15 ก.ค. เวลา 03:00 • ไอที & แก็ดเจ็ต

ถ้าคุณเคยทำธุรกิจหอพัก หรือเคยเป็นนักศึกษาที่ต้องเช่าห้องอยู่เมื่อสิบปีก่อน ภาพจำของคุณเกี่ยวกับ การจัดการหอพัก จะเป็นอย่างไร?

ภาพของเจ้าของหอพักวัยเกษียณที่นั่งเฝ้าโต๊ะเก็บเงินหน้าตึก มีสมุดบัญชีเล่มหนาเตอะวางอยู่ข้างตัว มือหนึ่งถือปากกา อีกมือหนึ่งถือบิลกระดาษคาร์บอนคอยเขียนใบแจ้งหนี้ ส่วนตอนสิ้นเดือนก็ต้องเดินถือไฟฉายไปส่องมิเตอร์ไฟทีละห้อง จดเลขผิดๆ ถูกๆ
พอโดนลูกบ้านเบี้ยวค่าเช่าหรือย้ายหนีทีก็ต้องมานั่งกุมขมับ ยุคนั้นใครๆ ก็บอกว่าทำหอพักแล้วจะเป็นเสือนอนกิน แต่ในความเป็นจริง เจ้าของหอพักหลายคนกลับทำงานหนักจนกลายเป็นเสือร้องไห้" เพราะต้องนั่งเฝ้าตึกและเผชิญปัญหาหยุมหยิมเต็มไปหมด
แต่ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนโลกสีเทาๆ ของการทำหอพักให้กลายเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้ว และนี่คือเรื่องราวการเดินทางของเทคโนโลยีจัดการที่อยู่อาศัยที่เริ่มต้นจากโจทย์เล็กๆ ในบ้าน จนกลายมาเป็นนวัตกรรมระดับประเทศที่ขับเคลื่อนอสังหาริมทรัพย์ไทยในปัจจุบัน
พลิกโฉมความลำบาก เมื่อซอฟต์แวร์เสกเวลา 15 วัน ให้เหลือ 5 นาที
จุดเปลี่ยนสำคัญเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว จากไอเดียของเด็กจบวิศวะคอมพิวเตอร์หมาดๆ อย่างคุณ นายธนวิชญ์ ต้นกันยา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด ที่อยากช่วยครอบครัวจัดการหอพักขนาดเล็ก โดยไม่ต้องเรียนจบแล้วกลับไปนั่งเฝ้าตึก เขาจึงเริ่มต้นพูดคุยกับเจ้าของหอพักเป็นร้อยๆ แห่ง จนตกผลึกร่วมกันว่า
ทุกคนต้องการระบบเข้ามาช่วยจัดการความวุ่นวาย นั่นคือจุดกำเนิดของแพลตฟอร์ม Horganice ที่นำคำว่า หอพัก มารวมกับ Organize นั่นเอง
การเข้ามาของระบบบริหารจัดการหอพักบนคลาวด์ ได้สร้างความสะดวกสบายแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ลองมาดูกันว่าเทคโนโลยีนี้ช่วยยกระดับชีวิตของทั้งสองฝั่งได้อย่างไรบ้างครับ
1. ฝั่งเจ้าของหอพัก จากผู้จัดการตึก สู่เสือนอนกิน ที่แท้จริง
ในอดีต เจ้าของหอพักต้องใช้เวลาครึ่งค่อนเดือนไปกับการเดินจดมิเตอร์ คีย์ข้อมูลลงตาราง ทำบิลกระดาษ และตามทวงเงิน แต่เมื่อมีแพลตฟอร์มเข้ามาช่วย สิ่งที่ได้กลับมาคือ
ประหยัดเวลาอย่างมหาศาล จากผลการรีเสิร์ชพบว่า ระบบสามารถช่วยลดเวลาการทำงานของเจ้าของหอพักจากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 15 วันในแต่ละเดือน ให้เหลือไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้น มีระบบอัตโนมัติครบวงจร ตั้งแต่การจดมิเตอร์, การออกบิลแจ้งหนี้, การตามหนี้ ไปจนถึงระบบตัดจ่ายเงินอัตโนมัติ รายงานแบบเรียลไทม์ โดยเจ้าของสามารถดูผลประกอบการ รายรับ-รายจ่าย และอัตราการเข้าพักได้ทันทีผ่านหน้าจอ ไม่ว่าจะนั่งอยู่บนชายหาดหรือเที่ยวอยู่ต่างประเทศ
2. ฝั่งลูกบ้านที่เป็นผู้เช่า ก็ความสะดวกสบายตอบโจทย์ยุคดิจิทัล
ชีวิตคนเช่าหอพักในยุคก่อนต้องคอยเดินไปหยิบบิลกระดาษที่เสียบไว้หน้าห้อง หรือต้องเดินไปจ่ายเงินสดที่นิติบุคคลตามเวลาทำการ แต่เมื่อเทคโนโลยีเข้ามา ทำให้สามารถ
จ่ายบิลง่ายในแอปเดียว ลูกบ้านสามารถตรวจสอบค่าใช้จ่าย สรุปยอด และกดจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง
แจ้งซ่อมแซมได้รวดเร็ว หากท่อน้ำแตก ไฟดับ แอร์ไม่เย็น ก็แค่มือถือขึ้นมาถ่ายรูปแล้วกดแจ้งซ่อมผ่านระบบ ไม่ต้องเดินไปตามช่างด้วยตัวเองให้เสียเวลา
โปร่งใสและตรวจสอบได้ มีประวัติการจ่ายเงินและการแจ้งเรื่องต่างๆ ชัดเจน จัดการงบประมาณในกระเป๋าตัวเองได้ง่ายขึ้น
ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มนี้เติบโตจนได้รับความไว้วางใจ ดูแลหอพักและอพาร์ตเมนต์มากกว่า 27,000 แห่ง หรือคิดเป็นห้องพักรวมกว่า 1.5 ล้านห้อง มีผู้เช่าใช้งานกว่า 1.3 ล้านคน และมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกว่า 10,000 ล้านบาท พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เทคโนโลยีไม่ใช่แค่สิ่งฟุ่มเฟือย แต่เป็นหัวใจสำคัญ ที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจเช่าซื้อไปแล้ว
เมื่อโลกหมุนไว แค่ดี จึงไม่พอ เจาะ 4 เทรนด์ใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนโลกอสังหาฯ
แม้ระบบจัดการแบบเดิมจะทำงานได้ดีอยู่แล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี โลกในปี 2026 นี้ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่หันมาเช่าอสังหาริมทรัพย์มากกว่าการซื้อ ทำให้ธุรกิจหอพักและพื้นที่เช่าเป็นขาขึ้นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน ลูกบ้านก็มีตัวเลือกเยอะขึ้น และความต้องการซับซ้อนขึ้น
ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจึงมองเห็น 4 เทรนด์เทคโนโลยีสำคัญ ที่กำลังวิ่งเข้ามาเขย่าวงการ และเป็นโจทย์ใหม่ที่ต้องก้าวข้าม
AI & Automation จากเดิมที่ระบบต้องรอให้คนมากดสั่งการ ต่อไปนี้ระบบจะต้องมีสมองกล (AI) ที่คิดเองได้ พยากรณ์ปัญหาล่วงหน้า และทำงานได้โดยไม่ต้องใช้มนุษย์
Digital Currency การนำเทคโนโลยีการเงินดิจิทัลเข้ามาช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่อง ของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นปัญหารื้อรังมานาน เพื่อเปลี่ยนเงินทุกบาทที่ไหลผ่านระบบให้กลายเป็นโอกาสเติบโต
Green Energy & Carbon ตึกยุคใหม่เริ่มติดตั้ง Solar Cell และ EV Charger เทคโนโลยีจะต้องสามารถบริหารจัดการพลังงานสะอาดเหล่านี้ และคำนวณความคุ้มทุนรวมถึงบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Autonomous Living Experience การนำดาต้าพฤติกรรมผู้เช่า เช่น สถิติการแจ้งซ่อมที่มีมากกว่า 500,000 ครั้ง มาวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าตึกไหนควรซ่อมบำรุงเมื่อไหร่ ก่อนที่อุปกรณ์จะพังจริง เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ไร้รอยต่อ
การรีแบรนด์ครั้งใหญ่ จาก Horganice สู่ HORGA นวัตกรรมที่มากกว่าการจัดการ
จากโจทย์ใหม่ข้างต้น ทำให้แบรนด์ที่อยู่คู่เจ้าของหอพักมานานกว่าทศวรรษประกาศปรับภาพลักษณ์องค์กรครั้งใหญ่ เปลี่ยนชื่อจาก Horganice สู่ HORGA
เพื่อรองรับการเติบโตเฉลี่ยปีละ 25% และขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศ HORGA ได้ทำการรวบรวมบริการที่กระจัดกระจายทั้งหมดเข้ามาอยู่ภายใต้ร่มใหญ่เดียวกัน โดยแบ่งเป็น 5 แพลตฟอร์มหลักที่ครอบคลุมทุกระบบนิเวศอสังหาฯ ปล่อยเช่า ได้แก่
- Horga Apartment ระบบบริหารหอพักและอพาร์ตเมนต์ (ชื่อเดิมคือ Horganice Owner)
- Horga Living แอปพลิเคชันสำหรับลูกบ้านและผู้เช่า เพื่อการอยู่อาศัยที่สะดวกสบาย (ชื่อเดิมคือ Horganice App)
- Horga Market ระบบบริหารจัดการตลาดและแผงค้า ซึ่งต่อยอดมาจากความสำเร็จในการบริหาร ตลาดไท และตลาดอื่นๆ กว่า 60 แห่งทั่วประเทศ
- Horga Merchant แอปพลิเคชันสำหรับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ช่วยจัดการค่าเช่าและติดต่อผู้ดูแลตึกได้จบในที่เดียว
- Horga X ศูนย์รวมอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) และบริการครบวงจรสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่
ท้ายที่สุดแล้ว จากสมุดบัญชีเล่มหนาและบิลกระดาษคาร์บอนในวันวาน สู่ซอฟต์แวร์คลาวด์ที่ช่วยย่นเวลาทำงาน และกำลังก้าวไปสู่ยุคที่ AI คิดและบริหารตึกแทนเราได้แบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีได้พิสูจน์แล้วว่า มันไม่ได้เข้ามาเพื่อแย่งงาน หรือทำให้ชีวิตยุ่งยากขึ้น แต่เข้ามาเพื่อ ปลดล็อกเวลาอันมีค่า ให้เจ้าของธุรกิจได้มีเวลาไปใช้ชีวิต ไปอยู่กับครอบครัว และเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ที่มา
งานแถลงข่าว HORGA
#TechhubUpdate #Horga #AI
⭐️ ติดตามอัปเดตข่าวไอที How To , Tips เทคนิคใหม่ ๆ ได้ทุกวัน
ค้นหาข่าวที่อยู่ในความสนใจได้ที่ >> www.techhub.in.th
มีข้อสงสัยทัก LINE Techhub : https://lin.ee/Sietmnt
โฆษณา