7 ก.ค. เวลา 15:13 • กีฬา

การกลับมารับงานคุมทีมของ เยอร์เกน คล็อปป์ ในฐานะเฮดโค้ชทีมชาติเยอรมนี ดูเหมือนจะเป็นเส้นทางที่หลายคนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

แม้อดีตกุนซือลิเวอร์พูลจะเคยประกาศอำลางานโค้ชเพราะรู้สึกหมดพลังหลังจบช่วงเวลากว่า 9 ปีในถิ่นแอนฟิลด์ แต่เจ้าตัวยอมรับเมื่อไม่นานมานี้ว่า ตอนนี้เขากลับมามีไฟอีกครั้ง
และหากมีงานไหนที่สามารถดึงเขากลับสู่ข้างสนามได้ งานคุม "อินทรีเหล็ก" ก็คงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งเท่านั้น!
หลังการลาออกของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ จากความล้มเหลวในฟุตบอลโลก ทำให้โอกาสที่ คล็อปป์ จะเข้ารับตำแหน่งยิ่งมีความเป็นไปได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงที่สั่งสมมาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะพาเยอรมนีกลับมายิ่งใหญ่ เพราะทีมชุดปัจจุบันแตกต่างจากยุคที่เคยคว้าแชมป์โลกปี 2014 อย่างสิ้นเชิง
เราต้องไม่ลืมว่าการทำงานในระดับสโมสร กุนซือสามารถแก้ปัญหาด้วยการซื้อผู้เล่นที่เข้ากับแท็คติกหรือมีความสามารถพิเศษบางอย่างที่ทีมต้องการได้ แต่ฟุตบอลทีมชาตินั้นต่างกันออกไปโดยสิ้นเชิง มันไม่มีทางเลือกเช่นนั้น คล็อปป์ ต้องทำงานกับทรัพยากรที่มีอยู่ และนั่นคือโจทย์ที่ยากกว่ามาก
ปัญหาที่มองเห็นในทีมอินทรีเหล็กตอนนี้คือ “การมีจำนวนนักเตะไม่สมดุลต่อตำแหน่ง” ยกตัวอย่างกองกลางหมายเลข 10 เชื่อมั้ยว่าพวกเขามีผู้เล่นในตำแหน่งนี้ถึง 3 คน ทั้ง โฟลเรียน เวียร์ตซ์, จามาล มูเซียลา และไค ฮาแวร์ตซ์ นั่นจึงทำให้ทีมมีผู้เล่นแนวรุกที่มีคุณสมบัติคล้ายกันมากเกินไป
ยังไม่พอ ดาวรุ่งอย่าง อัสซาน อูเอดราโอโก ก็สามารถเล่นในตำแหน่งนี้ได้ด้วย!
ในขณะที่ตำแหน่งอื่นอย่างกองหน้ากลับหาตัวดี ๆ ยิงคม ๆ ไม่ได้ แถมในทีมที่น่าจะมีนักเตะพลังหนุ่มเป็นตัวหลักพวกเขากลับไว้ใจแข้งประสบการณ์สูงอย่าง มานูเอล นอยเออร์ และ โยชัว คิมมิช ที่กำลังเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพให้ลงเล่นตั้งแต่นาทีแรก
ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของวงการฟุตบอลเยอรมันที่ผลิตผู้เล่นในลักษณะเดียวกันมากเกินไป
สถานการณ์ที่ คล็อปป์ ต้องเจอนั้นทำให้นึกถึงสิ่งที่ คาร์โล อันเชล็อตติ กำลังเผชิญกับทีมชาติบราซิลในเวลานี้ แม้ “อันเช” จะเป็นหนึ่งในกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เมื่อต้องมาเจอกับปัญหาการขาดพลังในแดนกลางและความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย ซึ่งไม่ต่างจากเยอรมนี มันก็เกินกว่าที่โค้ชคนใดคนหนึ่งจะเข้ามาแก้ไขได้ทันที
ต่อให้เป็นคล็อปป์หรืออันเชล็อตติก็ตาม
อีกสิ่งที่อดีตนายใหญ่ ลิเวอร์พูล ต้องเผชิญและแยกรับเอาๆว้ตั้งแต่วันแรกของการทำงานคือ "ความคาดหวังของแฟนบอล" ที่ยังคงเหมือนเดิม นั่นคือการคว้าแชมป์ และทุกผลลัพธ์ที่ต่ำกว่านั้นย่อมถูกมองว่าเป็นความล้มเหลว
ซึ่งต่างจากที่ แอนฟิลด์ ที่มี เดอะค็อบ คอยซัพพอร์ตแม้ยามที่คุณค้องเจอกับความยากลำบาก ขอแค่ทำบอลสนุก เล่นแบบมีความหวัง ทุกคนก็พร้อมลุกขึ้นปรบมือและไม่ปล่อยให้คุณเดินเดียวดาย
นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องไม่ลืมเลยคือ งานของ คล็อปป์ จะไม่ใช่แค่เรื่องในสนามกับทีมชาติชุดใหญ่เท่านั้น เพราะเขาจะต้องเข้าไปดูแลถึงเรื่องการปฏิรูประบบพัฒนาเยาวชน การสร้างนักเตะที่มีความหลากหลายมากขึ้น และการยกระดับโครงสร้างฟุตบอลทั้งระบบไปพร้อม ๆ กัน
ดังนั้น แม้ในมุมหนึ่งงานคุมทีมชาติเยอรมนีจะทำให้มีเวลาพักมากขึ้น ได้เดินทาง และไม่ต้องเผชิญความกดดันทุกสัปดาห์เหมือนสมัยอยู่ ลิเวอร์พูล
แต่ภารกิจที่รอ เยอร์เก้น คล็อปป์ อยู่ถือว่าหนักหนาสาหัสไม่น้อยเลยทีเดียว
YNWA
#myliverpoolthailand #YNWA #LIVERPOOLFC #thekop #ลิเวอร์พูล #เดอะค็อป #หงส์แดง #เด็กหงส์ #liverpool #พรีเมียร์ลีก
โฆษณา