Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
10 ก.ค. เวลา 07:01 • หนังสือ
บทที่ 181
เนื้อยาขี้ผึ้งมีสีขาวน้ำนม เนียนบางเป็นพิเศษ เมื่อทาลงบนบาดแผลเบา ๆ ก็ซึมเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว
สวีอิ๋งเอ๋อร์รู้สึกเพียงเจ็บแปลบเล็กน้อย จากนั้นบาดแผลบนหัวไหล่ก็เย็นสบาย ราวกับความเจ็บปวดถูกปลอบประโลมจนหายไป
พี่สาวช่างเก่งจริง ๆ
“ไม่จำเป็นต้องพันแผลหรอก อีกสามถึงห้าวันก็หายแล้ว”
กู้จือจั๋วกล่าวพลางยื่นตลับยาขี้ผึ้งให้นาง
“ทุกวันล้างแผลด้วยน้ำสะอาดให้เรียบร้อย แล้วทายานี้วันละครั้งก็พอ”
“จริงสิ ข้าจำได้ว่าตรงนี้ของเจ้ามีปานอยู่ใช่หรือไม่”
ครั้งก่อนที่สวีอิ๋งเอ๋อร์ตกน้ำ กู้จือจั๋วบังเอิญเห็นแวบหนึ่ง เป็นปานรูปดอกเหมยเล็ก ๆ แต่ตอนนี้ผิวหนังแดงไปหมด จึงมองเห็นไม่ชัดนัก
สวีอิ๋งเอ๋อร์เม้มริมฝีปากยิ้ม ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“มีเจ้าค่ะ”
กู้จือจั๋วยื่นมือไปหยิกแก้มนางอย่างเอ็นดู
“พักอยู่ที่นี่ก็ไม่ต่างจากเวยเวยหรอก จวนเจิ้นกั๋วกงของเราไม่ได้มีกฎระเบียบมากมาย ไท่ฮูหยินก็เป็นคนใจดี เข้าหาง่าย เจ้าไม่ต้องคอยระแวดระวังตัวอยู่ตลอด”
“เวลายิ้ม... เจ้าดูน่ารักกว่ามาก”
“เจ้าค่ะ”
สวีอิ๋งเอ๋อร์มองนางด้วยแววตาชื่นชม ดวงตาคู่นั้นแทบไม่ยอมกะพริบ
“เรียบร้อยแล้ว”
กู้จือจั๋วจัดเสื้อผ้าให้นางเข้าที่ ก่อนจะถือโอกาสจับชีพจรอีกครั้ง
ชีพจรบ่งบอกว่ามีไข้ต่ำ ๆ เพียงเล็กน้อย ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
ยังนับว่าโชคดี หากไม่พบตั้งแต่เนิ่น ๆ อีกสองสามวันเมื่อแผลอักเสบลุกลามกว่านี้ เกรงว่าจะมีไข้สูงแน่นอน
กู้จือจั๋วฝืนสะกดความคิดที่อยากยกมือขึ้นลูบแก้มของตน
ความเจ็บปวดราวกับถูกเฉือนกระดูกคว้านเนื้อในวันนั้น รวมถึงไข้สูงที่เป็น ๆ หาย ๆ แม้เวลาจะผ่านมาจนถึงตอนนี้ นางก็ยังไม่มีวันลืม
ในชาติก่อน ช่วงเวลาเช่นนี้ตระกูลกู้ถูกลงโทษไปแล้ว
ดังนั้นนางจึงไม่รู้เลยว่า สวีอิ๋งเอ๋อร์ซึ่งไร้การคุ้มครองจากตระกูลกู้ จะมีจุดจบเช่นไร
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ กู้จือจั๋วจึงตั้งใจจะตรวจชีพจรไท่ซู่ของนางอีกครั้ง ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
กู้จือเวยโผล่หน้าเข้ามา
“ท่านพี่ใหญ่ พี่อิ๋งเอ๋อร์ไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ท่านย่าให้ข้ามาเรียกพวกพี่ออกไปกินข้าว”
“ไม่เป็นไร”
กู้จือจั๋วลุกขึ้นยืน พลางกล่าวว่า
“ออกไปกันเถอะ แผลของพี่อิ๋งเอ๋อร์อีกสามถึงห้าวันก็หายดี พอหายแล้วพวกเราค่อยไปเที่ยวที่เรือนชนบทกัน”
“ดีเลย!”
กู้จือเวยร้องขึ้นอย่างดีใจ
นางคล้องแขนกู้จือจั๋ว เดินกระโดดโลดเต้นตลอดทาง
สวีอิ๋งเอ๋อร์มองภาพนั้นด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
นางค่อย ๆ ยื่นปลายนิ้วไปแตะชายแขนเสื้อสีแดงเข้มของกู้จือจั๋วอย่างระมัดระวัง
กู้จือจั๋วหันมามอง ก่อนยื่นมือออกไป
“อยากจับก็จับสิ”
มุมปากของสวีอิ๋งเอ๋อร์ยกขึ้น เผยรอยยิ้มอ่อนโยนแสนว่าง่าย ก่อนจะกำชายแขนเสื้อของนางไว้แน่น
จากห้องปี้ซาซู่ออกไปยังโถงใหญ่ มีระยะทางเพียงสิบกว่าก้าวเท่านั้น
เมื่อพวกนางเดินมาถึง อาหารเย็นก็ถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว
ไท่ฮูหยินชอบความครึกครื้น
คนทั้งครอบครัวจึงนั่งล้อมโต๊ะกลม รับประทานอาหารเย็นเป็นเพื่อนนาง
หลังรับประทานเสร็จ กู้จือจั๋วกับกู้อี่ช่านก็ลุกขึ้นขอตัว
สายลมยามพลบค่ำพัดโชยมาเป็นระลอก นำความเย็นสบายติดมาด้วย
หางม้าสูงของกู้อี่ช่านสะบัดไปมาอย่างอารมณ์ดี
วันนี้พี่น้องทั้งสองตั้งใจสวมชุดสีเดียวกัน ใครเห็นก็รู้ทันทีว่าเป็นพี่น้องกัน
เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จึงเอ่ยอย่างร่าเริง
“น้องสาว พรุ่งนี้เราออกไปขี่ม้ากันดีไหม”
“กู้ช่านช่าน เจ้ายังถูกกักบริเวณอยู่นะ”
ถึงจะแกล้งทำเป็นสำนึกผิด อย่างน้อยก็ต้องทำสักสิบวันครึ่งเดือน
กู้อี่ช่านห่อไหล่ลงอย่างหมดอาลัย
แต่ไม่นานก็ฮึดขึ้นมาใหม่
“งั้นเราขี่ม้าในจวนก็ได้”
“พรุ่งนี้ข้าจะออกไปข้างนอก”
กู้อี่ช่านรีบถามอย่างระแวง
“ไปคนเดียวหรือ”
กู้จือจั๋วยิ้มหวาน ไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย
“ไปกับคุณชายเซี่ย”
“ข้าไปด้วย!”
“เจ้าถูกกักบริเวณ”
กู้อี่ช่าน “...”
ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่กู้ช่านช่านคนสำคัญที่สุดของนางอีกแล้ว
หัวใจของเขาแทบจะแห้งเหี่ยว
กู้อี่ช่านแกล้งร้องไห้ พลางซบลงบนไหล่ของน้องสาว แอบครุ่นคิดว่าจะหาโอกาสเอากระสอบคลุมหัวใครบางคนดีหรือไม่
แต่ไม่นานก็ถูกน้องสาวผลักหน้าออกอย่างไร้เยื่อใย
ทั้งสองต้องแยกทางกันแล้ว
“ข้าไปก่อนนะ!”
กู้จือจั๋วโบกมือให้เขา
กู้อี่ช่านยืนมองจนร่างของน้องสาวเดินลับสายตา ก่อนจะเดินต่อไปตามระเบียงริมน้ำ
เขาต้องผ่านสวนเล็กแห่งหนึ่ง จึงจะถึงประตูอี๋เหมิน
ทันทีที่เลี้ยวผ่านหัวมุม ก็เห็นจี้หนานเค่อยืนอยู่ไม่ไกล ราวกับกำลังรอเขาอยู่
เรื่องของจี้หนานเค่อกับจี้ซื่อ น้องสาวเคยเล่าให้เขาฟังหมดแล้ว
น้องสาวยังย้ำด้วยว่า...
อย่าไปหาเรื่องนาง ไม่เช่นนั้นจะถูกฟ้าผ่า!
กู้อี่ช่านไม่เข้าใจว่าทำไมถึงจะถูกฟ้าผ่า แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการที่เขาเชื่อฟังน้องสาวมาโดยตลอด
ขณะที่กำลังจะเดินสวนผ่านไป จี้หนานเค่อกลับรีบก้าวเข้ามาขวางตรงหน้า แล้วค้อมกายทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย
“ท่านน้อง!”
นางสวมกระโปรงหรูฉวี่สีแดงชาดเก่าครึ่งใหม่ คาดเอวด้วยสายแพรสีอ่อน
ตลอดหลายปีที่อาศัยอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วกง นางไม่เคยต้องสวมเสื้อผ้าเก่าเลย แต่ฤดูร้อนปีนี้กลับได้รับชุดใหม่ตามโควตาเพียงสองชุด ทั้งที่เมื่อก่อนทุกฤดูกาลอย่างน้อยก็มีเจ็ดหรือแปดชุด
สุดท้ายจึงไม่มีทางเลือก นอกจากนำเสื้อผ้าของปีที่แล้วออกมาใส่อีกครั้ง
นางได้ยินมาว่าเรือนหรงเหอถังเชิญร้านปักจิ่นซิ่วฝางเข้ามาตัดชุด
แต่ไม่มีใครเรียกนาง
ไม่เรียกนาง...กลับเรียกสวีอิ๋งเอ๋อร์
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ชีวิตของจี้หนานเค่อไม่ได้ราบรื่นเลย
เบี้ยหวัดของนางถูกลดลง อาหาร เสื้อผ้า และของใช้ทุกอย่างแตกต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับดิน
บ่าวไพร่ทั่วทั้งจวนต่างปฏิบัติต่อนางอย่างเฉยเมย ไม่ได้เอาอกเอาใจดังเช่นในอดีตอีก
แม้แต่รถม้าประจำตัวก็ถูกยึดคืน
หากต้องการใช้รถม้า จะต้องแจ้งล่วงหน้าหนึ่งวัน และรถที่ใช้ได้ก็มีเพียงรถม้าของแม่นมผู้ดูแลที่ใช้เวลาต้องออกไปทำธุระเท่านั้น
ไม่ใช่เพียงในจวนเจิ้นกั๋วกง
แม้แต่เมื่อออกไปข้างนอก จี้หนานเค่อก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ท่าทีของผู้คนที่มีต่อนางเปลี่ยนไปมาก
นอกจากซุนเนี่ยนและสหายสนิทไม่กี่คนแล้ว คุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่เคยตีสนิท ประจบเอาใจนาง ต่างก็พากันถอยห่าง ไม่เต็มใจสนทนากับนางเหมือนแต่ก่อน
จี้หนานเค่อย่อมเข้าใจดีว่าความแตกต่างนี้เกิดจากอะไร
เมื่อก่อนนางเป็นหลานสาวของฮูหยินกั๋วกง เป็นคุณหนูญาติผู้สูงศักดิ์แห่งจวนเจิ้นกั๋วกงอย่างแท้จริง
แต่ตอนนี้...
นางเป็นเพียงหลานสาวของอนุเท่านั้น
เดิมทีนางคิดว่าตนเองสามารถอดทนต่อการถูกเมินเฉยเช่นนี้ได้
กระทั่งจวนแห่งนี้มีคุณหนูสกุลสวีอีกคนเข้ามา
นางเคยได้ยินเรื่องของตระกูลสวี
เพื่อจะปีนป่ายเกาะเกี่ยวผู้บัญชาการกง พวกเขาสร้างเรื่องน่าอับอายไว้ภายนอกไม่น้อย
สวีอิ๋งเอ๋อร์เองก็ขี้ขลาด หวาดกลัวไปเสียทุกอย่าง ราวกับญาติยากจนที่ตกอับ
แต่ทันทีที่สวีอิ๋งเอ๋อร์เข้ามา...
ตำแหน่งทุกอย่างที่เคยเป็นของนาง กลับถูกอีกฝ่ายรับไปทั้งหมด
แม้แต่เวลาออกไปเยี่ยมเยียนผู้คน ก็ยังมีคนถามถึง “คุณหนูสกุลสวี” และยังตำหนินางที่ไม่พาอีกฝ่ายมาด้วย
วินาทีนั้นเอง
นางจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ความแตกต่างนั้นช่างห่างไกลราวฟ้ากับดิน
ในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่แห่งนี้
หากไม่มีฐานะคุณหนูญาติแห่งจวนเจิ้นกั๋วกง
นางก็ไม่มีค่าพอแม้แต่จะเข้าตาคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์เหล่านั้น
ฐานะ เกียรติยศ และศักดิ์ศรีทั้งหมดของนาง...
แท้จริงแล้วล้วนเป็นสิ่งที่จวนเจิ้นกั๋วกงมอบให้
การตระหนักรู้นี้ทำลายความเชื่อมั่นทั้งหมดของนางจนสิ้น
นางเคยคิดว่าตนเองโดดเด่นมากพอ ไม่จำเป็นต้องอาศัยบารมีของจวนเจิ้นกั๋วกงมาเสริมส่ง
แต่แท้จริงแล้ว...
ทุกคนล้วนเหมือนกัน
ตื้นเขิน...และเสแสร้ง!
จี้หนานเค่อรู้สึกน้อยใจจนแทบทนไม่ไหว
“ท่านน้อง!”
“เหตุใดพวกท่านต้องโกรธแค้นข้า เพียงเพราะเรื่องของท่านอาสะใภ้ด้วย ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดเลย!”
“แล้วเหตุใดทุกคนถึงเข้าข้างกู้จือจั๋วกันหมด”
เมื่อก่อน กู้อี่ช่านไม่เคยปฏิบัติต่อนางเช่นนี้
แม้จะเทียบกับกู้จือจั๋วไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังดีไม่ต่างจากที่เขาปฏิบัติต่อน้องสาวลูกพี่ลูกน้องคนอื่น ๆ
ไม่เคยเมินเฉยนางเช่นทุกวันนี้
กู้อี่ช่านหยุดฝีเท้า ก่อนแค่นหัวเราะ
“เยาเยาเป็นน้องสาวของข้า หากข้าไม่เข้าข้างนาง แล้วจะให้เข้าข้างเจ้าหรือ หน้าเจ้าช่างหนานัก”
เขามองนางอย่างเหยียดหยัน
“มายืนขวางอยู่ตรงนี้ หากเห่าโฮ่ง ๆ สักสองที บางทีข้าอาจชายตามองเจ้าสักครั้งก็ได้”
“ท่านน้อง...”
จี้หนานเค่อกำมือทั้งสองข้างที่แนบลำตัวแน่น จนปลายนิ้วซีดขาว
น้ำเสียงของนางสั่นเครือ คล้ายกำลังฝืนกลั้นน้ำตา
“ถึงแม้ท่านจะไม่สนใจข้าแล้ว แต่ข้าก็ยังเห็นท่านเป็นน้องชาย จึงตั้งใจมาบอกเรื่องหนึ่ง”
“ตระกูลจี้ได้ตกลงยกคุณหนูสวีให้ผู้บัญชาการกงแล้ว”
“ผู้บัญชาการกงผู้นี้...”
นางยังพูดไม่ทันจบ
กู้อี่ช่านก็ใช้มือยันราวระเบียง พลิกร่างข้ามไปอีกด้านทันที
จี้หนานเค่อชะงักไปเล็กน้อย
สายตามองชายเสื้อที่โผล่ตรงมุมระเบียง ก่อนก้มตาลง แล้วพูดต่อจนจบ
“หากคุณหนูสวีไม่อยากแต่งงาน นางก็ต้องหาทางออกให้ตัวเอง”
“ท่านเป็นซื่อจื่อ เป็นกั๋วกงคนต่อไป”
“สำหรับนางแล้ว...ท่านคือทางออกที่ดีที่สุด”
แต่กู้อี่ช่านเดินจากไปไกลแล้ว
จี้หนานเค่อถอนหายใจเบา ๆ ราวกับพึมพำกับตัวเอง
“แต่หากนางคิดเช่นนั้นจริง...ก็คงถูกไล่ออกจากจวนสินะ”
“สงสัยข้าจะคิดมากไปเอง”
นางเดินจากไปตามระเบียงอย่างเชื่องช้า สีหน้าหม่นหมอง
จนกระทั่งร่างของนางลับสายตา
ซุนหมัวหมัวจึงเดินออกมาจากมุมระเบียง แววตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิดและสั่นไหว
ซุนหมัวหมัวยืนอยู่กับที่อีกพักใหญ่
เมื่อแน่ใจว่าจี้หนานเค่อจากไปแล้ว จึงรีบหิ้วตะกร้าไม้ไผ่ เดินกลับไปยังเรือนของเรือนรองอย่างรวดเร็ว
“ฮูหยิน”
ซุนหมัวหมัวยังคงมีรอยยิ้มประจำตัว พลางเปิดม่านเดินเข้าไป
“ไท่ฮูหยินส่งมาเจ้าค่ะ”
นางวางตะกร้าผลไป๋อวี้กั่วลงบนโต๊ะแปดเซียน
นอกจากนั้นยังมีหีบเล็กประณีตอีกใบ ซึ่งนางวางลงข้างกัน ก่อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ไท่ฮูหยินโปรดคุณหนูของเราที่สุด จึงตั้งใจรอจนคุณหนูใหญ่กับคนอื่นกลับไปแล้ว ค่อยใช้บ่าวไปรับมาค่ะ”
เดิมทีพวกนางออกจากเรือนหรงเหอถังมาแล้ว
แต่มีสาวใช้วิ่งตามมาบอกให้ซุนหมัวหมัวกลับไปอีกครั้ง
“ท่านย่าแค่ลืมเท่านั้น”
กู้จือเวยเปิดหีบออก
ด้านในบรรจุปิ่นดอกไม้ครึ่งหีบ ทั้งยังมีกำไลหลายเส้น ทั้งหินโมรา หยก และแบบประดับเพชร
ของเหล่านี้ สำหรับไท่ฮูหยินแล้วก็เป็นเพียงของเล่นเล็ก ๆ สำหรับเอาไว้เอาใจหลานสาวเท่านั้น
มีหรือจะต้องคอยหลบพวกพี่น้องด้วย
ซุนหมัวหมัวชอบคิดมากเกินไปจริง ๆ
“ท่านพี่อิ๋งเอ๋อร์ ท่านเลือกก่อนเถอะ”
กู้จือเวยเลื่อนหีบไปตรงหน้าสวีอิ๋งเอ๋อร์
เดิมทีสวีอิ๋งเอ๋อร์ตั้งใจจะปฏิเสธ
แต่ก็นึกถึงคำพูดของกู้จือจั๋วขึ้นมา
'อยู่ที่จวนนี้ เจ้าก็ไม่ต่างจากเวยเวย ไม่ต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอด'
หากเป็นเวยเวย...
ก็คงไม่ปฏิเสธสินะ
ริมฝีปากของสวีอิ๋งเอ๋อร์ขยับเล็กน้อย ก่อนตอบเบา ๆ
“ได้”
ทันทีที่สิ้นเสียง
นางก็เห็นใบหน้าของน้องสาวลูกพี่ลูกน้องเปี่ยมไปด้วยความยินดีและตื่นเต้น
ราวกับมีสายลมอ่อนโยนพัดผ่านหัวใจของสวีอิ๋งเอ๋อร์
แผ่นหลังที่เคยเกร็งแน่นค่อย ๆ ผ่อนคลาย
แม้แต่หว่างคิ้วและดวงตาก็เปล่งประกายงดงามขึ้นหลายส่วน
สวีอิ๋งเอ๋อร์เลือกปิ่นปะการังแดงอันหนึ่ง
ส่วนกู้จือเวยหยิบปิ่นดอกไห่ถังที่ร้อยด้วยลูกปัดโมราขึ้นมา
ด้านบนยังมีผีเสื้อหลากสีเกาะอยู่ ปีกของมันราวกับพร้อมจะโผบิน ดูมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง
นี่เป็นปิ่นที่ประณีตที่สุดในบรรดาทั้งหมด
กู้จือเวยนำไปทาบกับเรือนผมของสวีอิ๋งเอ๋อร์ ก่อนหันไปยิ้มถามฮูหยินสวี
“ท่านแม่ ท่านดูสิ สวยหรือไม่”
ฮูหยินสวีมองจนเหม่อลอยไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มอ่อนโยน
“สวยมาก... อิ๋งเอ๋อร์เหมาะกับเสื้อผ้าสีสันสดใสแบบนี้มากกว่า”
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4e634586a2065c4591437c
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4fa3a403cd02a7fa3c456a
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดไลก์ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย