แค่ใช้ AI ก็ทำให้โลกร้อนขึ้น? ชวนคิดเกี่ยวกับการใช้ AI ในมิติของพลังงานในยุคปัจจุบัน
ยุคปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าเป็น 'ยุคแห่ง AI (Artificial Intellagence)' เราใช้ AI กันโดยทั่วไปจนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เช่น การทำการบ้านของนักเรียนนักศึกษา การใช้ AI เป็นเพื่อนคู่คิดในการทำงานของวัยทำงาน หรือแม้แต่การเสพสื่อบันเทิงที่สร้างโดย AI ในวัยเด็กและวัยเกษียณ
ในขณะที่ AI กำลังถูกพัฒนาจนกระทั่งแพร่หลายไปทั่วโลก มนุษยชาติกำลังเผชิญปัญหาภาวะโลกเดือดและวิกฤติพลังงานครั้งใหญ่ พวกเรา(ซึ่งเป็นผู้ใช้งาน AI) อาจไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบของการใช้ AI กับภาวะโลกเดือดมากนัก
ทุกครั้งที่เรามีการออกคำสั่งกับ AI ทั้งการถามคำถาม ส่งรูปภาพ หรือคำสั่งใด ๆ ก็ตาม เซิร์ฟเวอร์จะต้องคำนวณและทำการประมวลผลทันที และผู้ใช้งานหลายคนยังไม่ทราบว่าการพิมพ์ถ้อยคำที่สุภาพกับ AI เช่น 'ขอบคุณ' 'ได้โปรด' ก็สามารถใช้ไฟฟ้าสะสมเป็นจำนวนไม่น้อย เนื่องจาก AI จะทำการประมวลผลทุกคำในคำสั่งที่เราพิมพ์ลงไป
คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลของ AI มีความร้อนสูงมาก เนื่องการทำงานที่หนักมาก ความร้อนที่เกิดขึ้นจะถูกจัดการด้วยระบบปรับอากาศและเครื่องระบายอากาศซึ่งก็ต้องทำงานอย่างหนักและใช้พลังงานในการทำงานมหาศาลไม่ต่างจากตัวคอมพิวเตอร์ และยังมีการใช้น้ำสะอาดปริมาณมากในการระบายความร้อนให้กับเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในท้องถิ่นอีกทอดหนึ่ง
แนวโน้มการเพิ่มกำลังการผลิตแบบปีต่อปีซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 13.6 กิกะวัตต์ในปี 2026 โดย Goldman Sachs Research
อย่างไรก็ดี AI เป็นเหมือนดาบสองคม แม้ว่าการทำงานของ AI จะต้องใช้พลังงานมหาศาล เป็นหน้าที่ของมนุษย์อย่างเราที่ต้องค้นหาวิธีในการใช้ AI อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพและผลดีต่อมวลมนุษยชาติมากที่สุด โดยเฉพาะในมิติของปัญหาภาวะโลกเดือดและวิกฤตพลังงานที่เรากำลังเผชิญอยู่
การประยุกต์ใช้ AI กับการแก้ปัญหาภาวะโลกเดือดรวมถึงวิกฤตพลังงานถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับมวลมนุษย์ทุกคน ต่อไปนี้อาจเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้ AI ในการช่วยบรรเทาและชะลอการเกิดภาวะโลกเดือดไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้
●
การพยากรณ์และบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียน - การใช้ AI ในการช่วยพยากรณ์ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่อาจผลิตได้ล่วงหน้า ในพลังงานลมหรือพลังงานแสงอาทิตย์ที่ต้องใช้พลังงานจากธรรมชาติซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ในการสร้างพลังงานไฟฟ้า
●
การจัดสรรพลังงาน - ใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานไฟฟ้าของประชากรภายในเมืองเพื่อการบริการจัดการการจ่ายไฟให้เหมาะสม
●
การประหยัดพลังงานในอาคารใหญ่ - ใช้ AI ร่วมกับ IoT (Internet of Things) เพื่อควบคุมระบบเครื่องปรับอากาศและการเปิด-ปิดไฟ โดยอัตโนมัติ โดยพิจารณาจากจำนวนคนที่อยู่ภายใน
แม้การใช้งาน AI ของทุกคนในโลกเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านต่าง ๆ ของตนเอง จะเป็นการใช้พลังงานของโลกนี้ไปมหาศาลก็ตาม ก้าวต่อไปของพวกเรานั่นคือการตระหนักถึงการใช้พลังงานไปอย่างสิ้นเปลืองซึ่งนอกเหนือจากการใช้งาน AI และสร้างสมดุลระหว่างการใช้งานพลังงานและการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืน
ท้ายสุดนี้ ความท้าทายของมนุษยชาติไม่ได้อยู่ที่การสรรค์สร้าง AI อันฉลาดหลักแหลมอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่ามนุษยชาติจะดำรงอยู่ต่อไปอย่างไรร่วมกับ AI และภาวะโลกเดือดที่กำลังทวีความรุนแรงในอนาคต