8 ก.ค. เวลา 14:00 • ธุรกิจ
ตลาดสำเพ็ง

สำเพ็งเกรด Mirror: ความถูกต้องหรือปากท้องคนตัวเล็ก?

“ชน ๆๆ หลบหน่อยครับ!”
เสียงตะโกนคุ้นหูดังแทรกเข้ามาในโสตประสาททุ้ม ๆ ท่ามกลางภาพความสับสนและลมไอร้อนของตลาดสำเพ็ง ย่านค้าส่งที่เปรียบเสมือนชีพจรใหญ่ของกรุงเทพที่ไม่เคยหลับใหล สองข้างทางขนาบด้วยตึกแถวโบราณที่อัดแน่นไปด้วยสินค้าละลานตา แต่ในวันนี้ สายตาของฉันไม่ได้หยุดอยู่ที่กิฟต์ช็อปทั่วไป กลับสะดุดเข้ากับโมเดลอาร์ตทอยตัวดังที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลมีเดีย ที่วางเรียงรายอยู่บนแผงลอยเหล็กริมทาง
สภาพภายนอกที่ดูงดงาม ประณีต และแทบจะถอดแบบมาจากของแท้ฉบับลิขสิทธิ์ราคาสูงลิบลิ่วกับส่องกระจกสะท้อน นี่คือสิ่งที่คนในวงการค้าส่งและนักช้อปต่างรู้กันดีในนาม “งานเกรด Mirror” ในราคาซื้อขายเพียงหลักสิบหลักร้อยบาทซึ่งถูกกว่าราคาสินค้าในห้างสรรพสินค้าหลายสิบเท่า
ฉันยืนมองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกลุ่มวัยรุ่นไทยพากันยืนเบียดเสียด ยื่นธนบัตรใบละร้อยเพื่อแลกกับความสุขชิ้นเล็ก ๆ กลับไป พร้อม ๆ กับรอยยิ้มที่เหนื่อยล้า และเสียงกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อมของแม่ค้าวัยกลางคน ผู้ที่กำลังเก็บเงินก้อนนั้นไปสมทบเป็นค่าข้าวเย็น และค่ารถเมล์กลับบ้านของครอบครัว วงจรชีวิตตรงนี้ทำให้ฉันตระหนักได้ว่า สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ
สินค้าเลียนแบบราคาถูกเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องของแฟชั่นฉาบฉวย แต่มันคือฟันเฟืองสำคัญในระบบ เศรษฐกิจฐานราก ที่ช่วยกระจายรายได้และสร้างอาชีพให้พ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด แรงงานแพ็กของ และคนเข็นรถรับจ้างอีกหลายชีวิตได้ลืมตาอ้าปากในสภาวะที่วิกฤตค่าครองชีพสวนทางกับรายได้วันต่อวัน
หากลองมองผ่านเลนส์ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG ข้อที่ 8 การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน เราจะพบกับความ…แตกต่างที่เกิดขึ้นใจกลางเมืองหลวง แน่นอนว่าในมุมมองของกฎหมายและจริยธรรมสากล การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าขายสินค้าก็อปปี้คือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทุนใหญ่หรือศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานย่อมสมควรได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ และเราไม่อาจปฏิเสธความจริงข้อนี้ได้อย่างโจ่งแจ้ง
แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลกความเป็นจริง ในสังคมที่โครงสร้างยังคงเต็มไปด้วยช่องว่างและความเหลื่อมล้ำอันน่าใจหาย สินค้าลิขสิทธิ์แท้ราคาหลักพันหลักหมื่นกลับกลายเป็นสิ่งของหรูหราที่เกินเอื้อมสำหรับผู้ที่มีรายได้ขั้นต่ำ คำถามสำคัญที่ชวนให้เราต้องหยุดคิด และตั้งคำถามต่อสังคมคือ หากวันหนึ่งกลไกกฎหมายถูกนำมากวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยไม่มีมาตรการเยียวยารองรับ ต้นทุนชีวิตที่คนตัวเล็กตัวน้อยต้องจ่ายอาจหมายถึงการทุบหม้อข้าว และดับลมหายใจในการทำมาหากินของพวกเขาใช่หรือไม่?
ถ้าไม่ขายของที่อยู่ในกระแสตรงนี้ ลูกเมียผมจะเอาอะไรกินครับ กฎหมายมันกินไม่ได้ แต่ข้าวกล่องละ 50 บาทตรงนี้มันต้องจ่ายทุกวัน
พี่ชายเสื้อชุ่มเหงื่อคนหนึ่งที่กำลังยกกระสอบสินค้า
การพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองที่ยั่งยืนและมีคุณค่าที่แท้จริง อาจไม่ใช่การเลือกข้างอย่างสุดโต่งระหว่าง “ความถูกต้องทางกฎหมาย” หรือ “ความอยู่รอดของปากท้อง” แต่คือโจทย์หินที่ภาครัฐและสังคมต้องร่วมกันหาจุดสมดุลที่เดินไปด้วยกันได้
ทำอย่างไรที่เราจะช่วยยกระดับให้ผู้ค้าฐานรากในสำเพ็งเหล่านี้ สามารถเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพางานเลียนแบบที่เปราะบาง ไปสู่การสร้างสรรค์สินค้าแบรนด์ท้องถิ่น ที่มีราคาย่อมเยาและถูกกฎหมาย โดยมีมาตรการช่วยเหลือสนับสนุนด้านต้นทุนและการดีไซน์จากภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อให้ย่านค้าส่งประวัติศาสตร์แห่งนี้ ยังคงเป็นพื้นที่แห่งโอกาสและการจ้างงานของคนตัวเล็กตัวน้อยต่อไปได้อย่างยั่งยืนยาวนาน
ฉันเดินออกจากตรอกสำเพ็งพร้อมกับพวงกุญแจอาร์ตทอยในมือและความคิดที่ตกผลึก ความสวยงามของเมืองในอนาคต คงไม่ได้วัดกันแค่ที่ความสะอาดโล่งของทางเดินหรือความเคร่งครัดของกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ควรรวมถึงการที่คนทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหนของฐานพีระมิด สามารถลืมตาอ้าปากและมีพื้นที่ทำมาหากินได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไปพร้อม ๆ กัน
#SPUCAหนีเรียนไปเที่ยว
โฆษณา