9 ก.ค. เวลา 04:06 • ท่องเที่ยว
สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

เสียงกระซิบจาก “สวนรถไฟ” ถึงโลกที่ค่อยๆเปลี่ยนไป🍀

ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เสียงมากมาย
ไม่ว่าจะเสียงผู้คนที่กำลังใช้ชีวิตในแต่ละวันของตัวเอง
อย่างเร่งรีบ เสียงรถที่ขับไปตามท้องถนน เจื่อยแจ้วกันระงม มลภาวะมลพิษต่างๆ แต่ทุกคนอาจจะกำลังมองข้าม เสียงกระซิบเล็กๆที่กำลังส่งสัญญาณเตือนถึงโลกที่กำลังเปลี่ยนไป อย่างช้าๆ “สวนรถไฟ”หรือ สวนวชิรเบญจทัศ ไม่ใช่แค่ สวนสาธารณะ แต่เป็นโอเอซิสสีเขียวผืนใหญ่ใจกลางกรุงที่เป็นเหมือน “ปอด” ที่คอยฟอกอากาศและมลพิษ มลภาวะให้กับพวกเราทุกคน
ช่วงบ่ายคล้อยของวันพุธจู่ๆฉันที่อยากจะหนีความแออัดความวุ่นวายของเมืองใหญ่ อากาศ ที่ร้อนระอุเลยไปที่สวนรถไฟเพราะเมื่อก้าวเท้าเข้าไปภายในสวนจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ร่มรื่น สงบ เย็นสบาย เดินสำรวจและถ่ายภาพไปเรื่อยๆก็จะเห็นต้นไม้ดอกไม้พืชพันธุ์มากมายพื้นที่สีเขียวสัตว์น้อยใหญ่นานาชนิดเสียงของอีกาที่ร้อง “กากากา” และเสียงนกอีกหลายชนิด
อีกาในระบบนิเวศสื่อถึงความหลากหลายทางชีวภาพ อุดมสมบูรณ์
กลับทำให้ใจรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก กระรอกตัวจิ๋ววิ่งไต่ตามต้นไม้ ผีเสื้อบินวนรอบๆทุ่งดอกไม้หลากสี ปลาที่กำลังแหวกว่ายและคนที่กำลังปั่นเรือเป็ดเล่นชมวิวรอบๆ อยู่ในสระ แต่ก็ดูจะเพลิดเพลินไม่ได้มากนักเพราะมีเสียงคนอุทาน“เหี้ยๆๆ”ปนกับเสียง ขำ โวยวาย อยู่เนืองๆดังแว่วมา เป็นระยะจากการที่ มี“น้องตัวเงินตัวทอง”กำลังลอยคอเล่นน้ำอยู่ในสระเช่นกัน
ความหลากหลาย การผสมผสานธรรมชาติเข้ากับเมือง
ภายในสวนยังมีคนต่างเพศต่างวัย ต่างเชื้อชาติ มาปั่นจักรยาน วิ่ง เดินเล่น เต้นแอโรบิค บ้างก็มาพักผ่อนหย่อนใจ เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี พ่อค้าแม่ค้ายิ้มแย้ม เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือและให้บริการอย่างเป็นมิตร บรรยากาศที่สบายตา ดูเป็นระบบนิเวศบนบกที่ต่างพึ่งพาอาศัยกันได้อย่างสมบูรณ์ การผสมผสานธรรมชาติ เข้ากับเมือง ชุมชน ได้อย่างลงตัวและยั่งยืน
การอยู่และใช้สอยพื้นที่ร่วมกันของมนุษย์ สัตว์ พืช
แต่ว่าเมื่อเดินสำรวจและมองดีๆให้ลึกลงไปแล้ว
ก็พบปัญหาในบางจุดทำให้มุมมองบางอย่างเริ่มเปลี่ยนไป
มีน้ำเน่าเสีย มีขยะลอยอยู่ในน้ำ ซึ่งเกิดจากมนุษย์
ทั้งๆที่ภายในสวนมีจุดทิ้งและคัดแยกขยะ และบางพื้นที่
กลับร้อนผ่าวจนแสบผิวเนื่องจากร่มไม้ในบางจุดน้อยเกินไป ซึ่งเกิดจากการ ปลูกสิ่งก่อสร้าง มีฝุ่นควันที่พัดมาจากถนนใหญ่ มลพิษ จากการดำรงชีวิตประจำวันต่างๆ กิจกรรมต่างๆ
ที่เสียงดังของผู้คนลุกล้ำและค่อยๆพลากความสงบนี้ไป
ภาพขยะในแหล่งน้ำทั้งที่จุดทิ้งและคัดแยกขยะภายในสวน
ทุกวันนี้กรุงเทพมีแต่ตึก คนก็ป่วยเยอะแล้ว
ได้มา พักผ่อน ออกกำลัง ฟื้นฟูร่างกายจิตใจ ที่ตรงนี้ดีที่สุดแล้ว
ถ้าไม่มีที่ตรงนี้แล้วคนกรุงจะไม่มีที่ “หายใจ” แล้ว
คุณป้าผ่องศรี อายุ66ปี
ถึงแม้ปัจจุบันมีหน่วยงานเจ้าหน้าที่คอยทำนุบำรุงอนุรักษ์ ออกแนวทางป้องกันต่างๆไม่ว่าจะเป็น มีการติดตั้งเครื่องกรองฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่สวน ติดตั้งเครื่องบำบัดน้ำเสียในแหล่งน้ำ เก็บขยะ มีถังขยะที่มีการคัดแยกขยะทุกๆ 100-200เมตร เพื่อแก้ปัญหาคนทิ้งขยะไม่ถูกที่ ถูกทางมีป้ายให้ความรู้ต่างๆเกี่ยวกับ ต้นไม้หลายๆพันธุ์ในสวน สัตว์และ นกต่างๆที่หาดูได้ยากภายในสวน
เครื่องกรองฝุ่น และการให้ความรู้เชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เพื่อให้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้อ่านเเละปลูกฝังแนวคิด
ให้รักสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำและสุขาภิบาลที่ดี สะอาด
ห้องน้ำที่มีคนคอยดูแล ผู้คนเต้นเเอโรบิคและออกกำลังกาย
สุดท้ายนี้หน้าที่การดูและรักษาสวนแห่งนี้ไว้ควรจะเป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน เพื่อให้“ปอดสีเขียว” แห่งนี้
ยังคงดำรงอยู่ต่อไปเรื่อยๆเป็นเหมือน
“สิ่งล้ำค่าที่ส่งต่อกันมาอย่างยาวนาน”
.
.
.
ในบทความนี้มีการสอดแทรกหลักSDGS
ข้อ3 สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
ข้อ5 ความเท่าเทียมทางเพศ
ข้อ6 การจัดการน้ำและสุขาภิบาล
ข้อ7 พลังงานสะอาด
ข้อ11 เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน
ข้อ13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ข้อ15 ฟื้นฟู ปกป้องระบบนิเวศบนบก
กะพรุนมรกต…
โฆษณา