หนึ่งในคำตอบที่เห็นได้ชัด คือการเติบโตของ AI และ Data Center ที่ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำจำนวนมาก และยิ่งเติบโตมากเท่าไร ความสำคัญของพลังงานและความยั่งยืนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
ที่น่าสนใจ เรื่องนี้มีการแบ่งปันมุมมองจากบนเวทีเสวนาหัวข้อ “ความยั่งยืน License to Operate AI & Data Center” โดยมีผู้บริหารระดับสูงขององค์กรชั้นนำมาร่วมพูดคุย ได้แก่
หลายคนเริ่มพูดถึงแนวคิด No Sustainability, No Scale หรือพูดง่าย ๆ ถ้าธุรกิจไม่สามารถจัดการความยั่งยืนได้ การเติบโตในระยะยาวก็อาจมีข้อจำกัดตามไปด้วย
ทีนี้ในมุมมองระดับมหภาค..
แน่นอนว่า Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลกดิจิทัล ที่ช่วยดึงโครงสร้างอุตสาหกรรม การลงทุน และเม็ดเงินมหาศาลไหลตามมาคล้ายกับการสร้างถนน เมื่อสร้างเสร็จก็จะมีธุรกิจ ร้านค้า หรือโครงการต่าง ๆ ตามมาเอง
ทำให้การแข่งขันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยประเทศที่มีความพร้อมด้านพลังงานและความยั่งยืนก็จะกลายเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน Data Center
แล้วประเทศไทยอยู่ตรงไหนในโอกาสครั้งนี้ ?
จริง ๆ แล้ว ประเทศไทยมี 4 จุดแข็งสำคัญที่สามารถดึงดูดการลงทุน Data Center ในอนาคตได้
1. ความได้เปรียบจากการมาทีหลัง
หลายประเทศมี Data Center รุ่นเก่าที่ถูกออกแบบมาสำหรับเทคโนโลยีในอดีต แต่การมาทีหลังของไทย เปิดโอกาสให้เริ่มต้นด้วยโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ AI ตั้งแต่แรก
กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ ยกตัวอย่างโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ เช่น การรองรับชิป AI รุ่นใหม่อย่าง Blackwell ได้ตั้งแต่ต้น หรือระบบระบายความร้อนด้วยน้ำที่มีประสิทธิภาพกว่าเดิม
นอกจากนี้ การมี Data Center ในประเทศยังช่วยลดความเสี่ยงด้านการเก็บข้อมูล เช่น ถ้าการเชื่อมอินเทอร์เน็ตจากต่างประเทศขัดข้อง ระบบข้อมูลและ AI ไทย ก็จะยังคงปลอดภัยและทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
พูดง่าย ๆ โครงสร้างนี้ จะช่วยให้ไทยรองรับการประมวลผล AI ได้ดีขึ้น ใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่าขึ้น และพร้อมรองรับการเติบโตอื่น ๆ ที่จะตามมาในอนาคต
2. ระบบไฟฟ้าที่มีความเสถียร
Data Center ระดับ Hyperscale ถ้าไฟฟ้าหยุดทำงานไม่กี่วินาที ก็อาจสร้างความเสียหายอย่างมหาศาล
พร้อมทั้งร่วมมือกับสถานศึกษา เช่น สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และการดึงสถาบันระดับโลกอย่าง Harbour.Space จากสเปน มาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยไทย เพื่อพัฒนาหลักสูตร AI, Digital และ Data Center ตั้งแต่ระดับการศึกษา ไปจนถึงทำงานจริง
ถึงตรงนี้ คงเห็นแล้วว่าการเติบโตของ AI และ Data Center ไม่ได้แข่งกันแค่เรื่องความเร็วหรือต้นทุน