9 ก.ค. เวลา 01:00 • ข่าวรอบโลก

โลกเดือดมากขึ้น แต่ข่าวสารกลับจางลง

ปี 2025 เป็นปีที่โลกทำสถิติร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึก
หลายประเทศเผชิญคลื่นความร้อนยาวนาน ไฟป่ากินพื้นที่กว้าง พายุและน้ำท่วมสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ เหตุการณ์ที่เคยถูกเรียกว่า ‘ผิดปกติ’ กำลังกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแทบทุกเดือน
แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ‘ข่าว’ ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลับลดลง
ข้อมูลจากองค์กรติดตามสื่อ Media Matters พบว่า เวลาการรายงานข่าวด้านสภาพภูมิอากาศของสถานีโทรทัศน์หลักในสหรัฐอเมริกาลดลงถึง 35 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่ Media and Climate Change Observatory (MeCCO) รายงานว่า ปริมาณข่าวด้านภูมิอากาศทั่วโลกลดลงราว 14 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
นั่นเท่ากับว่า พื้นที่ที่สังคมใช้ทำความเข้าใจวิกฤตกำลังลดลงไป
ซึ่งการลดลงของข่าวไม่ได้เกิดจากการที่ประเด็นนี้หมดความสำคัญ หากเกิดจากปัญหาหลายด้านที่ทับซ้อนกัน
อุตสาหกรรมสื่อทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจ รายได้ลดลง ห้องข่าวหลายแห่งต้องปรับโครงสร้างและปลดพนักงาน ข่าวสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องใช้เวลาในการค้นคว้า ลงพื้นที่ และอาศัยนักข่าวเฉพาะทาง จึงเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบ
กรณีการปรับลดบุคลากรของ CBS News ในช่วงปลายปี 2025 เป็นเพียงภาพหนึ่งของแนวโน้มที่เกิดขึ้นในหลายองค์กร
อีกด้านหนึ่ง วงจรข่าวรายวันถูกครอบครองด้วยสงคราม ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเลือกตั้ง และปัญหาเศรษฐกิจ ได้เบียดพื้นที่ข่าวอื่นออกไป
ปัจจัยทางการเมืองก็มีส่วนไม่น้อยต่อทิศทางการรายงาน เมื่อรัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็นภูมิอากาศลดลง การอภิปรายในพื้นที่สื่อก็มักเปลี่ยนตาม
วาระของข่าวจึงไม่ได้ถูกกำหนดจากความรุนแรงของปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับสิ่งที่ผู้มีอำนาจกำลังผลักดันหรือเลือกจะไม่พูดถึง
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าจำนวนข่าว คือคุณภาพของข่าวที่ยังเหลืออยู่
การรายงานจำนวนมากยังคงติดอยู่กับเหตุการณ์เฉพาะหน้า ไฟป่าถูกนำเสนอในฐานะไฟป่า คลื่นความร้อนถูกเล่าในฐานะอุณหภูมิที่ทำลายสถิติ น้ำท่วมถูกอธิบายผ่านตัวเลขความเสียหาย เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป ข่าวก็จบไปด้วย
สิ่งที่หายไปคือคำอธิบายว่าทำไมเหตุการณ์เหล่านี้จึงเกิดบ่อยขึ้น นโยบายพลังงานเกี่ยวข้องอย่างไร เชื้อเพลิงฟอสซิลมีบทบาทตรงไหน หรือการตัดสินใจของรัฐบาลกำลังพาโลกไปในทิศทางใด
การศึกษาหลายชิ้นพบว่า ข่าวภูมิอากาศจำนวนมากแทบไม่เชื่อมโยงกับนโยบายสาธารณะ ทั้งที่การอนุมัติโครงการพลังงาน การอุดหนุนเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือการกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ล้วนเป็นปัจจัยที่กำหนดอนาคตของปัญหานี้
เมื่อรายงานเฉพาะผลลัพธ์ แต่ละเลยต้นเหตุ ภัยพิบัติจึงดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มากกว่าจะเป็นผลของการตัดสินใจที่มนุษย์สร้างขึ้น
อีกด้านหนึ่ง เสียงของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงกลับมีพื้นที่ไม่มากนัก ไม่ว่าจากชุมชนชายฝั่ง เกษตรกร คนทำประมง หรือประชาชนที่ต้องเผชิญภัยพิบัติซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศเองก็ไม่ได้ปรากฏในสื่อบ่อยเท่ากับความรุนแรงของสถานการณ์
ผลคือ การพูดถึงวิกฤตภูมิอากาศค่อยๆ กลายเป็นเรื่องของตัวเลขและเหตุการณ์ มากกว่าจะเป็นเรื่องของผู้คน นโยบาย และการตัดสินใจที่อยู่เบื้องหลัง
รายงานของ Reuters Institute ชี้ให้เห็นอีกด้านว่า ความสนใจของประชาชนต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศไม่ได้ลดลงมากนัก แต่สิ่งที่ลดลงคือปริมาณข้อมูลที่มีคุณภาพและต่อเนื่อง
ผู้คนจึงต้องหันไปพึ่งพาสื่อออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียมากขึ้น ซึ่งแม้จะทำให้ข่าวเดินทางได้รวดเร็ว แต่ก็มักเป็นข้อมูลที่กระจัดกระจาย ขาดบริบท และไม่เชื่อมโยงภาพใหญ่ของปัญหา
หลายคนจึงเห็นคลิปไฟป่าจากอีกซีกโลก เห็นภาพน้ำท่วมในหลายประเทศ หรือเห็นสถิติอุณหภูมิที่สูงขึ้นทุกปี แต่ไม่เคยได้รับคำอธิบายว่าทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเดียวกัน มันจึงเกิดช่องว่างของความเข้าใจในประเด็นเพิ่มมากขึ้น
เมื่อพื้นที่ข่าวหดเล็กลง ช่องว่างของข้อมูลก็ขยายใหญ่ขึ้น และในวิกฤตที่ต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกันของทั้งสังคม ช่องว่างนั้นอาจกลายเป็นต้นทุนที่สูงกว่าที่เราคิด
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาสื่อขนาดใหญ่ ยังมีตัวอย่างที่เดินสวนทางกับแนวโน้มนี้อย่าง PBS NewsHour ซึ่งยังคงติดตามนโยบายด้านภูมิอากาศอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการตรวจสอบการตัดสินใจของรัฐบาล การสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ และการเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่างๆ เข้ากับภาพรวมของวิกฤตโลก แตกต่างจากสื่อเชิงพาณิชย์จำนวนไม่น้อยที่ค่อยๆ ลดพื้นที่ของประเด็นนี้ลง
ขอย้ำว่า ข่าวโลกร้อนน้อยลงไม่ใช่เพราะวิกฤตภูมิอากาศไม่ได้รุนแรงน้อยลง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังดำเนินต่อไป อุณหภูมิโลกยังเพิ่มขึ้น และภัยพิบัติยังเกิดถี่ขึ้นเหมือนเดิม
อ้างอิง
Climate Coverage on Major US Commercial Broadcast TV Networks Down 35% in 2025 https://earth.org/climate-coverage-on-major-us-commercial-broadcast-tv-networks-down-35-in-2025/
โฆษณา