วันนี้ เวลา 04:00 • ธุรกิจ

ธนาคารได้เงินจากอะไร ตอนที่เราผ่อนจ่าย 0%

“จ่ายเบา ๆ สบายใจ ผ่อน 0% นานสูงสุด 6 เดือน”
“จัดเต็มได้เลย ผ่อน 0% นาน 10 เดือน คุ้มสุด ๆ !”
เชื่อว่า หลายคนน่าจะเคยได้ยินหรือได้เห็นประโยคเหล่านี้ ผ่านสื่อต่าง ๆ กันมาบ้าง ไม่มากก็น้อย
ถ้าเราดูเผิน ๆ กลยุทธ์การผ่อนของ 0% นี้ ธนาคารคงไม่ได้ประโยชน์ เพราะเหมือนเอาเงินให้เรายืมไปซื้อของฟรี ๆ โดยไม่มีดอกเบี้ย
แต่รู้หรือไม่ว่าที่จริงแล้ว การผ่อน 0% นั้น คือกลยุทธ์ทำเงินของธนาคารที่แยบยลมากกว่าที่เราคิด
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่า กลยุทธ์การผ่อน 0% นั้น มีผู้ที่เข้ามาเกี่ยวข้องหลัก ๆ ทั้งหมด 3 ฝ่ายคือ
- ตัวเราที่กำลังต้องการซื้อสินค้า
- ร้านค้าที่นำสินค้ามาขาย
- ธนาคารที่ออกบัตรเครดิต
สำหรับตัวเรานั้น ถ้าเรากำลังตัดสินใจจะซื้อของสักอย่าง โดยมีทางเลือกที่จะจ่ายเงินก้อนทีเดียวกับผ่อน 0%
หลายครั้งเรามักจะเลือกอย่างหลัง เพราะมีข้อดีของการผ่อน 0% ก็คือ การได้ของทันที โดยไม่ต้องเสียเงินก้อน และดอกเบี้ย
ซึ่งเหตุผลทั้งหมดเหล่านี้ ก็ฟังดูไม่เลวเลยสำหรับคนซื้ออย่างเรา
สำหรับในมุมของร้านค้า สิ่งสำคัญที่สุดคือ ขายของออกให้ได้ ไม่ว่าลูกค้าจะจ่ายเงินครั้งเดียวหรือผ่อน 0%
ซึ่งการเข้าร่วมโครงการผ่อน 0% ก็จะทำให้ลูกค้าที่ยังไม่อยากเสียเงินก้อน หรือยังไม่มีเงิน สามารถซื้อได้
แถมยังโอนความเสี่ยงในการที่ลูกค้าจะไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ ไปให้กับธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตด้วย
เรียกว่า ของก็ได้ขาย แถมไม่ต้องมาพะวงว่าลูกค้าจะมีเงินมาผ่อนไหม สรุปแล้วในมุมร้านค้า เรื่องนี้ก็ต้องถือว่าเป็นประโยชน์เช่นกัน
ทีนี้มาในมุมของธนาคารที่บางคนอาจสงสัยว่า ถ้าธนาคารให้เราผ่อน 0% แล้วทางธนาคารจะได้อะไร
ก็ต้องบอกว่า จริง ๆ แล้วธนาคารก็ได้ผลประโยชน์หลาย ๆ อย่าง และในความเป็นจริงอาจมากกว่า ทั้งร้านค้าและลูกค้าเสียอีก เริ่มตั้งแต่
- ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการใช้บัตร
โดยปกติแล้ว เวลาที่เรารูดบัตรซื้อสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ธนาคารจะได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการใช้บัตร ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 2% ถึง 3% ของยอดขาย
สมมติว่า เรารูดบัตรเครดิตซื้อ iPhone ราคา 50,000 บาท แม้ว่าจะมีโปรโมชันผ่อน 0%
แต่เงินก็จะเข้าธนาคารแล้ว 1,000 ถึง 1,500 บาท จากส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการใช้บัตร
ซึ่งร้านค้าที่เข้าร่วมโปรโมชัน จะเป็นคนจ่ายส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการใช้บัตรให้กับธนาคารแทนลูกค้า เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้ามาซื้อสินค้านั่นเอง
- มีโอกาสในการได้ดอกเบี้ยผิดนัดชำระจากลูกค้า
ถึงแม้ลูกค้าจะผ่อนซื้อสินค้าและบริการ 0% แต่เมื่อไรก็ตามที่ลูกค้าไม่สามารถจ่ายค่าผ่อนได้ตามกำหนด
เมื่อนั้น ดอกเบี้ย 0% จะกลายมาเป็นดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่มีอัตราสูงลิ่ว ที่ระดับ 16% ต่อปีทันที
หลายคนอาจมองว่าตัวเองสามารถผ่อนชำระ 0% ได้สบาย ๆ จนบางครั้งกลายเป็นการรูดบัตรจนเพลิน และก่อหนี้พอกพูนโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งกว่าจะรู้ตัวอีกที ก็หมุนเงินมาชำระหนี้ไม่ทันเสียแล้ว จนต้องเสียดอกเบี้ยผิดนัดชำระให้กับทางธนาคารนั่นเอง
แต่นอกจากการทำเงินโดยตรงจาก ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการใช้บัตร ที่ได้จากร้านค้า และดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ ที่ได้จากลูกค้าแล้ว
ทางธนาคารก็ยังสามารถทำเงินทางอ้อมได้ จากอีก 2 สิ่งต่อไปนี้
- กระตุ้นการใช้เงินของลูกค้าผ่านบัตรมากขึ้นในอนาคต
Pain of Paying คือ ความเจ็บปวดจากการจ่ายเงินที่ลูกค้าจะรู้สึก เมื่อต้องจ่ายเงินก้อนเดียวซื้อสินค้า
ดังนั้น การผ่อน 0% ด้วยการแบ่งจ่ายเป็นก้อนเล็ก ๆ รายเดือน จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าสินค้านั้นมีราคาถูกลงและจับต้องได้ง่ายขึ้น
เมื่อลูกค้ารู้สึกว่ามีกำลังซื้อมากขึ้น ก็นำไปสู่การซื้อสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติมจนเต็มวงเงินบัตร
ซึ่งก็จะไปช่วยเพิ่มส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมการใช้บัตร และโอกาสในการได้ดอกเบี้ยผิดนัดชำระ จากลูกค้าตามไปด้วย
- เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าอื่น ๆ ของธนาคาร
การที่ลูกค้าผ่อน 0% หมายความว่า ลูกค้าจะอยู่กับธนาคารตลอดช่วงเวลาของโปรโมชัน ทำให้ธนาคารมีโอกาสในการขายบริการอื่น ๆ (Cross-Selling)
ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคล หรือบัตรเครดิตประเภทอื่นที่ตรงกับความต้องการได้ในอนาคต
แถมยังได้ข้อมูลในการชำระหนี้ และพฤติกรรมการใช้จ่ายของเราด้วย
ทำให้สำหรับบางคนที่มีประวัติการจ่ายหนี้บัตรเครดิตที่ดี จ่ายเต็มจำนวน ตรงเวลาตลอด
เราก็มักจะได้รับสายจากธนาคารที่โทรมาเสนอบัตรเครดิต หรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติม
ซึ่งเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้เอง จึงทำให้ ทำไมธนาคารต่าง ๆ ถึงขยันออกโปรโมชันผ่อน 0% อย่างต่อเนื่อง
นั่นก็เพราะ เบื้องหลังการผ่อน 0% นั้น ธนาคารได้อะไรมากกว่าที่เราคิดไว้นั่นเอง..
#WealthPreservation
#บัตรเครดิต
#ผ่อน0%
โฆษณา