6 ก.ค. เวลา 16:03
เกาะเกร็ด

เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ด : ภูมิปัญญาที่หล่อหลอมชุมชน สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

โดย Fiora
เช้าวันหยุดที่เกาะเกร็ด ผู้คนเดินเลือกซื้อของฝากกันอย่างคึกคัก กลิ่นขนมไทยลอยมาตามลม เสียงเรือแล่นผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาดังเป็นระยะ ระหว่างร้านค้าจำนวนมาก เราเดินเข้าไปในร้านหนึ่งที่ยังคงได้ยินเสียงแป้นหมุนดินดังเป็นจังหวะ ช่างฝีมือสูงวัยกำลังใช้สองมือค่อย ๆ ปั้นดินเหนียวให้กลายเป็นภาชนะทีละใบ ทุกการหมุนของแป้นไม่ใช่เพียงขั้นตอนการผลิต แต่เป็นภาพของภูมิปัญญาที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
ก่อนมาที่นี่ เราเคยมองว่าเครื่องปั้นดินเผาเป็นเพียงของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว แต่เมื่อได้เห็นกระบวนการทำจริงและพูดคุยกับคนในชุมชน ความคิดของเราเปลี่ยนไป เครื่องปั้นดินเผาไม่ได้มีคุณค่าแค่ในฐานะสินค้า หากแต่เป็นเรื่องราวของผู้คน วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายมอญที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน จนกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของเกาะเกร็ด
จากการพูดคุยกับช่างปั้นในชุมชน เราได้ทราบว่าเครื่องปั้นดินเผายังคงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้หลายครอบครัว และยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเกาะเกร็ด หลายร้านเปิดเวิร์กชอปให้นักท่องเที่ยวทดลองปั้นดินเผาด้วยตนเอง เพื่อให้ได้สัมผัสคุณค่าของงานหัตถกรรมมากกว่าการซื้อกลับไปเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม ภูมิปัญญานี้กำลังเผชิญกับความท้าทาย คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยเลือกประกอบอาชีพอื่น เพราะมองว่าการทำเครื่องปั้นดินเผาใช้เวลานาน รายได้ไม่แน่นอน อีกทั้งต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิตก็เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สินค้าจากโรงงานสามารถผลิตได้รวดเร็วและมีราคาถูกกว่า ส่งผลให้ช่างฝีมือหลายคนค่อย ๆ ลดการผลิตหรือเลิกประกอบอาชีพไป
เราจึงลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า หากวันหนึ่งไม่มีใครทำเครื่องปั้นดินเผาอีกต่อไป เกาะเกร็ดจะยังคงเป็นเกาะเกร็ดแบบที่เรารู้จักหรือไม่ คำตอบที่ได้คือ ไม่เพียงรายได้ของชุมชนจะลดลง แต่เอกลักษณ์และภูมิปัญญาที่สั่งสมมาหลายร้อยปีก็อาจหายไปพร้อมกัน เพราะสิ่งที่สูญเสียไม่ใช่แค่ภาชนะดินเผา แต่คือเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และตัวตนของชุมชนแห่งนี้
ช่างปั้นท่านหนึ่งกล่าวกับเราว่า “เครื่องปั้นดินเผาแต่ละชิ้นไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขายเรื่องราวของชุมชนและภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ” คำพูดสั้น ๆ นี้ทำให้เราเข้าใจว่า คุณค่าของเครื่องปั้นดินเผาไม่สามารถวัดได้จากราคาเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความตั้งใจและประสบการณ์ที่ถูกหล่อหลอมอยู่ในทุกชิ้นงาน
แม้จะมีอุปสรรค แต่ชุมชนเกาะเกร็ดก็พยายามปรับตัวอยู่เสมอ หลายๆร้านเปิดเวิร์กชอปสอนปั้นดินเผาให้นักท่องเที่ยวและเยาวชน มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ร่วมสมัยมากขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ตลาดในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมก็กลายเป็นอีกแรงสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้และทำให้ผู้คนเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นมากขึ้น
การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เราตระหนักว่า การอนุรักษ์เครื่องปั้นดินเผาไม่ใช่หน้าที่ของช่างฝีมือเพียงกลุ่มเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งชุมชน ภาครัฐ นักท่องเที่ยว และผู้บริโภค เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ด้วยการเลือกสนับสนุนสินค้าท้องถิ่น เคารพวัฒนธรรม และเผยแพร่เรื่องราวของชุมชนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดจึงไม่ได้เป็นเพียงของที่ระลึก หากแต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คน และเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงชุมชนมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่มุ่งอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น หากภูมิปัญญานี้ได้รับการสืบทอดควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวที่เคารพวัฒนธรรมและสนับสนุนเศรษฐกิจของคนในพื้นที่ เครื่องปั้นดินเผาเกาะเกร็ดก็จะยังคงสร้างคุณค่าให้กับชุมชนได้อย่างยั่งยืน และส่งต่อเรื่องราวอันทรงคุณค่านี้ไปยังคนรุ่นต่อ ๆ ไป
#SPUCAหนีเรียนไปเที่ยว
โฆษณา