วันนี้ เวลา 01:35 • การตลาด

ข้อคิดประจำสัปดาห์ 🤔

Powerade เดินเข้าสู่ฟุตบอลโลกพร้อมหนึ่งในพื้นที่สปอนเซอร์ที่โดดเด่นที่สุดของการแข่งขัน แต่บางครั้ง "การถูกมองเห็น 👀" ก็ไม่ได้หมายความว่า แบรนด์จะได้รับความรู้สึกที่ดีเสมอไป
ช่วงพักดื่มน้ำ (Hydration Break) ที่ FIFA ⚽️ กำหนดขึ้นเพื่อให้นักกีฬาได้พักและดูแลร่างกาย กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่แฟนบอลในหลายสนามส่งเสียงโห่ทุกครั้งที่ภาพขึ้นบนจอยักษ์
สิ่งที่ตั้งใจให้เป็นมาตรการเพื่อสวัสดิภาพของนักกีฬา กำลังถูกผู้ชมจำนวนไม่น้อยมองว่า เป็นการหยุดเกม "เพื่อผลประโยชน์ทางการตลาด" มากกว่าจะเป็นความจำเป็นของการแข่งขัน
เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่า การเป็นสปอนเซอร์ไม่ใช่แค่การทำให้โลโก้ปรากฏต่อหน้าผู้คนให้มากที่สุด แต่คือการทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในช่วงเวลาที่ผู้คน "ยินดีให้แบรนด์อยู่" ด้วย
Powerade ⛹🏻‍♀️ ต้องการเชื่อมโยงตัวเองกับการช่วยให้นักกีฬารับมือกับสภาพอากาศที่หนักหน่วงและแข่งขันได้เต็มศักยภาพ แต่เมื่อผู้ชมเริ่มรู้สึกว่า แบรนด์เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ขัดจังหวะเกม ความหมายที่แบรนด์ตั้งใจสื่อก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดของแฟนบอล 😡💢
คำถามที่น่าสนใจจึงไม่ใช่ว่า "จะทำอย่างไรให้คนเห็นแบรนด์มากที่สุด" แต่คือ "จะทำอย่างไรให้แบรนด์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ โดยไม่ทำลายประสบการณ์นั้น!"
แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในวงการกีฬา มักไม่ได้พยายามแย่งความสนใจจากเกม 🤾🏻‍♂️ แต่ทำหน้าที่ "เสริมคุณค่า" ให้กับเกม ไม่ว่าจะเป็นการมอบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพิ่มความสะดวกให้แฟนกีฬา สร้างประสบการณ์ที่สนุกขึ้น 🥳 หรือช่วยให้อารมณ์ร่วมของการแข่งขันเข้มข้นกว่าเดิม
ลองเปรียบเทียบง่ายๆ ระหว่างการเป็นคนที่พูดแทรกตลอดเวลา 💬 กับคนที่เลือกพูดในจังหวะที่เหมาะสม คนทั้งสองอาจพูดดังเท่ากัน แต่คนหลังมักได้รับการรับฟังมากกว่า
สำหรับโลกของ Sponsorship ก็เช่นเดียวกัน แบรนด์ไม่จำเป็นต้องอยู่ทุกวินาทีของการแข่งขัน แต่อยู่ให้ถูกจังหวะ และสร้างคุณค่าในช่วงเวลาที่ผู้ชมเปิดใจ นั่นต่างหาก คือการสื่อสารที่ทรงพลังกว่า 💪🏻
ท้ายที่สุด ผู้ชมไม่ได้เปิดทีวีเพื่อดูโฆษณา แต่เปิดเพื่อดูการแข่งขัน 🤼🏻‍♀️ หากแบรนด์ช่วยให้ประสบการณ์นั้นดีขึ้น ผู้ชมจะยอมรับแบรนด์อย่างเต็มใจ แต่หากแบรนด์ทำให้ประสบการณ์นั้นสะดุด แม้จะมีเหตุผลที่ดีเพียงใด ความรู้สึกด้านลบก็มักตกมาที่แบรนด์ก่อนเสมอ
ถ้ามองผ่านกรอบแนวคิด Brand Belonging ของ Ogilvy บทเรียนจากเรื่องนี้ยิ่งชัดขึ้น
แบรนด์ที่แข็งแกร่ง ไม่ได้พยายามแทรกตัวเข้าไปในทุกช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังสนใจ แต่เลือกเข้าไปเป็น "ส่วนหนึ่ง" ของประสบการณ์นั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
ผู้คนไม่รังเกียจการมีอยู่ของแบรนด์ หากแบรนด์ช่วยทำให้ประสบการณ์ดีขึ้น แต่เมื่อใดก็ตามที่แบรนด์ถูกมองว่าเข้ามาขัดจังหวะหรือแย่งความสนใจจากสิ่งที่ผู้คนรัก แม้จะเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ความรู้สึกเชิงลบก็สามารถส่งกลับมาที่แบรนด์ได้ทันที
สุดท้ายแล้ว คำถามที่สำคัญที่สุดของ Sponsorship อาจไม่ใช่ "โลโก้ของเราจะอยู่ตรงไหน?" แต่คือ "ผู้คนจะรู้สึกอย่างไร เมื่อแบรนด์ของเราเข้าไปอยู่ในช่วงเวลานั้น?" เพราะการสร้าง Brand Belonging คือการทำให้แบรนด์ "เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ" ไม่ใช่ "เป็นสิ่งที่ขัดจังหวะความทรงจำ" 💪🏻
บทเรียนสำหรับนักธุรกิจและนักการตลาด 📚
• Visibility ไม่ใช่เป้าหมาย แต่ Positive Experience ต่างหากคือเป้าหมาย: การถูกเห็นมาก ไม่ได้แปลว่า คนจะชอบมาก
• อย่า Interrupt แต่จง Integrate: แบรนด์ที่ดีที่สุดคือ แบรนด์ที่กลมกลืนกับประสบการณ์ของผู้คน ไม่ใช่แบรนด์ที่แย่งซีนจากสิ่งที่ผู้คนตั้งใจมาดู
• สร้างคุณค่าก่อนสร้างการมองเห็น: หากแบรนด์ช่วยให้ประสบการณ์ดีขึ้น ผู้คนจะยินดีให้ความสนใจโดยไม่รู้สึกว่าถูกขาย
• ทุก Touchpoint คือการสร้างอารมณ์ร่วม ต้องออกแบบประสบการณ์: ผู้คนอาจลืมว่า เห็นโลโก้ตรงไหน แต่จะจำได้เสมอว่า แบรนด์ทำให้พวกเขารู้สึกอย่างไร
Credit: Famous Campaigns
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by BirdBrand - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)
โฆษณา