8 ก.ค. เวลา 05:22 • หนังสือ

บทที่ 170

เสิ่นซวี่ก้าวลงมาช้า ๆ ชุดกิเลนสีแดงสดปักดิ้นทองบนกายพลิ้วไหวดุจเปลวเพลิงที่ลุกโชนไปตามจังหวะฝีเท้า
เขาเดินมาหยุดเบื้องหน้าฮ่องเต้ โค้งกายคารวะพลางกล่าว
“ฝ่าบาท ท่านซื่อจื่อแห่งจวนเจิ้นกั๋วกง กู้อี่ช่าน ได้นำกำลังทหารกลับถึงเมืองหลวงแล้ว บัดนี้กำลังตั้งกองกำลังอยู่ที่ศาลาสิบลี้”
แม้จะทำความเคารพ แต่ในแววตาของเขาไม่มีความนอบน้อมแม้แต่น้อย กลับมีประกายสนุกสนานราวกับกำลังเฝ้าดูละครฉากสำคัญ
ทหารซุ่มอยู่นอกเมืองสิบลี้!
สีหน้าของฮ่องเต้เปลี่ยนไปทันที
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในใจคือ...
ตระกูลกู้คิดจะก่อกบฏ บีบบังคับราชบัลลังก์หรือ?!
มุมปากของกู้จือจั๋วโค้งขึ้นเพียงเล็กน้อย
ท่านอาสามบอกว่าเมื่อวานนี้พี่ชายจะเดินทางมาถึงเขตเมืองหลวง ดังนั้นนางจึงให้คนส่งข่าวไปล่วงหน้า ขอให้พี่ชายเลือกเดินทางเข้าเมื่องหลวงในเช้าวันนี้ ก่อนการประชุมราชสำนัก และพักกองทัพอยู่ใกล้ศาลาสิบลี้สักระยะ
“อะไรนะ?!”
แม้แต่เหล่าขุนนางที่ก่อนหน้านี้เลือกวางตัวเป็นกลาง ก็เริ่มนั่งไม่ติด
ตามธรรมเนียม เมื่อแม่ทัพกลับจากศึก จะต้องนำกองทัพกลับเข้าค่ายก่อน จากนั้นจึงเข้าเฝ้าเพื่อถวายรายงานและคืนตราแม่ทัพ
แต่กู้อี่ช่านกลับนำกองทัพห้าค่ายมาถึงศาลาสิบลี้ ซึ่งอยู่ห่างจากค่ายเพียงไม่ไกล กลับหยุดนิ่งไม่ยอมเคลื่อน
เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?
ทั่วท้องพระโรงเกิดเสียงฮือฮาทันที
ระยะห่างของศาลาสิบลี้...ช่างละเอียดอ่อนเกินไป
หากเคลื่อนทัพไปทางตะวันตก ก็เท่ากับกลับค่าย เป็นเพียงการพักกองทัพหลังเดินทางไกล จะกล่าวหาว่าคิดกบฏก็ไร้หลักฐาน
หากหันขึ้นเหนือ ก็สามารถกลับสู่ชายแดนเหนือ ครอบครองกำลังทหารสองแสนนาย ฟ้าสูงฮ่องเต้ไกล
แต่หากเคลื่อนตรงมาข้างหน้า...
นั่นก็คือ การบุกวัง!
เพียงความคิดนี้ผุดขึ้น ก็ราวกับเถาวัลย์พิษที่รัดแขนขาฮ่องเต้จนชาไปหมด
พระองค์จ้องกู้จือจั๋วเขม็ง ก่อนจะตวาดเสียงกร้าว
“ตระกูลกู้ช่างบังอาจ!”
กู้จือจั๋วไม่สะทกสะท้าน สีหน้าเรียบเฉย
“ฝ่าบาท ตระกูลกู้จงรักภักดีต่อราชสำนักมาโดยตลอด ต่อให้บิดาของหม่อมฉันออกรบ ได้รับเพียงความตายอย่างไม่กระจ่าง ทั้งยังถูกช่วงชิงความดีความชอบไป ตระกูลกู้ก็ยังซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินต้าฉี่ ไม่เคยมีใจคิดคดแม้แต่น้อย”
มุมปากของเซี่ยอิ้งเฉินยิ่งอ่อนโยนขึ้น
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยยื่นมือช่วย ไม่แม้แต่เอ่ยคำเดียว
เพราะเขารู้ดี...
นางไม่เคยเป็นดอกไม้บอบบางที่ต้องอาศัยใครคุ้มครอง
นางสามารถยืนหยัดอยู่กลางราชสำนัก และเหยียบย่างอยู่บนเส้นแบ่งแห่งพระพิโรธของฮ่องเต้ได้อย่างแม่นยำ
ก้าวหนึ่งเหยียบเลยเส้น...
อีกก้าวก็ถอยกลับ
กู้จือจั๋วถอนหายใจเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนลงอย่างน่าสงสาร
“คำตรัสของฝ่าบาท ทำให้หม่อมฉันไม่รู้จะวางตัวอย่างไร”
ฮ่องเต้ “...”
จริงอย่างที่นางว่า
กู้อี่ช่านเพียงตั้งกองทัพพักกำลังอยู่ที่ศาลาสิบลี้ ยังไม่มีการกระทำใดที่เป็นการล่วงละเมิดพระราชอำนาจ
จะกล่าวหาว่าก่อกบฏก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้
กำลังที่เขาพามีเพียงทหารห้าค่ายสามพันนาย ต่อให้รวมกองพันเชียนจี ก็มีเพียงหกพันนายเท่านั้น
ขณะที่กองทัพรักษาพระราขวังมีถึงหนึ่งแสนห้าหมื่นนาย
แต่...
เขาจะเพียงพักกองทัพจริงหรือ?
หรือกู้อี่ช่านจะหันหลังกลับขึ้นเหนือทันที?
หากเป็นเช่นนั้น ต่อให้ภายหลังคิดก่อกบฏ ผู้คนทั้งแผ่นดินก็จะเห็นว่าฮ่องเต้ไร้ความยุติธรรม ไม่ยอมรับความดีความชอบของกู้เทาเทา จนกู้อี่ช่านต้องลุกขึ้นเพื่อล้างแค้นแทนบิดา
ถึงตอนนั้น...
ต่อให้จับคนทั้งตระกูลกู้ไว้เป็นตัวประกันจะมีประโยชน์อะไร?
ฆ่าพวกเขาหรือ?
กู้อี่ช่านก็จะหมดห่วงโดยสิ้นเชิง
ไม่ฆ่า?
ก็ต้องเลี้ยงดูอย่างดี มอบพระเมตตาให้ สุดท้ายก็ยังต้องพระราชทานเกียรติยศและให้กู้เทาเทาเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋อยู่ดี
ช่างวางแผนเสียจริง!
พระอุระของฮ่องเต้กระเพื่อมขึ้นลง สีหน้าสลับซีดเขียว
ซ่งโส่วฝู่ได้แต่ทอดถอนใจในใจ
ฮ่องเต้เป็นคนหวาดระแวง เพียงกู้อี่ช่านหยุดพักที่ศาลาสิบลี้ไม่นาน ก็เพียงพอจะทำให้พระองค์คิดฟุ้งซ่านไปไกล
ทำให้เขาอดนึกถึงองค์รัชทายาทที่ถูกปลดไม่ได้
องค์รัชทายาทพระองค์นั้นถูกเลี้ยงดูในฐานะว่าที่จักรพรรดิตั้งแต่เยาว์วัย ติดตามไท่จู่ฮ่องเต้และฮ่องเต้องค์ก่อนว่าราชการ ช่วยบริหารบ้านเมือง และสำเร็จราชการแทนอยู่หลายครั้ง เป็นผู้ทรงคุณธรรมและเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ
ครั้งหนึ่งซ่งโส่วฝู่เคยเชื่อมั่นว่า ตนจะได้ช่วยสร้างยุคทองอันรุ่งเรือง
ใครจะคิด...
ทุกอย่างจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน
เฮ้อ...
ขอเพียงตนมีชีวิตอยู่จนเกษียณ รักษาแผ่นดินไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ก็ถือว่าไม่ทรยศต่อพระคุณของฮ่องเต้องค์ก่อนแล้ว
เสียงใสของกู้จือจั๋วดังขึ้นอีกครั้ง
“ไท่จู่ฮ่องเต้เคยตรัสไว้ว่า ‘ผู้มีความดีความชอบแต่ไม่ได้รับรางวัล จนถูกผู้เป็นนายหวาดระแวงและจบชีวิต หาใช่การกระทำของกษัตริย์ผู้ทรงธรรมไม่’”
“หม่อมฉันเชื่อว่า ฝ่าบาทย่อมไม่ทำให้ตระกูลกู้ต้องผิดหวัง และไม่ทำให้เหล่าแม่ทัพนายกองทั้งหลายต้องหวาดกลัวจนไม่กล้าสร้างความดีความชอบ”
ฮ่องเต้นิ่งเงียบ สีหน้าไร้อารมณ์
ครู่ใหญ่จึงตรัสอย่างยากลำบาก
“ท่านมหาเสนาบดี...ท่านคิดเห็นอย่างไร”
ซ่งโส่วฝู่รู้ดีว่า...
ฮ่องเต้หวาดกลัวแล้ว
พระองค์เริ่มหวั่นไหวแล้ว!
หมากของคุณหนูกู้ผู้นี้ เดินทีละก้าว บีบคั้นทีละชั้น ช่างงดงามเหลือเกิน
เขาประสานมือคารวะ
“ฝ่าบาท เจิ้นกั๋วกงสร้างคุณูปการยิ่งใหญ่ ตำแหน่งบรรดาศักดิ์ก็สูงสุดแล้ว ไม่อาจพระราชทานเพิ่มได้อีก การให้ดวงวิญญาณของท่านเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋ ย่อมเป็นสิ่งที่สมควร”
ราชวงศ์ต้าฉี่ไม่มีการสถาปนาบุคคลต่างแซ่เป็นอ๋อง ตำแหน่งกั๋วกงจึงเป็นบรรดาศักดิ์สูงสุดแล้ว
“มหาเสนาบดีกล่าวได้ถูกต้อง”
เว่ยกั๋วกงเองก็เลิกยืนดูเฉย ๆ รีบช่วยต่อคำให้ฮ่องเต้ลงจากหลังเสือ
“ผู้ใดคือผู้ปราบศึกซีเจียงจนราบคาบ ทุกคนต่างรู้ดี ฝ่าบาททรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงธรรม ย่อมต้องแยกแยะบุญคุณและความผิดให้ชัดเจน”
“หากผู้มีความดีความชอบไม่ได้รับรางวัล ต่อไปผู้ใดจะยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อบ้านเมือง?”
“ถึงเวลานั้น ทุกคนก็เอาแต่หลบอยู่ด้านหลัง รอให้ศึกชนะแล้วค่อยเหยียบศพผู้อื่นเพื่อไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูง”
จิ้นอ๋องแทบอยากสบถออกมา
ข้าไปหลบอยู่ตรงไหนกัน?!
ทำไมทุกคนถึงฉวยโอกาสเหยียบย่ำเขาได้หมด!
ดี...
เขาจะจำไว้
เว่ยกั๋วกง...ซ่งโส่วฝู่...
อย่าให้ถึงวันที่พวกเจ้าตกอยู่ในกำมือของข้าก็แล้วกัน!
เว่ยกั๋วกงแค่นเสียงทางจมูกใส่จิ้นอ๋อง ก่อนกล่าวว่า
“เจิ้นกั๋วกงสร้างคุณูปการต่อแผ่นดิน ต่อราษฎร ต่อราชสำนัก ปราบซีเจียง สงบชายแดนเหนือ ความดีความชอบล้นฟ้า ดวงวิญญาณของเขาสมควรเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋”
“ขอฝ่าบาททรงพระราชทานอนุญาต”
เว่ยกั๋วกงคุกเข่าลงเป็นคนแรก
จากนั้นซ่งโส่วฝู่ก็คุกเข่าตาม
เพียงชั่วครู่เดียว เหล่าขุนนางในท้องพระโรงก็คุกเข่าลงเป็นแถบ เสียงพร้อมเพรียงดังกึกก้อง
“ขอฝ่าบาททรงพระราชทานอนุญาต!”
ฮ่องเต้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ก่อนหน้านี้ซ่งโส่วฝู่และคนอื่น ๆ ไม่ยอมแสดงท่าทีใด ๆ ทำให้แรงกดดันตกอยู่ที่พระองค์อย่างหนัก
ตอนนี้พระองค์เหมือนคนหมดแรง จึงรีบคว้าบันไดที่เหล่าขุนนางยื่นมาให้ แล้วตรัสว่า
“เอาเถอะ”
พระองค์ยังคงทำสีหน้าเคร่งขรึม เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเองเอาไว้เล็กน้อย
“แม้เรื่องนี้จะไม่ใช่ความประสงค์ของเรา แต่เมื่อเหล่าขุนนางต่างเห็นพ้องต้องกันว่า กู้เทาเทามีคุณความดีสมควรเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋ เช่นนั้นเราจะประกาศให้ทั่วหล้า”
“เจิ้นกั๋วกง กู้เทาเทา มีคุณูปการต่อแผ่นดิน ชื่อเสียงจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ ดวงวิญญาณของเขาสามารถเข้าสู่ตำหนักจื่อจี๋ รับการสักการะจากราษฎรทั่วแผ่นดิน”
ทันทีที่คำพูดนี้สิ้นสุดลง...
หัวใจของกู้จือจั๋วพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ราวกับมีสายฟ้าที่มองไม่เห็นฟาดลงมาจากเหนือศีรษะ กระแทกเข้าที่กลางอกจนเจ็บแปลบ
ร่างของนางโซเซเล็กน้อย
ลำคอเต็มไปด้วยรสหวานคาวของเลือด
นางกัดฟันอดกลั้น ไม่ยอมกระอักออกมา ก่อนฝืนกลืนกลับลงไป
กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นอบอวลอยู่ในปาก
ดูเหมือนว่า...สิ่งที่นางกำลังทำอยู่ในตอนนี้ กำลังขัดกับชะตาฟ้าลิขิต
ในชาติก่อน ตระกูลกู้เป็นเพียงบันไดให้จี้หนานเคอเหยียบขึ้นไป
เป็นแรงส่งให้นางกลายเป็นพระชายาขององค์ชายสาม
การที่ตระกูลกู้มีชีวิตอยู่...
ไม่ใช่สิ่งที่สวรรค์ต้องการ
แต่แล้วอย่างไรเล่า?!
ในเมื่อสวรรค์ไม่อนุญาต...
นางก็จะฝืนชะตาสวรรค์!
ความเจ็บปวดในอกเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ เลือดคาวไหลย้อนขึ้นมาเป็นระลอก
ภายใต้ผ้าคลุมหน้า กู้จือจั๋วยิ้มอย่างไม่เกรงกลัว
นางกล่าวทีละคำ
“ขอบพระทัยฝ่าบาทสำหรับพระเมตตา”
ฮ่องเต้มีสีหน้าเย็นชา ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นอายไม่พอใจอย่างชัดเจน
กู้จือจั๋วมองพระองค์แล้วคิดในใจ
ในเมื่อสวรรค์ยังไม่อนุญาต...
เช่นนั้นนางก็จะทำให้มากกว่านี้เสียเลย
นางยิ้มแล้วกล่าว
“ฝ่าบาททรงมีพระคุณต่อตระกูลกู้ หม่อมฉันไม่อาจตอบแทนได้หมด วันนี้จึงได้ขอเครื่องรางคุ้มภัยมาหนึ่งชิ้น ขออวยพรให้ฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญ อายุยืนยาวหมื่นปี”
“เรารับไว้ในใจแล้ว”
ฮ่องเต้แค่นเสียงเย็น
สีหน้าของพระองค์ไร้ซึ่งความเมตตาเช่นที่ผ่านมาอีกต่อไป ก่อนสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป
ไม่ต้องสงสัยอีกแล้ว...
จวนเจิ้นกั๋วกงได้ฉีกหน้ากับราชสำนักอย่างสมบูรณ์แล้ว
แต่ต่อให้ไม่ฉีกหน้าแล้วจะเป็นอย่างไร?
ชาติที่แล้ว...
จวนเจิ้นกั๋วกงรักษาพิธีไว้ทุกข์ อยู่แต่ในจวน ไม่ออกไปไหน
แม้แต่ท่านอาสามยังหลีกหนีกลับมาอยู่เมืองหลวง
สุดท้าย...
ก็ยังถูกสังหารทั้งตระกูล
สายเลือดถูกตัดขาด
หากไม่เสี่ยงสู้สุดชีวิต...
ตระกูลกู้ก็ไม่มีทางรอด
“ส่งเสด็จฝ่าบาท”
เสียงแส้ประกาศการเลิกประชุมดังขึ้น
กู้จือจั๋วกวาดสายตามองทั่วท้องพระโรง ก่อนหยุดลงที่จิ้นอ๋อง
นางยิ้มกว้าง
“จิ้นอ๋อง ท่านต้องการหรือไม่? เป็นเครื่องรางจากสำนักซ่างซวีเชียวนะ”
“ข้าได้ยินมาว่าท่านอ๋องเคยเชิญสำนักซ่างซวีทำพิธีสะกดผู้มีบาปหนักคนหนึ่ง คิดว่าท่านคงทราบชื่อเสียงของสำนักนี้ดี”
“นักพรตฉางเฟิงเชี่ยวชาญด้านหยินหยาง ขับไล่สิ่งชั่วร้าย เครื่องรางของเขาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หวังว่าท่านอ๋องจะไม่รังเกียจ”
ทันทีที่ได้ยินคำว่า สำนักซ่างซวี
ใบหน้าที่เดิมซีดเขียวของจิ้นอ๋องก็ยิ่งไม่น่าดูขึ้น
ข่าวจากซีเจียงไม่ได้บอกเลยว่า...
กู้จือจั๋วค้นพบเครื่องรางแล้ว!
“จริงสิ”
รอยยิ้มของกู้จือจั๋วไม่ไปถึงดวงตา
“ไม่ทราบว่าท่านอ๋องส่งผู้ใดไปยังสำนักซ่างซวีหรือ?”
“เหตุใดทุกคนจึงกล่าวว่าเขามีบาปหนัก ต้องทำพิธีสะกด จึงจะกำจัดไอชั่วร้ายทั่วร่างได้?”
จิ้นอ๋องหลบสายตาคมกริบของนางโดยไม่รู้ตัว
กล่าวอย่างคลุมเครือ
“ก็แค่คนชั่วคนหนึ่ง”
เขาต้องรีบกลับจวน
ต้องตรวจสอบว่าผิดพลาดตรงไหน!
จิ้นอ๋องหันหลังเดินจากไปทันที
กู้จือจั๋วกล่าวตามหลังด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“จิ้นอ๋อง ข้าลองคำนวณดูแล้ว ช่วงนี้ท่านจะมีเคราะห์เลือด”
“หากไม่รับเครื่องรางคุ้มภัยชิ้นนี้...ท่านก็ควรระวังตัวให้ดี”
จิ้นอ๋องสะดุดเท้ากะทันหัน ร่างเกือบล้มลง
จากนั้นก็รีบหนีออกจากประตูท้องพระโรงราวกับเห็นผี
เหล่าขุนนางไม่กี่คนที่ยังอยู่ ต่างมองหน้ากันไปมา
พวกเขาได้ยินเพียงกู้จือจั๋วพูดถึงเครื่องราง พิธีสะกด สำนักซ่างซวี คนบาปหนัก...
แล้วจิ้นอ๋องก็มีท่าทีเหมือนคนเจอภูตผี
1
ตระกูลกู้ที่ผ่านมาอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ไม่เคยกระทำการล่วงเกินใคร
แต่วันนี้กลับลงมืออย่างรุนแรง...
ผู้ที่สามารถยืนอยู่ในท้องพระโรงแห่งนี้ ไม่มีใครเป็นคนโง่
เรื่องราวทั้งหมดในวันนี้...
เพียงพอให้พวกเขาคิดไปไกลแล้ว
---
เซี่ยอิ้งเฉินเดินเข้ามาหานางด้วยฝีเท้าเร็ว
“เจ้าไม่สบายหรือ?”
เมื่อครู่เขาสังเกตเห็นชั่วขณะหนึ่ง สีหน้าของนางแข็งค้างเล็กน้อย
แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที...
แต่เขาเห็น
“ไม่มี!”
ในที่สุดกลิ่นคาวเลือดก็จางหายไป ความเจ็บในอกก็หายแล้ว
กู้จือจั๋วตอบอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
“คุณชาย ข้าจะไปหาพี่ใหญ่ ท่านจะไปด้วยหรือไม่?”
คนอยู่ที่ศาลาสิบลี้
นางรอไม่ไหวแล้วที่จะได้พบเขา
เซี่ยอิ้งเฉินรู้ทันทีว่าไม่ถูกต้อง
เขายกมือแตะหน้าผากนางเพื่อวัดอุณหภูมิ แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ
กู้จือจั๋วรู้ว่าหลอกเขาไม่ได้
นางจึงแอบดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ แล้วส่ายไปมา
“คือว่า...เมื่อครู่มันรู้สึกคลื่นไส้มากจริง ๆ นะ”
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4cd3c490eecbe7bdbd4519
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4e623303cd02a7fa6ef30d
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดไลก์ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
โฆษณา