7 ก.ค. เวลา 16:14 • สิ่งแวดล้อม
ตลาดพลู

สถานีถัดไป... ตลาดพลูไร้ขยะ

เสียงหวีดหวีดของสัญญาณเตือนและเสียงล้อเหล็กบดไปบนราง เป็นสัญญาณของการเดินทางมาถึง "สถานีรถไฟตลาดพลู"ย่านสตรีทฟู้ดระดับตำนานฝั่งธนบุรีที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของน้ำซุปบะหมี่ กุยช่ายทอดกระทะยักษ์ และขนมหวานโบราณโชยมาเตะจมูกทันทีที่ก้าวลงสู่ชานชาลา
เมื่อมองผ่านเลนส์กล้องฟิล์ม วิถีชีวิตดั้งเดิมของตึกแถวไม้เก่าแก่และสตรีทอาร์ตบนกำแพงถูกบันทึกไว้ทีละภาพ ทว่า เมื่อละสายตาลงมามองที่พื้น สิ่งที่ปรากฏริมทางรถไฟสายประวัติศาสตร์กลับเป็นภาพถุงหิ้วพลาสติก แก้วน้ำ และกล่องโฟมเปื้อนคราบน้ำมันที่อัดแน่นจนล้นทะลักออกจากถังขยะมุมตึก นี่คือด้านมืดของ "การท่องเที่ยวเชิงชิม" (Food Tourism) ที่กำลังท้าทายเป้าหมายความยั่งยืนของโลกในข้อ SDG 12: การผลิตและการบริโภคที่รับผิดชอบ
เสียงสะท้อนจากคุณป้าเจ้าของร้านค้ารายย่อยริมชานชาลาบอกเล่าความจริงว่า "พื้นที่ริมทางรถไฟมันจำกัดมาก ขยะมันเยอะจนล้นถังทุกวัน ยยิ่งวันหยุดคนแห่มาตามรีวิว ขยะยิ่งคูณสอง บางทีถุงแตกเศษน้ำแกงเลอะเทอะหน้าบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นคาว ชาวบ้านที่อยู่ตรงนี้ก็ต้องทนแบกรับกันไป"
คำพูดนี้ชวนให้ฉุกคิดว่า ความสะดวกสบายชั่วครู่ของนักท่องเที่ยว กำลังทิ้งภาระระยะยาวไว้ในบ้านของคนอื่นอยู่หรือเปล่า?
แม้ชุมชนจะเริ่มรณรงค์นโยบาย "ไม่เทรวม" เพื่อแยกเศษอาหารออกจากพลาสติก แต่ถ้าต้นทางอย่างผู้บริโภคยังทิ้งรวมกันด้วยความมักง่าย ปลายทางความอร่อยนี้คงหนีไม่พ้นกองขยะที่กลืนกินอัตลักษณ์ย่านเก่า
การเดินทางมาตลาดพลูจึงสามารถปรับเปลี่ยนบทบาทได้ สู่การเป็น "Responsible Foodie" หรือนักชิมที่รับผิดชอบ ด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างการยื่นแก้วน้ำพกพาและกล่องใส่อาหารที่เตรียมมาให้ร้านค้าแทนบรรจุภัณฑ์พลาสติก และเมื่อรับประทานเสร็จ ก็แยกเศษน้ำซุปออกจากถุงบรรจุภัณฑ์ก่อนทิ้งอย่างตั้งใจ
รสชาติที่ยั่งยืนของตลาดพลูจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากความสุขในการกินยังดำเนินไปโดยไร้ความรับผิดชอบ สถานีถัดไปของย่านเก่าแก่นี้จะเป็นอย่างไร จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับขบวนรถไฟที่วิ่งผ่าน แต่ขึ้นอยู่กับขยะทุกชิ้นในมือของนักท่องเที่ยวทุกคน ที่จะร่วมกันเปลี่ยนตลาดพลูให้เป็นย่านสตรีทฟู้ดที่สะอาด ปลอดขยะ และยั่งยืนตลอดไป #SPUCAหนีเรียนไปเที่ยว
โฆษณา