8 ก.ค. เวลา 16:40 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

แค่ใช้ AI ก็ทำให้โลกร้อนขึ้น? ชวนคิดเกี่ยวกับการใช้ AI ในมิติของพลังงานในยุคปัจจุบัน

ยุคปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าเป็น 'ยุคแห่ง AI (Artificial Intellagence)' เราใช้ AI กันโดยทั่วไปจนเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เช่น การทำการบ้านของนักเรียนนักศึกษา การใช้ AI เป็นเพื่อนคู่คิดในการทำงานของวัยทำงาน หรือแม้แต่การเสพสื่อบันเทิงที่สร้างโดย AI ในวัยเด็กและวัยเกษียณ
ในขณะที่ AI กำลังถูกพัฒนาจนกระทั่งแพร่หลายไปทั่วโลก มนุษยชาติกำลังเผชิญปัญหาภาวะโลกเดือดและวิกฤติพลังงานครั้งใหญ่ พวกเรา(ซึ่งเป็นผู้ใช้งาน AI) อาจไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบของการใช้ AI กับภาวะโลกเดือดมากนัก
AI มีการทำงานซึ่งต้องผ่านขั้นตอนทั้งการรับข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการประมวลผลเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตอบกลับมาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดิโอ และอื่น ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน
การทำงานของ AI มีทักษะการรับรู้ซึ่งหลากหลายและซับซ้อน อาทิ
  • การเรียนรู้ (Learning) - การรับข้อมูลที่ผู้ใช้งานป้อนให้ และประมวลผลผ่านอัลกอริทึม (Algorithms) ซึ่งคือขั้นตอนในการแก้ปัญหาต่าง ๆ
  • การใช้เหตุผล (Reasoning) -การตัดสินใจเลือกอัลกอริทึมที่เหมาะสม
  • การแก้ไขข้อผิดพลาด (Self-correction) - การออกแบบและปรับแต่งอัลกอริทึมให้วิเคราะห์ได้อย่างละเอียด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • การมีความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) - การใช้เครือข่ายประสาทเทียม และเทคนิคอื่น ๆ เพื่อสร้างสรรค์ผลลัพธ์ใหม่ ๆ ให้แก่ผู้ใช้งาน
เนื่องจากการขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อนเช่นนี้ ทำให้การประมวลผลและการแสดงผลลัพธ์ของ AI ในแต่ละครั้งที่พวกเราใช้คำสั่งต่าง ๆ จึงมีการบริโภคพลังงานเป็นจำนวนมหาศาลเกินกว่าที่เราจะคาดคิดได้
การใช้พลังงานที่ในวงจรของ AI เริ่มต้นตั้งแต่การจัดหาทรัพยากรในการทำเหมืองแร่ที่ใช้ในวงจร การประกอบชิ้นส่วนประมวลผลกราฟิก รวมถึงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ทั้งหมดนี้ล้วนใช้พลังงาน แรงงาน และปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นจำนวนมาก ส่วนสำคัญทีมีการใช้พลังงานมากทีสุด นั่นคือ การฝึกโมเดล AI ในส่วนนี้จะต้องใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ที่ต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
CO2 emission benchmarks โดย University of Massachusetts
ในการฝึกโมเดล GPT-3 ของ OpenAI เพียงครั้งเดียว ต้องใช้ไฟฟ้าสูงถึง 1,287 เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้ไฟฟ้าของบ้านเรือนในสหรัฐฯ นานถึงหนึ่งปีเต็ม
ทุกครั้งที่เรามีการออกคำสั่งกับ AI ทั้งการถามคำถาม ส่งรูปภาพ หรือคำสั่งใด ๆ ก็ตาม เซิร์ฟเวอร์จะต้องคำนวณและทำการประมวลผลทันที และผู้ใช้งานหลายคนยังไม่ทราบว่าการพิมพ์ถ้อยคำที่สุภาพกับ AI เช่น 'ขอบคุณ' 'ได้โปรด' ก็สามารถใช้ไฟฟ้าสะสมเป็นจำนวนไม่น้อย เนื่องจาก AI จะทำการประมวลผลทุกคำในคำสั่งที่เราพิมพ์ลงไป
คอมพิวเตอร์ในการประมวลผลของ AI มีความร้อนสูงมาก เนื่องการทำงานที่หนักมาก ความร้อนที่เกิดขึ้นจะถูกจัดการด้วยระบบปรับอากาศและเครื่องระบายอากาศซึ่งก็ต้องทำงานอย่างหนักและใช้พลังงานในการทำงานมหาศาลไม่ต่างจากตัวคอมพิวเตอร์ และยังมีการใช้น้ำสะอาดปริมาณมากในการระบายความร้อนให้กับเซิร์ฟเวอร์ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในท้องถิ่นอีกทอดหนึ่ง
แนวโน้มการเพิ่มกำลังการผลิตแบบปีต่อปีซึ่งคาดว่าจะสูงถึง 13.6 กิกะวัตต์ในปี 2026 โดย Goldman Sachs Research
อย่างไรก็ดี AI เป็นเหมือนดาบสองคม แม้ว่าการทำงานของ AI จะต้องใช้พลังงานมหาศาล เป็นหน้าที่ของมนุษย์อย่างเราที่ต้องค้นหาวิธีในการใช้ AI อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพและผลดีต่อมวลมนุษยชาติมากที่สุด โดยเฉพาะในมิติของปัญหาภาวะโลกเดือดและวิกฤตพลังงานที่เรากำลังเผชิญอยู่
การประยุกต์ใช้ AI กับการแก้ปัญหาภาวะโลกเดือดรวมถึงวิกฤตพลังงานถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับมวลมนุษย์ทุกคน ต่อไปนี้อาจเป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้ AI ในการช่วยบรรเทาและชะลอการเกิดภาวะโลกเดือดไม่ให้เกิดความเสียหายไปมากกว่านี้
  • การพยากรณ์และบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียน - การใช้ AI ในการช่วยพยากรณ์ปริมาณกระแสไฟฟ้าที่อาจผลิตได้ล่วงหน้า ในพลังงานลมหรือพลังงานแสงอาทิตย์ที่ต้องใช้พลังงานจากธรรมชาติซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ในการสร้างพลังงานไฟฟ้า
  • การจัดสรรพลังงาน - ใช้ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานไฟฟ้าของประชากรภายในเมืองเพื่อการบริการจัดการการจ่ายไฟให้เหมาะสม
  • การประหยัดพลังงานในอาคารใหญ่ - ใช้ AI ร่วมกับ IoT (Internet of Things) เพื่อควบคุมระบบเครื่องปรับอากาศและการเปิด-ปิดไฟ โดยอัตโนมัติ โดยพิจารณาจากจำนวนคนที่อยู่ภายใน
แม้การใช้งาน AI ของทุกคนในโลกเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านต่าง ๆ ของตนเอง จะเป็นการใช้พลังงานของโลกนี้ไปมหาศาลก็ตาม ก้าวต่อไปของพวกเรานั่นคือการตระหนักถึงการใช้พลังงานไปอย่างสิ้นเปลืองซึ่งนอกเหนือจากการใช้งาน AI และสร้างสมดุลระหว่างการใช้งานพลังงานและการอนุรักษ์พลังงานอย่างยั่งยืน
ท้ายสุดนี้ ความท้าทายของมนุษยชาติไม่ได้อยู่ที่การสรรค์สร้าง AI อันฉลาดหลักแหลมอีกต่อไป แต่อยู่ที่ว่ามนุษยชาติจะดำรงอยู่ต่อไปอย่างไรร่วมกับ AI และภาวะโลกเดือดที่กำลังทวีความรุนแรงในอนาคต
โฆษณา