Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
8 ก.ค. เวลา 05:19 • หนังสือ
บทที่ 169
“ฝ่าบาท บิดาของหม่อมฉันสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ ปราบเหนือ ราบตะวันตก ตลอดชีวิตไม่เคยพ่ายศึก ปกป้องแผ่นดินต้าฉี่มากว่ายี่สิบปี”
“คุณความชอบอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ จะปล่อยให้ผู้อื่นช่วงชิง และถูกลบเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์ได้อย่างไร”
ซ่งโส่วฝู่ก้าวออกมาแล้วกล่าวว่า
“ฝ่าบาท ท่านเจิ้นกั๋วกงสละชีวิตที่ซีเจียง จะปล่อยให้แม้แต่ความดีความชอบของเขาถูกลบเลือนมิได้ เช่นนั้นย่อมทำให้กองทัพสั่นคลอน ประชาชนไม่ศรัทธา ขอฝ่าบาททรงพิจารณา”
ฮ่องเต้ไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกกดดันเช่นนี้ จึงนิ่งเงียบไม่ตรัสสิ่งใด
เว่ยกั๋วกงแค่นเสียงเย็น
“ฝ่าบาท ท่านอ๋องจิ้นไร้ความสามารถถึงเพียงนี้ พระองค์ยังจะทรงปกป้องเขาอีกหรือ”
ข้าไร้ความสามารถตรงไหนกัน!
อ๋องจิ้นเดือดดาล
“เว่ยกั๋วกง...”
กู้จือจั่วยืดอกกล่าวอย่างองอาจ
“บิดาของหม่อมฉัน กู้เทาเทา มีคุณูปการสูงส่ง สมควรได้รับการบรรจุวิญญาณเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋!”
เสียงของนางดังกลบเสียงอ๋องจิ้น ทำให้ทั้งท้องพระโรงฮือฮา
ซ่งโส่วฝู่สีหน้าตกตะลึง ส่วนอ๋องจิ้นถึงกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หันกลับมามองนางอย่างไม่อยากเชื่อ
สายตาของขุนนางทั่วทั้งราชสำนัก ล้วนจับจ้องมาที่กู้จือจั่วเพียงผู้เดียว
ท่ามกลางศูนย์กลางแห่งอำนาจของแผ่นดินต้าฉี่ นางยืนหยัดอย่างไม่หวาดหวั่น
นางรู้ว่าเซี่ยอิงเฉินอยู่ที่นี่
แต่ก็ไม่แม้แต่จะหันไปมองเขา
เพราะจิตใจของนางแน่วแน่ จึงไม่จำเป็นต้องมีใครมอบความกล้าให้อีก
เซี่ยอิงเฉินคลี่ยิ้มบาง
หญิงสาวตรงหน้างดงามเจิดจ้าราวดวงอาทิตย์ เปล่งประกายประหนึ่งดาวที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้ายามราตรี ไม่ว่าอยู่ที่ใดก็เป็นจุดสนใจเสมอ
กู้จือจั่วกล่าวช้า ๆ ทีละคำ
“ฝ่าบาท...ควรประกาศให้ทั่วใต้หล้ารับรู้ถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของท่านเจิ้นกั๋วกง กู้เทาเทา”
“และควรได้รับเกียรติให้เข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋!”
หลังไท่จู่ฮ่องเต้สถาปนาราชวงศ์ ทรงมีพระบัญชาให้สร้างตำหนักจื่อจี๋ขึ้น
ตำหนักจื่อจี๋ตั้งอยู่ข้างศาลบรรพชนหลวง
ในอดีตไท่จู่ฮ่องเต้เคยตรัสไว้ว่า
“ขุนนางผู้สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อแผ่นดิน วิญญาณย่อมมีสิทธิ์เข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋ ได้รับเครื่องสักการะจากราชวงศ์เซี่ยและประชาชนชั่วลูกชั่วหลาน”
ปัจจุบัน ภายในตำหนักจื่อจี๋มีเพียงดวงวิญญาณของสิบสองขุนนางผู้ก่อตั้งราชวงศ์
นับตั้งแต่ไท่จู่ฮ่องเต้เป็นต้นมา ไม่เคยมีขุนนางผู้ใดได้รับเกียรตินี้อีกเลย
คำขอของตระกูลกู้ จึงนับว่ากล้าหาญเกินประมาณ
ถึงกับกล้าเอ่ยต่อหน้าฮ่องเต้เช่นนี้!
ฮ่องเต้กำราวพนักบัลลังก์แน่น หลุดปากทันที
“ไม่ได้!”
กู้จือจั่วไม่ยอมถอยแม้ก้าวเดียว
“เหตุใดจึงไม่ได้”
สีหน้าฮ่องเต้เย็นชา
ตระกูลกู้ยิ่งนับวันยิ่งกำเริบ อาศัยเพียงคุณความชอบเล็กน้อย ก็กล้าบีบบังคับพระองค์ต่อหน้าขุนนางทั้งราชสำนัก
ฮ่องเต้ตรัสหนักแน่น
“แม้เจิ้นกั๋วกงจะมีความดีความชอบ แต่ก็ยังไม่อาจเทียบคุณูปการก่อตั้งแผ่นดิน เรื่องนี้ไม่มีทาง”
พระองค์ไม่มีวันยอมรับ
ตระกูลกู้หยั่งรากลึกในต้าฉี่ ชื่อเสียงของจวนเจิ้นกั๋วกงโด่งดังเกินไป
ทั่วทั้งต้าฉี่ มีผู้ใดไม่รู้จักตระกูลกู้บ้าง
พระองค์อุตส่าห์ใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะกดอิทธิพลของตระกูลกู้ลงได้
หากยอมให้กู้เทาเทาเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋ ก็เท่ากับยอมรับอย่างเป็นทางการว่าตระกูลกู้มีคุณูปการมหาศาล
แล้วภายหน้าจะกำจัดตระกูลกู้ได้อย่างไร
ตราบใดที่ตระกูลกู้ยังอยู่ ก็ยังเป็น...
เป็นภัยใหญ่ต่อราชบัลลังก์...ต่อแผ่นดินต้าฉี่
“เรื่องนี้ไม่ต้องพูดอีก เลิกประชุม...”
ปัง!
กู้จือจั่วยกหมวกเกราะขึ้นเหนือศีรษะ ก่อนจะขว้างใส่อ๋องจิ้นที่คุกเข่าอยู่เต็มแรง
หมวกเกราะกระแทกไหล่เขา ก่อนจะตกกลิ้งลงพื้น
นางชี้นิ้วไปที่อ๋องจิ้น
“เขาอาศัยการแย่งชิงความดีความชอบของผู้อื่นจนได้เลื่อนเป็นชินอ๋อง ส่วนบิดาของหม่อมฉัน ผู้สร้างคุณงามความดีด้วยสองมือของตนเอง กลับไม่มีแม้แต่สิทธิ์เข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋หรือ!”
อ๋องจิ้นแทบคลุ้มคลั่ง
ก็เพราะเขาแย่งความดีความชอบของกู้เทาเทาจริง
เวลานี้ เขาจึงไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโต้แย้ง
ทั้งที่เขาเงียบแล้ว เหตุใดคุณหนูกู้ผู้นี้ยังจ้องเล่นงานเขาไม่เลิก
เห็นว่าเขารังแกง่ายหรือ!
“คุณหนูกู้!”
อ๋องจิ้นกุมไหล่ที่ปวดร้าวด้วยความเดือดดาล
“การจะเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋หรือไม่นั้น เป็นพระราชอำนาจของฝ่าบาท กู้เทาเทา...เขาไม่คู่ควร...”
กู้จือจั่วตวาดทันที
“ท่านอ๋องจิ้น กล้าพูดประโยคเมื่อครู่ต่อหน้าหมวกเกราะใบนี้อีกครั้งหรือไม่!”
หมวกเกราะกลิ้งมาตกอยู่ตรงหน้าเขา
คราบเลือดแห้งและรอยดาบนับไม่ถ้วนสะท้อนอยู่ในดวงตา
เขาเคยไปซีเจียงในช่วงปลายสงคราม พร้อมพระราชโองการลับของฮ่องเต้
ในโองการนั้น สั่งให้กู้เทาเทามอบงานทั้งหมดในซีเจียงแก่เขา
แต่กู้เทาเทาปฏิเสธ
วันนั้น...
กู้เทาเทาสวมหมวกเกราะใบนี้อยู่
สายตาคมดุจอินทรีของอีกฝ่าย ราวกับสามารถมองทะลุทุกความคิดในใจเขาได้
อ๋องจิ้นสะดุ้งเยือกเย็นไปทั้งตัว
ริมฝีปากขยับไปมา สุดท้ายกลับพูดอะไรไม่ออก
ฮ่องเต้กริ้วจัด
“ตระกูลกู้ไม่เห็นแม้แต่หัวของเราแล้วหรือ!”
พระองค์ลุกพรวดจากบัลลังก์ เสด็จลงจากพระแท่น
“ฝ่าบาทโปรดระงับพระพิโรธ!”
ซ่งโส่วฝู่รีบร้องห้าม
เขาถูกคุณหนูกู้ผู้นี้ทำให้ตกใจมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
หากฮ่องเต้จะเอาผิดฐานเสียมารยาทต่อหน้าพระพักตร์...
เพิ่งคิดได้เท่านั้น ก็เห็นน้ำตาของกู้จือจั่วพรั่งพรูออกมา
นางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น เป็นเพียงเด็กสาวผู้หนึ่ง
เมื่อร้องไห้ออกมา จึงดูราวกับได้รับความอยุติธรรมเหลือคณานับ
อ๋องจิ้นแย่งชิงความดีความชอบในการปราบซีเจียง ลบล้างผลงานทั้งหมดของเจิ้นกั๋วกง
นางเพียงเรียกร้องความเป็นธรรมแทนบิดา
ต่อให้ชั่ววูบจะใช้อารมณ์ ขว้างหมวกเกราะใส่อ๋องจิ้น ก็ไม่ได้ล่วงเกินฮ่องเต้แม้แต่น้อย
หากจะเอาผิดตอนนี้ ก็มีแต่จะทำให้ฮ่องเต้ดูคับแคบ
ซ่งโส่วฝู่จึงค่อยถอนหายใจโล่งอก
เขาเพิ่งเข้าใจกลยุทธ์ทั้งหมดของกู้จือจั่ว
เริ่มจากใช้หมวกเกราะทำให้ฮ่องเต้เสียขวัญ
รื้อฟื้นคุณความชอบของเจิ้นกั๋วกง
เปิดโปงเรื่องอ๋องจิ้นแย่งผลงาน
อ๋องจิ้นเป็นคนสนิทที่สุดของฮ่องเต้ แต่เพราะมีชนักติดหลัง จึงไม่อาจพูดแทนฮ่องเต้ได้ เท่ากับตัดกำลังของพระองค์ไปโดยปริยาย
จากนั้นก็ค่อย ๆ กดดันทีละขั้น
เป้าหมายมีเพียงข้อเดียว
ให้กู้เทาเทาได้เข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋
เมื่อฮ่องเต้จะเลิกประชุม นางก็ขว้างหมวกเกราะใส่อ๋องจิ้น
พอฮ่องเต้กริ้ว...นางก็ร้องไห้
นางยังไม่ปักปิ่น ยังไม่ออกเรือน นับว่าเป็นเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
ใครจะใจแคบไปถือสาเด็กได้
คุณหนูกู้ผู้นี้...
ช่างทำให้ผู้คนต้องมองใหม่จริง ๆ
กู้เทาเทาเลี้ยงบุตรสาวคนนี้มาอย่างไรกันนะ
ฮ่องเต้รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรติดคาอยู่ในอก กลืนไม่ลง คายไม่ออก
กู้จือจั่วเดินไปเก็บหมวกเกราะขึ้นมาอีกครั้ง
นางประคองไว้ด้วยสองมือ หันหน้าเข้าหาฮ่องเต้ น้ำตายังคงไหลอาบแก้ม
“ฝ่าบาท...บิดาของหม่อมฉันสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ สมควรได้รับการบรรจุเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋”
ศิษย์พี่เคยบอกว่า
หากต้องการสลายคำสาปจู้อิน จำเป็นต้องให้บิดาได้รับเครื่องสักการะจากผู้คนทั่วหล้า
ไม่ว่าจะเพื่อทวงคืนเกียรติยศที่ควรเป็นของบิดา
หรือเพื่อถอนคำสาปอันน่าชิงชังนี้
นางก็ต้องทำให้บิดาได้เข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋
ให้คนทั้งแผ่นดินต้าฉี่บูชาสักการะ ได้รับพลังแห่งราชวงศ์คุ้มครอง
เรื่องนี้...
ไม่สำเร็จก็ต้องสำเร็จ!
สายตาของนางกวาดมองทั่วท้องพระโรง
“ผู้ใดมีความเห็นคัดค้าน?”
นางยกหมวกเกราะขึ้นสูงอีกเล็กน้อย
ราวกับว่า...
ใครก็ตามที่กล้าพูดคำว่า “ไม่”
คนต่อไปที่หมวกเกราะจะลอยไปกระแทก
ก็คือผู้นั้นเอง
---
บทที่ 66
สายตาของกู้จือจั่วกวาดผ่านผู้ใด ผู้นั้นต่างถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
เกรงว่านางจะขว้างหมวกเกราะใส่จริง ๆ
ขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊ต่างมีสีหน้าหลากหลาย
เวลานี้ราชสำนักแบ่งออกเป็นสามฝ่าย คานอำนาจกันอย่างชัดเจน
ฝ่ายอ๋องจิ้นหมดสิทธิ์พูดแล้ว
แม้แต่อ๋องจิ้นยังเสียเปรียบในเหตุผล ถูกคุณหนูกู้ขว้างหมวกเกราะใส่ก็ยังโต้แย้งไม่ได้
ขุนนางที่เหลือจึงพร้อมใจกันหันไปมองเว่ยกั๋วกงกับซ่งโส่วฝู่
เว่ยกั๋วกงลูบแขนเสื้อเบา ๆ ไม่เอ่ยวาจา
อ๋องจิ้นผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฮ่องเต้อย่างมาก
เพียงไม่กี่ปี ก็แทบเบียดเขาจนไม่มีที่ยืนในราชสำนัก
เว่ยกั๋วกงกลั้นความคับแค้นนี้ไว้นานแล้ว
หากเปิดโปงความจริงเรื่องศึกซีเจียงเสีย
เมื่ออ๋องจิ้นไม่มีแม้แต่ผลงานจอมปลอมไว้เชิดหน้า
เขาจะเอาอะไรมาแข่งกับตนอีก
สิ่งที่ตระกูลกู้ต้องการ มีเพียงเกียรติยศหลังความตาย
ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ใด ๆ
จึงไม่มีอะไรเสียหาย
เมื่อเขาไม่พูด ขุนนางจำนวนมากก็เลือกเงียบเช่นกัน คอยดูสถานการณ์
ซ่งโส่วฝู่เผยรอยยิ้มจาง ๆ
กู้เทาเทา ปราบเหนือ ราบตะวันตก รักษาความมั่นคงของต้าฉี่
แม้ไม่ใช่คุณูปการก่อตั้งแผ่นดิน
แต่ก็แทบไม่ต่างกัน
คุณความชอบเช่นนี้...
ย่อมคู่ควรกับการเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋
เมื่อสองเสาหลักของราชสำนักต่างไม่เอ่ยปาก
ทั่วทั้งราชสำนักก็ตกอยู่ในความเงียบ
ความเงียบเสียจนทำให้ฮ่องเต้เริ่มหวาดหวั่นในใจ
พระองค์ยืนอยู่ใต้พระแท่น
โทสะเต็มอก แต่ถูกน้ำตาของกู้จือจั่วดับเสียจนระบายออกไม่ได้
อึดอัดจนแน่นพระอุระ
แต่ก่อนพระองค์ใฝ่ฝันจะเป็นเหมือนฮ่องเต้พระองค์ก่อน
ไม่ถูกการแบ่งพรรคแบ่งพวกครอบงำ
ไม่ว่าราชสำนักจะโต้เถียงกันเพียงใด ก็ยังทรงตัดสินพระทัยได้ด้วยพระองค์เอง
ทว่าเวลานี้...
ไม่มีผู้ใดโต้เถียงแล้ว
พระองค์กลับเป็นผู้หวาดกลัวเสียเอง
“เราบอกแล้วว่าไม่ได้ ตระกูลกู้คิดจะขัดพระราชโองการหรือ”
พระองค์เดินเข้าหากู้จือจั่ว เหลือระยะห่างเพียงสิบก้าว
“หรือว่า...เจ้าคิดจะใช้สิ่งนี้ขว้างใส่เราด้วย”
กู้จือจั่วกอดหมวกเกราะไว้ พลางตอบอย่างไร้ความจริงใจ
“หม่อมฉันมิกล้า”
ฮ่องเต้กระแอมเบา ๆ ก่อนแค่นเสียง
“ถอยไปเสีย วันนี้เราจะไม่เอาผิดเจ้า”
“คุณหนูกู้ การเป็นขุนนางต้องรู้จักขอบเขต รู้จักก้าวหน้าและถอยหลัง สิ่งใดไม่ใช่ของตน ก็อย่าได้คิดครอบครอง เข้าใจหรือไม่”
ขนตายาวของกู้จือจั่วสั่นไหว
“หม่อมฉันเข้าใจ”
“เมื่อเป็นขุนนาง ก็ย่อมต้องทำหน้าที่ของตนให้ดี”
“หม่อมฉันจะถ่ายทอดพระดำรัสนี้ให้พี่ชายทราบ”
“ในเมื่อเขาเป็นซื่อจื่อแห่งจวนเจิ้นกั๋วกง ก็ควรประจำการอยู่ชายแดนเหนือ จะมัวแต่พำนักอยู่เมืองหลวงไปไย”
...หมายความว่าอย่างไร?
“ตั้งแต่ศึกเมื่อปีก่อน ชายแดนเหนือก็สงบมานาน”
“ไท่จู่ฮ่องเต้เคยตรัสไว้ว่า ยามสงบให้ฝึกทหาร ยามศึกจงชนะศึก”
“พี่ชายมีภาระสำคัญ ก็ควรพาทหารชายแดนเหนือออกฝึกซ้อมให้มากขึ้น”
“ฝ่าบาท...ทรงเห็นด้วยหรือไม่?”
ซ่งโส่วฝู่สูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง
หัวใจที่เพิ่งคลายลง กลับลอยขึ้นมาถึงคออีกครั้ง
คุณหนูกู้ผู้นี้ ช่างทำเรื่องเกินคาดได้ตลอด
ทั้งที่รู้ว่าฮ่องเต้หวาดระแวงอำนาจทหารของตระกูลกู้
แต่นางกลับหยิบเรื่องกองทัพขึ้นมาข่มขู่ต่อหน้าพระองค์อย่างเปิดเผย
นางกำลัง...
ข่มขู่ฮ่องเต้!
ฮ่องเต้เดือดดาลจนแทบระเบิด
ตลอดมา จวนเจิ้นกั๋วกงคือเสี้ยนหนามที่ปักคาอยู่ในใจพระองค์
ดึงก็ไม่ออก กลืนก็ไม่ลง
โดยเฉพาะช่วงที่เพิ่งขึ้นครองราชย์
ในพิธีราชาภิเษก กู้เทาเทาไม่ยอมกลับเมืองหลวงตามพระบัญชา
กลับส่งฎีกามาว่า
ชนเผ่าเป่ยตียกทัพใหญ่ บุกรุกชายแดน กำลังพลกว่าหนึ่งแสนนาย
แม่ทัพไม่อาจละทิ้งแนวหน้าได้
สำหรับพระองค์ นั่นคือการดูหมิ่นอย่างที่สุด
เป็นการไม่ยอมรับพระองค์ในฐานะฮ่องเต้องค์ใหม่
ตั้งแต่วันนั้น
พระองค์ก็ตัดสินใจแล้วว่า
จวนเจิ้นกั๋วกง...จะต้องถูกกำจัด
“ฝ่าบาท”
เสียงอ่อนนุ่มแต่แฝงความเย็นเยียบของเสิ่นซวี่ ทำลายความเงียบงันที่ปกคลุมทั้งท้องพระโรง
ในมือของเขากำลังถือกระดาษแพรแผ่นหนึ่ง
เป็นข่าวที่ขันทีแห่งตำหนักบูรพาเพิ่งนำมาส่งเมื่อครู่นี้...
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4cd3b090eecbe7bdbd3aa0
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4cd400bea2bbce45d275c9
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดไลก์ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย