•
6 ก.ค. เวลา 08:59 • การศึกษา

โศกนาฎกรรมเปลี่ยนสังคมไทย....

โศกนาฏกรรมบนรางรถไฟ: คดีน้องแก้ม
ในทุกโศกนาฏกรรมจะต้องมีชีวิตที่สูญเสีย มีครอบครัวที่ต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงและความเจ็บปวดและทุกๆโศกนาฏกรรมก็จะเกิดคำถามที่สังคมต้องหาคำตอบ คดีน้องแก้มและคดีแพรวา 9 ศพ คือสองเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจต่อคนไทยทั้งประเทศ แม้ทั้ง 2 คดีนี้จะเกิดขึ้นต่างสถานที่ ต่างช่วงเวลาและต่างสาเหตุ แต่จะมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือความสูญเสียและบทเรียนที่ให้กับสังคมไทย สารคดีนี้จะพาย้อนกลับไปให้เห็นว่าเรื่อง เหตุการณ์ของโศกนาฏกรรมทั้ง 2 นี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง?
คืนวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2557 บนขบวนรถด่วนสายใต้ที่กำลังเดินทางจากจังหวัดสุราษฏร์ธานีมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครผู้โดยสารหลายคนเริ่มพักผ่อนเนื่องจากเป็นรถทางไกลและเป็นการเดินทางที่ยาวนาน ทุกอย่างดูปกติเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ว่าในคืนนั้นเกิดเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจต่อคนทั้งประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “น้องแก้ม” เด็กหญิงวัย 13 ปี กลายเป็นคดีที่ทำให้สังคมตั้งคำถามว่า ระบบขนส่งสาธารณะของไทยนั้นปลอยภัยสำหรับทุกคนจริงมั้ย?และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงมาตรการด้านความปลอดภัยรถไฟไทย
สารคดีนี้เล่าเรื่องผ่าน กรณีศึกษาของคดีน้องแก้ม โดยใช้เหตุการณ์จริง ภาพข่าว เอกสาร และบทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อวิเคราพห์ปัญหาความปลอยภัยในระบบขนส่งสาธารณะ และผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์
วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2557 ทุกคนก็ออกเดินทางกลับไปอยู่บ้านที่นนทบุรี โดยขึ้นรถไฟขบวน 174 สายสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพมหานคร ที่ อ.พุนพิน โดยรถไฟจะถึงกรุงเทพฯ ในตอนเช้าของวันที่ 6 กรกฎาคม ซึ่งนั่นหมายความว่า รถไฟขบวนนี้เป็นรถนอนนั่นเอง ครอบครัวของแก้มเลือกอยู่ในโบกี้ที่ 3 ของขบวนรถไม่มีใครรู้ว่านั่นจะเป็นคืนสุดท้ายของน้องแก้มก่อนเกิดเหตุ
นายวันชัย แสงขาว หรือ “เกมส์” พนักงานรถนอนอายุ 22 ปี ได้ดื่มเบียร์กับเพื่อนร่วมงาน และเสพยาบ้าอีก 2 เม็ด ระหว่างเดินผ่านโบกี้ที่น้องแก้มกำลังนอนหลับอยู่ ก็เกิดอารมณ์ทางเพศ จึงใช้มือปิดปาก บีบคอ และต่อยท้อง จนเหยื่อหมดทางสู้ ก่อนลงมือข่มขืน
หลังก่อเหตุ วันชัยเปิดหน้าต่างโบกี้แล้วโยนร่างเปลือยของน้องแก้มออกทางหน้าต่างรถไฟบริเวณสถานีวังก์พง อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จากนั้นทำลายหลักฐานโดยดึงผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน และของสัมภาระของน้องแก้มออกไปทิ้งก่อนถึงสถานีหัวหินร่างของน้องแก้มถูกพบในเวลาไม่นาน
ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพวันชัยนำโทรศัพท์ไอโฟนของน้องแก้มไปขายที่ร้านรับซื้อมือสองย่านศรีย่าน กลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมระหว่างการสอบสวน ทั้งวันชัยและนายณัฐกรณ์ หรือ “หนึ่ง” ชำนาญ อายุ 19 ปี พนักงานทำความสะอาดในโบกี้รถไฟขบวนเดียวกัน ต่างรับสารภาพว่าร่วมกันทำร้ายร่างกายเด็กหญิง เกมส์ วันชัยรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ
วันที่ 8 กรกฏาคม พ.ศ.2557 เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ
ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ให้สัมภาษณ์และแถลงผลการชันสูตรพลิกศพของน้องแก้ม เด็กหญิงวัย13 ปี ซึ่งถูกทำร้ายเสียชีวิตบนขบวนรถเร็วที่ 174 เส้นทางนครศรีธรรมราช-กรุงเทพมหานคร และถูกโยนร่างออกจากขบวนรถไฟว่า สาเหตุการตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจ บริเวณลำตัวมีแผลฟกช้ำ ถลอก จำนวนมาก เชื่อว่าเกิดจากการต่อสู้ ตรวจพบร่องรอยการข่มขืน
ส่วนที่ปลายนิ้วมือเขียวคล้ำทำให้สันนิษฐานว่าขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตก่อนที่จะถูกนำร่างออกจากตู้รถไฟ เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากถูกทำให้ตายตั้งแต่อยู่บนรถไฟ แต่สภาพศพเปลี่ยนสภาพจากการเสียชีวิตมานานเกิน24ชั่วโมง จึงยังไม่สามารถระบุได้ว่าถูกทำให้ตายโดยวิธีไหน อาจจะใช้หมอนกด หรือมือบีบคอก็ได้
30 กันยายน พ.ศ.2557 ศาลจังหวัดหัวหิน มีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต นายวันชัย แสงขาว ในคดีฆาตกรรม น้องแก้ม เด็กหญิงวัย 13 ปีบนรถไฟ ส่วนนายณัฐกร ชำนาญ เพื่อนที่ทำหน้าที่ดูต้นทาง ศาลพิพากษาให้จำคุก 6 ปี แต่ให้คำรับสารภาพศาลลดโทษให้เหลือ 1 ใน 3 หรือจำคุก 4 ปี เป็นอันว่า สิ้นสุดคดีการฆ่าข่มขืนบนรถไฟที่โหดร้ายที่สุดในรอบ 117 ปี
ปมปัญหาในคดีนี้คือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยบนรถไฟการกับกับดูแลและคัดกรองพนักงานยังไม่เข้มงวดมากพอ อีกสิ่งที่เป็นปัญหาในเรื่องนี้มากที่สุดคือการลงโทษผู้กระทำผิดหลายคนเห็นควรว่าต้องลงโทษอย่างรุนแรงเพราะเป็นคดีที่กระทบต่อความปลอยภัยของประชาชนและสร้างความสูญเสียอย่างมากคือการให้ประหารชีวิตผู้กระทำผิดในคดีนี้ แต่จะมีอีกมุมหนึ่งที่คนเห็นว่าแม้คดีจะร้ายแรงแต่การลงโทษควรเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายไม่ใช่อาศัยแค่ความรูเ้สึกเพียงอย่างเดียว
หลังจากคดีน้องแก้ม การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อยกระดับความปลอยภัยบนขบวนรถไฟ โดยสรุปได้ว่า ตรวจสอบสารเสพติดพนักงานอย่างเข้มงวด คัดกรองประวัติพนักงาน ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดCCTV
โศกนาฏกรรมบนทางถนน:คดีแพรวา 9 ศพ
เพียงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีของความประมาท อาจแลกมาด้วยชีวิตผู้คนหลายคนจากการกระทำคนๆเดียว คดีแพรวา 9 ศพ คือหนึ่งในอุบัติเหตุที่สร้างความสะเทือนใจให้คนไทยทั้งประเทศ และทำให้สังคมหันมาตั้ง
คำถามถึงความรับผิดชอบในการใช้รถใช้ถนน และความยุติธรรมสำหรับผู้สูญเสีย
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2553 บนถนนโทลล์เวย์ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร ได้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนรถตู้โดยสาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน และบาดเจ็บหลายราย เหตุการณ์ครั้งนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สังคมติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะจำนวนผู้เสียชีวิตหลายรายและกระบวนการดำเนินคดี การเยียวยาผู้เสียหายที่ใช้เวลายาวนาน
สารคดีนี้เล่าเรื่องผ่านกรณีศึกษาของคดีแพรวา 9 ศพ โดยใช้ภาพจากข่าว เหตุการณ์จริง เอกสาร เพื่อวิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุ ผลกระทบที่เกิดขึ้น
วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2553 นางสาวแพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา อายุเพียง 16 ปี ขับรถยนต์ฮอนด้า สีขาว เฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร สาย ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต – อนุสาวรีย์ชัยฯ บนทางยกระดับโทลล์เวย์ขาเข้า จนเป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย ภายในรถตู้ มีผู้โดยสาร 14 คน ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาและบุคลากรของ ม.ธรรมศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
รถเก๋งของ "แพรวา" ขับตามรถตู้มาด้วยความเร็วสูง ในขณะรถตู้มีความเร็วประมาณ 80 กม./ชม. กล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจน รถของแพรวา เปลี่ยนเลนกะทันหัน ทำให้ด้านหน้าของรถหลบไม่พ้น ชนเข้ากับท้ายรถตู้อย่างจัง จนเสียหลักพลิกคว่ำไปชนขอบกั้นทางยกระดับและฟาดเข้ากับเสาไฟฟ้า ผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถและตกจากทางด่วน สูง 20 เมตร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ศพ บาดเจ็บ 6 คน และมีอีก 1 คนเสียชีวิตที่โรงพยาบาล รวมเป็น 9 ศพ
ตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่า "แพรวา" บาดเจ็บเล็กน้อย โดยภาพปรากฎตามสื่อฯต่างๆ แพรวา กำลังยืนพิงขอบทางแชตบีบี (โทรศัพท์ยี่ห้อ แบล็กเบอร์รี) กลายเป็นกระแสร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า "ทำไมยังมีแก่ใจมายืนแชตบีบี" เส้นทางการต่อสู้คดีนี้ไม่ธรรมดา เมื่อหลังเกิดเหตุมีความพยายามที่จะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นความผิดของคนขับรถตู้ โดยทนายความมีชื่อเสียคนหนึ่ง ออกมาระบุว่า "ผิดทั้งสองฝ่าย และคนขับรถตู้ผิดชัดเจน
ให้ผู้เสียหายฟ้องร้องเอาทรัพย์สินของคนขับรถตู้มาชดใช้เป็นค่าเสียหาย"ในเวลาต่อมาก สภานักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ แพรวา แสดงความรับผิดชอบ ในที่สุด"แพรวา" เดินทางมาโรงพยาบาลกับแม่ ก่อนจะนั่งรถเข็นไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บ 5 คนที่โรงพยาบาล มอบขนมเปี๊ยะคนละกล่องและถ่ายภาพแล้วก็กลับไป จากนั้นไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย
กระทั่ง วันที่ 5 มกราคม พ.ศ.2554 แพรวา เดินทางมาพร้อมคุณแม่ และทนายความ ไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพื่อดำเนินการสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา ถูกดำเนินคดี 2 ข้อหา คือ ขับรถประมาทเป็นเหตุทำให้ทรัพย์สินเสียหายมีคนบาดเจ็บ เสียชีวิต และขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2562 นายกรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง พร้อมด้วย นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้รับมอบอำนาจจากครอบครัวของแพรวานำเช็คเงินสดมาวางศาลเนื่องจากมีการทำยอดผิดพลาด ซึ่งได้นำเงินมาวางศาลที่ศาลแพ่ง รัชดา ในเวลาต่อมา รวมชดเชยเหยื่อเป็นจำนวน 42.5 ล้านบาท
ปมปัญหาหลักในคดีนี้คือการที่ขับขี่รถอย่างประมาทและความรับผิดชอบของผู้ใช้รถใช้ถนนที่นำไปสู่ความเสียหายและความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์หลายคนถึงแก่ชีวิต และความท้ทายของกระบวนการยุติธรรมในการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ได้รับผลกระทบ สังคมเห็นเหมือนกันว่าผู้กระทำผิดควรรับผิดชอบและควรยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนคือการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มงวดและควรปลูกฝังวินัยในการขับรถแต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเยียวยาผู้เสียหายใช้เวลานาน
หลังจากคดีแพรวา 9 ศพ ตำรวจได้เพิ่มแนวทางแก้ปัญหาคือเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายจราจร ทั้งการตั้งด่านตรวจ การใช้กล้องตรวจจับความเร็ว และรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านความปลอยภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดความสูญเสียบนท้องถนน
บทสรุป
ผู้เขียนมองว่าทั้งสองคดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คนไทยหลายๆคนว่า ชีวิตของคนคนหนึ่งมีค่ามากเกินกว่าที่จะต้องมาสูญเสียเพราะความประมาทหรือความบกพร่องของมาตรการทางรถไฟแห่งประเทศไทย กฎหมายและมาตรการต่างๆจะถูกปรับปรุงหลังเกิดเหตุเสมอแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราควรนำบทเรียนเหล่านี้ไปปฏิบัติอย่างจริงจังไม่ใช่รอให้เกิดโศกนาฏกรรมก่อน
โฆษณา