7 ก.ค. เวลา 15:42 • หนังสือ

มนุษย์ร้านสะดวกซื้อ (Konbini Ningen)

เขียน : Murata Sayaka
แปล : พรรณวิมล จิตราวิริยะกุล
ความยาวเนื้อเรื่อง 152 หน้า ไม่มีแบ่งตอน
คำโปรยปกหน้า :
ในโลก ‘ปกติ’ สิ่งแปลกปลอมจะโดนลบทิ้งอย่างเงียบเชียบ
หญิงสาววัยสามสิบหกซึ่งยังไม่แต่งงาน เป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ‘พนักงานร้านสะดวกซื้อ’ และเอาแต่ทำงานที่ ‘ร้านสะดวกซื้อ’ มาถึงสิบแปดปี
ณ ที่แห่งนั้นเธอพยายามสวมบทบาทเป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งมีชื่อว่า ‘มนุษย์ปกติ’
คำว่า ‘ปกติ’ คืออะไร?
ผลงานซึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับการดำรงชีวิตในยุคปัจจุบันอย่างเรียบง่าย เจ้าของรางวัลอาคุตะกาวะประจำปี 2016 ซึ่งเป็นรางวัลทรงคุณค่าแห่งวงการวรรณกรรมญี่ปุ่น
เรื่องย่อปกหลัง :
ฟุรุคุระ เคโกะ หญิงสาววัยสามสิบหกซึ่งยังไม่แต่งงาน หลังสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยก็ทำงานพิเศษที่ร้านสะดวกซื้อเป็นเวลาสิบแปดปี โดยไม่ได้หางานทำ และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีแฟน
อาหารที่เธอรับประทานในแต่ละวันเป็นอาหารจากร้านสะดวกซื้อ แม้แต่ในความฝันก็ยังกดเครื่องคิดเงินของร้านสะดวกซื้อ ความสะอาดเรียบร้อยของร้านกับเสียงตะโกนทักทายว่า ‘ยินดีต้อนรับ!’ ช่วยให้เธอนอนหลับอย่างเป็นสุขทุกวัน
อยู่มาวันหนึ่ง ชิราฮะ พนักงานหนุ่มหน้าใหม่ซึ่งมีเป้าหมายหาคู่แต่งงานก็ปรากฏตัว เขาพูดจาทิ่มแทงใจเธอว่าการใช้ชีวิตอยู่กับร้านสะดวกซื้อเช่นนั้นเป็นสิ่งที่น่าอับอาย...
‼️รีวิวด้านล่างนี้อาจสปอยล์เนื้อหาส่วนสำคัญของเรื่อง‼️
เล่มนี้ยืมเพื่อนมาตั้งแต่ปลายปีก่อน เอามาหย่อนใส่ปากไหดองอยู่ครึ่งปี เพิ่งได้ฤกษ์อ่านสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เรื่องย่อปกหลังแทบจะครอบคลุมเนื้อเรื่องทั้งเรื่องอยู่แล้ว แต่ในเล่มยังมีรายละเอียดรอให้เก็บเล็กผสมน้อยเองมากมาย
เปิดเรื่องได้ไม่นาน เราก็รับรู้ได้ว่าเคโกะตัวเอกของเรื่องเป็นคนที่มีความผิดปกติทางสมอง เช่น สมัยประถมเห็นเพื่อนผู้ชายต่อยกัน เธอหยุดเหตุวิวาทด้วยวิธีที่สะดวกรวดเร็วที่สุดในความคิดของเธอ คือคว้าพลั่วมาฟาดหัวหนึ่งในผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่วัยกลางคน ความผิดปกตินั้นก็ยังไม่หายไป ดูได้จากตอนไปเยี่ยมน้องสาวที่เพิ่งคลอดลูก หลานชายซึ่งยังแบเบาะส่งเสียงร้องไห้จนน้องสาวต้องผละไปดู เธอก็มองมีดบนโต๊ะพลางคิดกับตัวเองว่ามีวิธีที่ทำให้หยุดร้องได้ง่ายกว่านั้นอยู่แท้ๆ
แต่เปล่า เรื่องราวในเล่มนี้ไม่ได้บรรยายชีวิตน่าเวทนาสงสารของเคโกะแต่อย่างใด ตรงข้ามคนอ่านยังได้เห็นว่าเธอออกจะมีความสุขดีตามอัตภาพ ยิ่งเติบโตขึ้น เธอยิ่งรับรู้ว่าสิ่งที่เธอเป็นนั้น ‘ไม่ปกติ’ เรียนรู้ที่จะควบคุมเสียงในหัว (เห็นได้จากไม่ได้เอามีดไปแทงหลานให้หยุดร้องไห้) และหัดเลียนแบบคนรอบข้างเพื่อจะได้กลมกลืนไปในสังคม (พูดง่ายๆ คือแอ๊บเป็น) เธอมีพ่อ แม่ และน้องสาวที่รักเธอมาก สามารถเรียนจนจบมหาวิทยาลัย ทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่เดือดร้อนใคร
มิหนำซ้ำเธอยังพึงพอใจกับงานที่ทำเต็มร้อย สิบแปดปีที่ทำอาชีพนี้ ร่างกายของเธอเหมือนถูกหล่อหลอมให้เป็นส่วนหนึ่งของร้านสะดวกซื้อ หู ตา จมูก ความเคลื่อนไหวทำงานไปโดยอัตโนมัติ แม้แต่ยามนอนหลับไปตอนกลางคืนก็ยังฝันถึงร้านสะดวกซื้อ เธอรักษาความสะอาดร่างกายอย่างดี ระมัดระวังดูแลสุขภาพอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะสิ่งเหล่านี้บ่งบอกความเป็นมืออาชีพในการทำงาน เรียกว่าเป็นบุคคลที่เหมาะกับประโยค I love my job! ที่สุดแล้ว
ร้านสะดวกซื้อคือโลกย่อส่วนที่เป็นเซฟโซนสำหรับเคโกะ ชีวิตในนี้เข้าใจง่ายและไม่ต้องคาดเดา เพราะทุกอย่างต้องดำเนินไปตามระเบียบแบบแผน ขนมขายดีต้องวางตรงนี้ วันที่อากาศร้อนต้องเตรียมเครื่องดื่มเย็นกับไอศกรีมให้มากหน่อย วันนี้ไส้กรอกลดราคา ดังนั้นต้องเตรียมให้มากกว่าปกติ แม้เพื่อนร่วมงานจะผลัดเปลี่ยนไปชุดแล้วชุดเล่า ทว่าแต่ละชุดมีแค่ไม่กี่คน ไม่ยากที่เธอจะเลียนแบบวิธีแต่งกายหรือวิธีพูดจา เออออห่อหมกไปกับบทสนทนาและการแสดงอารมณ์ร่วมให้ดูเป็นมนุษย์ปกติ
ที่สำคัญ เมื่อสวมเครื่องแบบในเวลางาน ทุกคนล้วนเป็นพนักงานเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเชื้อชาติไหน อายุเท่าไหร่ เพศอะไร ทุกคนคือพนักงานในร้านสะดวกซื้อไม่ต่างกัน
เหมือนอย่างที่เธอบอกว่า “การจะคงอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อต่อไปได้ ต้องเป็น ‘พนักงานร้าน’ เท่านั้นนี่คะ มันเป็นเรื่องง่ายๆ แค่สวมเครื่องแบบและปฏิบัติตัวตามคู่มือ ถ้าบอกว่าโลกเป็นยุคโจมงละก็ ภายในโจมงก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ หากสวมหนังที่เรียกว่ามนุษย์ปกติแล้วปฏิบัติตัวตามคู่มือเสียอย่าง ก็จะไม่โดนไล่ออกจากกลุ่ม และไม่โดนปฏิบัติเหมือนเป็นตัวเกะกะด้วยค่ะ”
ทุกอย่างเหมือนจะลงตัวดีสำหรับเคโกะ แต่น่าเสียดายโลกในชีวิตจริงไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในร้านสะดวกซื้อ และแต่ละสังคมมีระเบียบกฎเกณฑ์ของตัวเอง ใครทำตัวไม่เข้าพวก มักถูกตั้งคำถามเสมอ แม้ว่าเธอจะมีประโยคสำเร็จรูป(ที่น้องสาวช่วยคิด)ไว้ตอบคำถามว่าทำไมถึงเอาแต่ทำงานพิเศษในร้านสะดวกซื้อมาโดยตลอด แต่ยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น ผู้หญิงที่ไม่ได้ทำหน้าที่เมียและแม่เสียทีก็แทบจะเป็นตัวประหลาดในสังคมญี่ปุ่น เมื่อถูกคนรอบข้างถามหนักเข้า เคโกะจึงเริ่มมองเรื่องนี้เป็นปัญหาที่จำเป็นต้องหาทางแก้ไขขึ้นมา
ประจวบเหมาะกับที่ชิราฮะผ่านเข้ามาในวงโคจร หมอนี่เป็นผู้ชายขี้แพ้ครบตามสูตรทุกอย่าง ไม่หล่อ นิสัยไม่ดี ไม่เป็นโล้เป็นพาย ใจกากแต่ดันปากเก่ง แต่พอเคโกะกับชิราฮะสมประโยชน์กันด้วยการที่ต่างคนต่างใช้อีกฝ่ายเป็นแฟนกำมะลอ คนรอบตัวเธอกลับตื่นเต้นยินดีกันถ้วนหน้า ว่าในที่สุดเธอก็มีชีวิตตามครรลองที่ถูกที่ควรเสียที ขนาดน้องสาวที่รักเธอมากยังอยากให้เธอกับชิราฮะทะเลาะกันเพราะฝ่ายชายนอกใจ มากกว่าจะเชื่อว่าเธอให้ผู้ชายปรสิตแบบนี้มาเป็นแฟนปลอมเพื่อตัดปัญหาเวลาเข้าสังคม
ชีวิตฉันแต่ดันหนักหัวใครโดยแท้
ที่เรียกชิราฮะว่าปรสิตเพราะคำนี้ผุดขึ้นมาในหัวเราบ่อยมากระหว่างอ่าน คนอะไรมันจะไม่มีอะไรดีแม้แต่อย่างเดียวได้ขนาดนี้ ถ้าเป็นนิยายแนวจิตวิทยาคงนึกว่าไอ้เจ้าชิราฮะเป็นภาพหลอนที่เคโกะสร้างขึ้นมาเอง ไม่ได้มีตัวตนจริง อ่านไปก็ลุ้นไปว่าสุดท้ายเคโกะจะเป็นยังไง เรียกว่าตั้งแต่ช่วงกลางเรื่องเป็นต้นไปลุ้นทุกหน้าเลยทีเดียว
เคโกะเป็นตัวแทน ‘ความผิดปกติ’ ที่เราทุกคนล้วนมีอยู่ในตัว มากบ้างน้อยบ้าง ยิ่งเราเติบโตเท่าไหร่ เรายิ่งเรียนรู้ที่จะทำตัวกลมกลืนไปกับสังคม รับเอาระเบียบกฎเกณฑ์มายึดถือปฏิบัติ ซึ่งก็ใช่จะไม่ดี โลกที่ที่มีกฎข้อบังคับเหมือนในร้านสะดวกซื้อของเคโกะย่อมสงบปลอดภัยในการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม
แต่หลายครั้งเราจำต้องเก็บซ่อนความเป็นปัจเจกและความต้องการบางอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองแตกแถวและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม ในบางจังหวะชีวิตเราอาจพยายามมากเกินจนลืมมองความต้องการที่แท้จริงของตัวเองด้วยซ้ำ กว่าจะตระหนักได้ก็เกือบสายเกินแก้ หรือบางคนโชคร้าย ไม่ตระหนักไม่เฉลียวใจ ต้องทนอยู่กับสิ่งที่สร้างความทุกข์ให้ตัวเองไปทั้งชีวิตก็มี
อ่านเรื่องนี้แล้วเพลง Weird ของ Hanson ดังขึ้นมาในหัวเลย โดยเฉพาะท่อนที่ร้องว่า When you live in a cookie cutter world being different is a sin.
So you don't stand out and you don't fit in.
Weird. 🖋️
โฆษณา