9 ก.ค. เวลา 03:43 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

เรื่องนี้คือตำนาน -ประวัติศาสตร์โทคุซัตสึ ตอนที่ 2 : Godzilla บังเอิญได้สร้าง ต้นตระกูลโทคุซัตสึ หนังที่ไม่ได้ตั้งใจเกิด

จริง ๆ แล้ว Godzilla ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เกิดจากความจำเป็นของคนสามคนที่โชคชะตาพามาเจอกัน ได้แก่ โทโมยูกิ ทานากะ(โปรดิวเซอร์),เอจิ สึบุรายะ (ผู้สร้างเทคนิคพิเศษ) และอิชิโร ฮอนดะ(ผู้กำกับ) ก่อนจะร่วมกันสร้างตำนานขึ้นมา
---
ปี 1954 ไม่มีใครในบริษัทโตโฮ ตื่นขึ้นมาพร้อมความคิดว่า "เรามาสร้างสัตว์ประหลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กันเถอะ"
ตรงกันข้าม ผู้บริหารของบริษัทกำลังปวดหัว เพราะภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ที่เตรียมไว้ดันล่มไม่เป็นท่า
เดิมที โตโฮกำลังให้โทโมยูกิ ทานากะ ที่แฟนไคจูต่างยกย่องว่าเป็นผู้ให้กำเนิด Godzilla อยู่ในระหว่างการสร้างภาพยนตร์ร่วมทุนกับอินโดนีเซีย เรื่อง In the Shadow of Glory เพื่อเจาะตลาดเอเชีย แต่ระหว่างเตรียมงาน ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างสองประเทศกลับมีปัญหา รัฐบาลอินโดนีเซียไม่อนุญาตให้ทีมงานญี่ปุ่นเข้าไปถ่ายทำ โครงการที่ลงทุนเตรียมการไปมากจึงถูกยกเลิกกะทันหัน
ปัญหาคือ โรงภาพยนตร์ไม่ได้รอใคร ตัวหนังถูกวางโปรแกรมฉายล่วงหน้าไว้แล้ว ถ้าไม่มีหนังใหม่เข้าฉาย ก็จะเสียหายหลายมาก โตโฮจึงโยนโจทย์ยากที่สุดแก่โทโมยูกิ ทานากะ คำสั่งมีเพียงประโยคเดียว
"ทำหนังเรื่องใหม่ขึ้นมาให้ทันกำหนดฉายให้ได้"
คราวนี้คนที่ปวดหัวคือทานากะ เพราะไม่มีบท ไม่มีพล็อต ไม่มีพระเอก ไม่มีแม้แต่ชื่อเรื่อง ไม่มีแม้แต่แนวทาง ที่มีอยู่คือวันที่ฉายในโปรแกรมล่วงหน้าที่ต้องรีบเติมให้เต็ม ไม่มีใครรู้เลยว่า หนังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเพียง "ตัวขัดตาทัพ" จะกลายเป็นภาพยนตร์ที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นไปตลอดกาล
...
ระหว่างเดินทางกลับจากจาการ์ตาด้วยเครื่องบิน ทานากะนั่งคิดว่าจะเอาอะไรไปเสนอผู้บริหาร จังหวะนั้นเองเขาก็เห็นข่าวใหญ่ในหนังสือพิมพ์ เรือประมง Lucky Dragon No.5 ของญี่ปุ่นที่ออกไปหาปลาได้รับฝุ่นกัมมันตรังสีจากการทดลองระเบิดไฮโดรเจน ที่มีชื่อว่า Castle Bravo ของสหรัฐฯในบริเวณหมู่เกาะบิกินี แล้วระเบิดดันรุนแรงกว่าคาด ทำให้เรือประมงลำดังกล่าวที่อยู่ห่างไป 100 กิโลเมตร ได้รับฝุ่นกัมมันตรังสี
ลูกเรือทั้่งหมดได้รับรังสี และมีลูกเรือรายหนึ่งเสียชีวิตในไม่กี่วันถัดมา เมื่อรวมกับระยะห่างเพียง 9 ปีจากระเบิดปรมณู 2 ลูกที่ฮิโรชิม่า และนางาซากิยังอยู่ในกระแสหวาดกลัว ข่าวนี้ทำให้คนทั้งประเทศหวาดผวาเป็นข่าวกระแสแรงในเวลานั้น
ในเวลาเดียวกัน วงการภาพยนตร์ทั่วโลกก็กำลังจับตาความสำเร็จของหนังอเมริกันเรื่อง The Beast from 20,000 Fathoms (1953) ผลงานของผู้กำกับ ยูจีน ลอรี และทำเทคนิคโดยเรย์ แฮร์รีเฮาเซนซึ่งเล่าเรื่องไดโนเสาร์โบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการทดลองนิวเคลียร์ หนังประสบความสำเร็จอย่างมากจนกลายเป็นต้นแบบของภาพยนตร์แนว "Atomic Monster" หรือสัตว์ประหลาดแห่งยุคปรมาณูในเวลาต่อมา
มีเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือ หลายคนเชื่อว่าทานากะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วเกิดแรงบันดาลใจสร้าง Godzilla แต่หลักฐานทางประวัติศาสตร์กลับต่างไป จากบันทึกของ Turner Classic Movies และเอกสารของ Toho ระบุว่า สิ่งที่ทานากะเห็นในเวลานั้นไม่ใช่ตัวภาพยนตร์ แต่เป็นเรื่องย่อและรายงานข่าวในนิตยสารภาพยนตร์ ซึ่งเล่าถึงหนังสัตว์ประหลาดจากอเมริกาที่กำลังทำเงินอย่างมหาศาล เรื่องย่อดังกล่าวจุดประกายความคิดให้เขาสร้าง "หนังสัตว์ประหลาดของญี่ปุ่น" ขึ้นมาเอง
โดยบทร่างฉบับแรกของ Godzilla ถึงกับมีฉากสัตว์ประหลาดทำลายประภาคาร ซึ่งได้รับอิทธิพลโดยตรงจากฉากสำคัญใน The Beast from 20,000 Fathoms ก่อนที่จะมีการเอาออกไปในบทฉบับสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์ภาพยนตร์บางคนก็ชี้ว่า ทานากะเคยให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า เขาไม่ได้ชม The Beast from 20,000 Fathoms ในช่วงเริ่มต้นโครงการนี้ เพราะภาพยนตร์ยังไม่ได้เข้าฉายในญี่ปุ่น จึงเป็นไปได้สูงว่าแรงบันดาลใจของเขามาจากการรับรู้ผ่านสื่ออุตสาหกรรม มากกว่าการชมภาพยนตร์จริง ๆ
เมื่อแนวคิดเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทานากะจึงตัดสินใจนำองค์ประกอบจากหนังสัตว์ประหลาดอเมริกันมาผสมกับความหวาดกลัวที่คนญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ เขาไม่ได้ต้องการสร้างเพียงสัตว์ประหลาดที่เดินทำลายเมือง แต่ต้องการให้มันเป็นสัญลักษณ์ของภัยจากพลังนิวเคลียร์ เป็นภาพแทนของบาดแผลจากฮิโรชิมา นางาซากิ และเหตุการณ์ Lucky Dragon No. 5
ทันใดนั้น ความคิดทั้งหมดก็เชื่อมเข้าหากัน
"ถ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้น เกิดขึ้นในญี่ปุ่นล่ะ มันจะไม่ใช่ไดโนเสาร์ธรรมดา มันจะเป็นสัตว์ประหลาดที่ถือกำเนิดจากบาปของมนุษย์"
เมื่อโปรเจกต์ได้รับไฟเขียว คนที่ถูกเรียกเข้ามาทันทีคือชายที่ทั้งวงการเรียกว่า "อัจฉริยะแห่งเทคนิคพิเศษ" เอจิ สึบุรายะ
ถ้าพูดถึงอิทธิพลของสึบุรายะต่อวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น ก็แทบไม่ต่างจากที่วอลต์ ดิสนีย์มีต่อแอนิเมชันอเมริกัน เขาเกิดเมื่อปี 1901 ในจังหวัดฟุกุชิมะ แม่เสียชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก ทำให้เติบโตมากับครอบครัวญาติ สิ่งที่เด็กชายเอจิหลงใหลไม่ใช่หนัง แต่เป็นเครื่องบิน เขาประกอบโมเดลเครื่องบินเองตั้งแต่เด็ก ฝันอยากเป็นนักบิน และสนใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับกลไก การถ่ายภาพ และการสร้างภาพลวงตา
เมื่อเข้าสู่วงการภาพยนตร์ เขาเริ่มจากตำแหน่งผู้ช่วยช่างภาพ ก่อนค่อย ๆ พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคพิเศษที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่น ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สึบุรายะรับหน้าที่สร้างเทคนิคพิเศษให้ภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลญี่ปุ่น งานของเขาสมจริงเสียจนมีเรื่องเล่ากันว่า ภาพบางส่วนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นภาพข่าวสงครามจริง แม้รายละเอียดนี้จะปะปนกับเรื่องเล่าในวงการภาพยนตร์ แต่ก็สะท้อนชื่อเสียงด้านเทคนิคของเขาได้เป็นอย่างดี
หลังสงคราม ความเกี่ยวข้องกับหนังโฆษณาชวนเชื่อทำให้เขาหางานยากอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับมาที่โตโฮในปี 1950 และได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
ความฝันของสึบุรายะคือการสร้างหนังสัตว์ประหลาดแบบ King Kong และ The Beast from 20,000 Fathoms เขาหลงใหลเทคนิคสต็อปโมชันของวิลลิส โอไบรอัน(ปรมาจารย์ผู้เป็นเสมือนอาจารย์ของเรย์ แฮร์รีเฮาเซน) และเรย์ แฮร์รีเฮาเซนมาก และตั้งใจจะใช้วิธีเดียวกันสร้างสัตว์ประหลาดของญี่ปุ่น จนวงการหนังญี่ปุ่นยกย่องเขาว่าเป็น "บิดาแห่งโทคุซัตสึ" และถือว่าเอจิ สึบุรายะคือผู้ให้กำเนิดร่างการของก็อดซิลล่าในโลกความจริง
แต่เมื่อเสนอแผนงาน ฝ่ายบัญชีกลับตอบกลับมาสั้น ๆ
"งบไม่พอ"
สต็อปโมชันต้องใช้เวลาหลายเดือน ใช้คนจำนวนมาก และแพงเกินกว่าที่หนังซึ่งเดิมควรเป็นเพียง "ตัวขัดตาทัพ" จะรับไหว เอจิ สึบุรายะจึงยอมเปลี่ยนแนวคิด แทนที่จะขยับหุ่นทีละเฟรม เขาจะให้ "คน" กลายเป็นสัตว์ประหลาดเสียเลย โดยสร้างชุดให้คนใส่
การตัดสินใจเพราะข้อจำกัดด้านงบประมาณครั้งนั้น กลับกลายเป็นการกำเนิดของ Suitmation เทคนิคที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของโทคุซัตสึทั้งวงการ
...
ถึงจะมีสัตว์ประหลาดแล้ว ก็ยังต้องมีคนเล่าเรื่อง และคนที่รับหน้าที่นั้นคือ อิชิโร ฮอนดะ
ทุกวันนี้แฟนหนังเรียกเขาว่า "ผู้สร้างจิตวิญญาณแห่งก็อดซิลล่า" แต่ความจริง ฮอนดะไม่เคยฝันอยากเป็นผู้กำกับหนังสัตว์ประหลาดเลย
เขาเกิดเมื่อปี 1911 เรียนศิลปะ ก่อนเข้าทำงานที่สตูดิโอ P.C.L. ซึ่งต่อมากลายเป็นโตโฮ เริ่มงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับ เขาเติบโตภายใต้การสอนของผู้กำกับระดับตำนานคาจิโร ยามาโมโตะ อยู่ในรุ่นเดียวกับเด็กหนุ่มอีกคนที่ชื่อ อากิระ คุโรซาวะ ทั้งสองกลายเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ยังเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ และมิตรภาพนี้ก็ยืนยาวไปตลอดชีวิต
ทั้งคู่เป็นศิษย์ของอาจารย์คนเดียวกัน ต่างคนต่างเติบโตมาพร้อมกัน ก่อนที่ภายหลังฮอนดะจะกลับไปช่วยงานคุโรซาวะในฐานะผู้ช่วยและที่ปรึกษาการกำกับในหนังเรื่อง Kagemusha,Ran,Dreams และ Madadayo จนคุโรซาวะถึงกับกล่าวว่า ฮอนดะคือคนที่เขาไว้ใจที่สุดคนหนึ่งในกองถ่าย และเมื่อฮอนดะเสียชีวิตในปี 1993 คุโรซาวะยังเป็นผู้กล่าวคำไว้อาลัยในงานศพด้วย คุโรซาวะกล่าวในงานว่า "ผมสูญเสียเพื่อนแท้คนหนึ่ง" คำพูดสั้น ๆ นี้สะท้อนความสัมพันธ์ของผู้กำกับระดับตำนานทั้งสองได้ดีกว่าคำยกย่องใด ๆ
สงครามโลกครั้งที่สองเปลี่ยนชีวิตของฮอนดะอย่างสิ้นเชิง เขาถูกเกณฑ์ไปรบหลายครั้งตั้งแต่ช่วงยุคญี่ปุ่นบุกจีนทศวรรษ 1930ไปจนจบสงครามโลกครั้งที่ 2 ฮอนดะต้องเห็นความโหดร้ายของสนามรบด้วยตาตัวเอง ถูกจับเป็นเชลยศึกจนเมื่อจบสงครามถูกปล่อยตัวกลับญี่ปุ่น ขณะเดินทางกลับบ้าน รถไฟของเขาผ่านเมืองฮิโรชิมาที่เหลือเพียงซากปรักหักพัง ภาพนั้นติดอยู่ในใจเขาไปตลอดชีวิต
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเมื่อเขารับงานกำกับหนังสัตว์ประหลาดเรื่องหนึ่งที่เดิมทีเป็นแค่ "งานแก้ขัด" เขาจึงไม่มองมันเป็นหนังสัตว์ประหลาดธรรมดา
สำหรับฮอนดะแล้วสัตว์ประหลาดตัวนั้นคือสงคราม คือระเบิดปรมาณู คือความบ้าคลั่งของมนุษย์ที่ย้อนกลับมาทำลายมนุษย์เอง ฮอนดะกำกับหนัง Godzilla ทั้งหมด 8 เรื่องด้วยกัน และแฟนๆทั้งในญี่ปุ่นและตพวันตกขนามนามเขาว่าเป็นผู้มอบจิตวิญญาณให้ก็อดซิลล่า The humanist behind Godzilla
และเมื่อชายสามคน ได้แก่ โปรดิวเซอร์ผู้กำลังแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นักสร้างเทคนิคพิเศษผู้คลั่งไคล้ภาพลวงตา และผู้กำกับผู้ผ่านสงครามมาด้วยตัวเอง มาพบกันในเวลาที่พอเหมาะ เมื่อโครงการเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ทีมงานตั้งชื่อสัตว์ประหลาดตัวนี้ว่า "โกจิระ" คำประสมระหว่าง กอริลลา (Gorira) และ วาฬ (Kujira) เพื่อสื่อถึงสัตว์ประหลาดที่มีทั้งพละกำลังและขนาดอันมหึมา ต่อมาเมื่อภาพยนตร์เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาในปี 1956 ได้ดัดแปลงชื่อเป็น Godzilla เพื่อให้ชาวตะวันตกออกเสียงได้ง่ายขึ้น
จึงกล่าวได้ว่า
โทโมยูกิ ทานากะ คือ ผู้ให้กำเนิด (Creator)
อิชิโร ฮอนดะ คือ ผู้ให้จิตวิญญาณ (The Soul of Godzilla) ผู้ทำให้มันเป็นมากกว่าหนังสัตว์ประหลาด
เอจิ สึบุรายะ คือ ผู้ให้รูปร่าง (The Visual Architect) ผู้ทำให้ Godzilla มีชีวิตขึ้นมาบนจอด้วยเทคนิคพิเศษอันปฏิวัติวงการ
จากนั้นมา โลกก็ได้รู้จักชื่อของสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า Godzilla
#ประวัติศาสตร์โทคุซัตสึ ตอนที่ 2
โฆษณา