8 ก.ค. เวลา 10:52 • การตลาด

IPS กับ Data Center ต่างกันอย่างไร

หลายคนที่เพิ่งเริ่มศึกษาด้าน IT Infrastructure และ Cybersecurity มักสับสนระหว่าง Intrusion Prevention System (IPS) กับ Data Center เพราะทั้งสองคำนี้มักถูกพูดถึงในบริบทเดียวกันเวลาพูดถึงความปลอดภัยของระบบเครือข่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทั้งสองสิ่งนี้ทำหน้าที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างหนึ่งคือ "เทคโนโลยีด้านความปลอดภัย" ส่วนอีกอย่างคือ "สถานที่หรือโครงสร้างพื้นฐาน" บทความนี้จะอธิบายว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร ทำงานอย่างไร และมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
IPS (Intrusion Prevention System) คืออะไร
Intrusion Prevention System (IPS) คือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบทราฟฟิกเครือข่ายแบบเรียลไทม์ ตรวจจับกิจกรรมที่เป็นอันตราย และสกัดกั้นภัยคุกคามโดยอัตโนมัติก่อนที่จะสร้างความเสียหาย
คุณสมบัติหลักของ IPS
  • หน้าที่: ตรวจสอบแพ็กเก็ตข้อมูลที่ไหลผ่านเครือข่าย โดยเปรียบเทียบกับรูปแบบการโจมตีที่รู้จัก (attack signatures) หรือพฤติกรรมที่ผิดปกติ
  • ตำแหน่งการติดตั้ง: มักติดตั้งแบบ inline อยู่ในเส้นทางของเครือข่าย (มักอยู่ถัดจาก Firewall) เพื่อให้สามารถบล็อกทราฟฟิกที่เป็นอันตรายได้ทันที ไม่ใช่แค่แจ้งเตือนเท่านั้น
  • จุดประสงค์: เพื่อหยุดภัยคุกคาม เช่น มัลแวร์, การโจมตีแบบ Denial-of-Service (DoS), SQL Injection และการโจมตีรูปแบบอื่น ๆ ไม่ให้ไปถึงเป้าหมาย
ตัวอย่างการใช้งาน
สมมติว่าเครือข่ายของบริษัทกำลังถูกผู้โจมตีพยายามค้นหาช่องโหว่ที่รู้จัก IPS ที่ติดตั้งอยู่บริเวณขอบเครือข่าย (network perimeter) จะสามารถจดจำรูปแบบการโจมตีนั้นได้ และทำการดร็อปแพ็กเก็ตที่เป็นอันตรายทันที ป้องกันไม่ให้การโจมตีเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร
Data Center คืออะไร
Data Center คือสถานที่ทางกายภาพ (หรือในบริบทปัจจุบันอาจเป็นสภาพแวดล้อมเสมือนบนคลาวด์) ที่ใช้เก็บระบบคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่าย เพื่อประมวลผล จัดเก็บ และกระจายข้อมูลจำนวนมาก
คุณสมบัติหลักของ Data Center
  • หน้าที่: จัดหาโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางกายภาพและเสมือน เช่น เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล อุปกรณ์เครือข่าย ระบบไฟฟ้า และระบบทำความเย็น ที่จำเป็นต่อการรัน
  • ขนาด: มีตั้งแต่ห้องเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กภายในบริษัท ไปจนถึงศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ระดับ Hyperscale ที่ดำเนินการโดยผู้ให้บริการคลาวด์อย่าง AWS, Google Cloud หรือ Microsoft Azure
  • จุดประสงค์: เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพยากร IT จะถูกโฮสต์อย่างน่าเชื่อถือ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ มักมีระบบสำรอง (redundancy) ทั้งไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และการเชื่อมต่อ เพื่อรับประกันความพร้อมใช้งานสูง
  • องค์ประกอบ: ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล สวิตช์/เราเตอร์เครือข่าย ระบบไฟฟ้าสำรอง (UPS, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า) ระบบทำความเย็น และมาตรการรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ
ตัวอย่างการใช้งาน
บริษัทค้าปลีกอาจโฮสต์เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ฐานข้อมูลลูกค้า และระบบจัดการสินค้าคงคลังไว้ใน Data Center ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูลของตนเองหรือพื้นที่ที่เช่าจากผู้ให้บริการคลาวด์ เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ตลอดเวลาและข้อมูลได้รับการปกป้อง
ทั้งสองทำงานร่วมกันอย่างไร
แม้ IPS และ Data Center จะเป็นสิ่งที่แตกต่างกันโดยพื้นฐาน แต่ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อม IT จริง เนื่องจาก Data Center เป็นที่เก็บระบบธุรกิจสำคัญและข้อมูลอ่อนไหว จึงเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตีทางไซเบอร์ องค์กรจึงติดตั้ง IPS (ร่วมกับ Firewall, IDS และเครื่องมือรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ) ไว้ที่ขอบเครือข่ายของ Data Center หรือระหว่างส่วนต่าง ๆ ของเครือข่ายภายใน เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานนี้
กล่าวโดยสรุป:
  • Data Center คือ สถานที่ ที่ทรัพย์สินดิจิทัลอันมีค่าอาศัยอยู่
  • IPS คือ เครื่องมือด้านความปลอดภัย หนึ่งที่ใช้ปกป้องสถานที่นั้นจากภัยคุกคามที่มาทางเครือข่าย
โฆษณา