่สบายใจหรอกใช่ไหม”
ท่านอาสามพูดถูก
จวนกู้จะพึ่งพานางเพียงคนเดียวไม่ได้
น้องสาวของนาง...ก็ล้วนเป็นเด็กที่มีความสามารถเช่นกัน!
กู้จือเวยวัยสิบเอ็ดปีรู้สึกทันทีว่าตนได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญ สีหน้าเล็ก ๆ พลันจริงจังขึ้น
“เจ้าค่ะ ท่านพี่ใหญ่!”
“เข้าไปดูพี่สาวเจ้าก่อนเถิด”
ก่อนหน้านี้กู้จือจั๋วจับชีพจรไว้แล้ว จึงไม่ได้เป็นห่วงมากนัก
หลังหมอออกมาก็วินิจฉัยไม่ต่างจากที่นางคาด เพียงตกใจและสำลักน้ำเล็กน้อย จึงสั่งยาต้มสงบใจหนึ่งตำรับ
กู้จือจั๋วจึงไม่ได้อยู่ต่อ รีบกลับเรือนของตน
ทันทีที่นั่งลงบนตั่งคนงาม เอนกายพิงหมอนอิงใบใหญ่ ความเหนื่อยล้าก็ถาโถมเข้ามาทันที
พอตื่นขึ้นอีกครั้ง ก็เป็นยามสามแล้ว
ฉงฟางที่เข้าเวรกลางคืนช่างรอบคอบนัก เตรียมของว่างยามดึกไว้หลากหลายอย่างเรียบร้อย หลังรับประทานเสร็จ กู้จือจั๋วล้างหน้าล้างตาอย่างง่าย ๆ แล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อ
คราวนี้นางนอนยาวจนเกือบเที่ยงวัน จึงตื่นเต็มตา
เมื่อกู้จือจั๋วพากู้จือเวยกับกู้จือหนานไปพบบรรดาแม่นมผู้ดูแลกิจการภายในจวน อธิบายเรื่องสำคัญต่าง ๆ อย่างละเอียดเรียบร้อยแล้ว กู้ไป๋ไป๋และกู้เหลียวเหลียวก็กลับมาจากค่ายทหาร นางแทบไม่มีเวลาหยุดพัก รีบมุ่งหน้าไปยังเรือนด้านหน้าทันที
เพิ่งก้าวผ่านประตูเรือนเข้าไป เจิ้งชีที่กำลังรีบมาพอดีก็เดินมาถึง ช้ากว่านางเพียงก้าวเดียว
“เกิดอะไรขึ้น?”
เห็นเขาเป็นคนมารายงานด้วยตนเอง กู้จือจั๋วจึงหยุดฝีเท้าถาม
“เรียนคุณหนูใหญ่” เจิ้งชีลังเลเล็กน้อยก่อนกล่าว “องค์ชายสามเสด็จมาแล้ว ขอพบท่านสามโดยระบุชื่อ”
“องค์ชายสามหรือ?”
ฉงฟางกล่าวเบา ๆ รายงานว่า
“คุณหนูสกุลจี้กลับมาถึงเมื่อคืนราวยามสามเจ้าค่ะ”
ที่แท้ก็มาเพราะจี้หนานเค่อนี่เอง
คงกลัวว่าจวนเจิ้นกั๋วกงจะปฏิบัติต่อนางผู้เป็นที่รักไม่ดี
กู้จือจั๋วหัวเราะเยาะในลำคอ
“ข้าไปเอง เจ้าไปบอกท่านสามก็พอ ว่าไม่ต้องลำบากมา”
พูดจบ นางก็เลี้ยวตรงไปยังห้องโถงรับแขก
องค์ชายสาม เซี่ยจิ่ง สวมฉลองพระองค์ลายมังกรขององค์ชาย ยืนหันหลังให้ประตู มือไพล่หลัง ทั้งร่างแผ่รังสีโทสะออกมา เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็หันกลับมาพูดอย่างสง่า
“ท่านกู้สาม...”
แต่ทันทีที่เห็นกู้จือจั๋ว เสียงทั้งหมดก็หายไป
สีหน้าหยิ่งทะนงของเขาพังทลายลงทันที ความฮึกเหิมก็อ่อนลง พูดตะกุกตะกักพลางชี้มาที่นาง
1
“เจ้า... เจ้า... ทำไมถึงเป็นเจ้า!?”
กู้จือจั๋วก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป
นางคำนับอย่างงดงามได้แบบแผน ก่อนเอ่ยตรง ๆ ว่า
“ฝ่าบาท หากมีเรื่องใดก็ตรัสมาเถิด อย่าเสียเวลาเลย หม่อมฉันยุ่งมาก”
ไม่รู้เพราะเหตุใด ทุกครั้งที่เซี่ยจิ่งเผชิญหน้ากับกู้จือจั๋ว เขามักรู้สึกหนังศีรษะชาวาบ
บาดแผลที่หน้าผากซึ่งหายดีไปนานแล้ว ราวกับปวดขึ้นมาอีกครั้ง
เขายกมือแตะหน้าผากโดยไม่รู้ตัว ก่อนถามว่า
“ท่านกู้สามอยู่ที่ใด?”
“ตอนนี้เรื่องของจวนกู้ ข้าเป็นคนตัดสินใจ”
กู้จือจั๋วลูบชายกระโปรงก่อนนั่งลงบนที่นั่งประธาน เห็นเขานิ่งเงียบอยู่นาน จึงกล่าวว่า
“หากองค์ชายไม่มีเรื่องอื่น เช่นนั้นก็เชิญกลับเถิด”
นางตบมือเบา ๆ
องครักษ์สองคนเดินเข้ามาจากหน้าประตู พร้อมยกมือเชื้อเชิญเซี่ยจิ่งให้ออกไป
เซี่ยจิ่งรู้ดีว่ากู้จือจั๋วลงมือจริง พูดว่าจะไล่ ก็คือไล่จริง
“เดี๋ยวก่อน ข้ายังพูดไม่จบ”
กู้จือจั๋วยกมือเป็นสัญญาณ องครักษ์จึงถอยออกไป นางเล่นจี้หยกที่ห้อยเอวอยู่บนปลายนิ้ว ยิ้มละไมแล้วกล่าว
“เชิญ”
“เรื่องของเค่อเอ๋อร์...”
เซี่ยจิ่งลอบสังเกตสีหน้าของนางก่อนกล่าวว่า
“ตอนนี้นางไม่มีที่ไปแล้ว ทั้งยังได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างหนัก เจ้าในฐานะน้องสาว ก็ควรดูแลนางให้ดี”
ยิ่งพูดก็ยิ่งเห็นว่าเป็นเรื่องสมควร
“อย่างไรพวกเจ้าก็เติบโตมาด้วยกัน ใช่หรือไม่?”
“แล้วอย่างไร?”
“ก็แค่ดูแลนางให้ดี กำชับคนทั้งจวนอย่าได้ละเลยนางเพราะเรื่องของจี้ซื่อ และอย่าหักลดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ด้วย เค่อเอ๋อร์เป็นคนจิตใจดี ภายหน้าจะต้องจดจำน้ำใจของเจ้าแน่นอน”
กู้จือจั๋วยื่นมือออกไปตรงหน้าเขา
เห็นเซี่ยจิ่งทำหน้างุนงง นางจึงเอ่ยเตือนอย่างหวังดี
“เงิน”
“การเลี้ยงดูเค่อเอ๋อร์ของท่าน ต้องใช้เงินนะเพคะ องค์ชายสาม”
“หรือว่าพระองค์คิดจะไม่ออกแม้แต่เหรียญเดียว เอาแต่ใจกว้างด้วยเงินของผู้อื่น?”
เซี่ยจิ่งจ้องนางเขม็ง ราวกับอยากมองทะลุผ้าคลุมหน้า ว่าหัวใจของนางดำมืดเพียงใด ถึงได้พูดเช่นนี้ออกมา
เขากล่าวว่า
“เสด็จพ่อรับสั่งไว้แล้ว...”
กู้จือจั๋วยกนิ้วชี้ขึ้นมา ส่ายเบา ๆ ก่อนพูดเสียงเย็น
“ฮ่องเต้เพียงรับสั่งให้นางพักอยู่ที่จวนเจิ้นกั๋วกง”
“ข้าไม่ได้ไล่นางไปเสียหน่อย”
“ส่วนเรื่องอื่น...” นางพูดช้า ๆ “พระองค์ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย”
แววตาเซี่ยจิ่งวาบด้วยความดุดัน
“คุณหนูกู้ อย่าได้ทำเกินไปนัก...”
เขาจ้องนางด้วยสายตากดดัน
ปัง!
กู้จือจั๋วตบโต๊ะเสียงดัง
ทำเอาเซี่ยจิ่งสะดุ้งสุดตัว เกือบกระโดดลุกจากเก้าอี้
“ส่งแขก”
องครักษ์ทั้งสองก้าวเข้ามาอีกครั้ง
ทั้งไม้อ่อนก็แล้ว ไม้แข็งก็แล้ว ใช้ไม่ได้ผลเลย!
เซี่ยจิ่งโกรธจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เขาเป็นห่วงเค่อเอ๋อร์จริง ๆ
นางไม่เคยลำบากมาตั้งแต่เด็ก บัดนี้จี้ซื่อถูกลดฐานะเป็นอนุ คนทั้งจวนจะมองนางอย่างไร จวนเจิ้นกั๋วกงจะพาลโกรธนางเพราะเรื่องของตระกูลจี้หรือไม่ จะตัดค่าใช้จ่ายเรื่องกินอยู่หรือไม่ จะมีคนรังแกนางหรือไม่...
เพียงคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เขาก็นอนไม่หลับทั้งคืน
เดิมทีเขาตั้งใจมาหากู้ไป๋ไป๋ เพื่อให้รับปากว่าจะไม่ทำให้เค่อเอ๋อร์ลำบาก...
แววตาเซี่ยจิ่งมืดลง ก่อนกล่าวเสียงเย็นว่า
“เจ้าต้องการเท่าไร”
กู้จือจั๋วยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
“หนึ่งพันตำลึง?”
“คนในดวงใจของพระองค์ มีค่าแค่นั้นเองหรือเพคะ? กระโปรงผ้าอวิ๋นเยียนหลัวตัวหนึ่งราคาเท่าไร พระองค์ทรงทราบหรือไม่?”
เขาจะไปรู้ได้อย่างไร!
“หนึ่งหมื่น?”
“ตกลง”
ยังไม่ทันที่เซี่ยจิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก กู้จือจั๋วก็พูดต่อว่า
“หนึ่งหมื่นตำลึงเงิน...ต่อเดือน”
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4ae9e6bea2bbce45af31f5
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4b092c53e9221585ed0db7
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดไลก์ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
1 บันทึก
3
1
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย