9 ก.ค. เวลา 09:25 • หุ้น & เศรษฐกิจ

CPALL ทริสเคาะ AA- ชูค้าปลีกแกร่ง-เซเว่น ค้ำ

หุ้นวิชั่น - บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ที่ระดับ “AA-” พร้อมคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน (Hybrid Debentures) ที่ระดับ “A” โดยให้แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือคงที่ สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งของกลุ่ม รวมถึงความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง แม้ยังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรง
ทริสเรทติ้งระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนอันดับเครดิตของ CPALL มาจากการเป็นผู้นำธุรกิจร้านสะดวกซื้อผ่านเครือข่าย 7-Eleven ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบกับการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (Omnichannel) รวมถึงการมีธุรกิจสนับสนุนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะบริษัทลูก CPAXT ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าส่งภายใต้แบรนด์ Makro และค้าปลีกภายใต้ Lotus's ส่งผลให้กลุ่มมีฐานลูกค้าที่หลากหลายและมีความสามารถในการแข่งขันสูง
แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางและกำลังซื้อผู้บริโภคฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่ทริสเรทติ้งมองว่าธุรกิจร้านสะดวกซื้อของ CPALL ยังมีความยืดหยุ่นสูง และจะสามารถรักษาการเติบโตของรายได้ในระดับปานกลางได้ต่อเนื่องในช่วง 3 ปีข้างหน้า จากการขยายสาขา การพัฒนาสินค้าใหม่ และการทำตลาดผ่านหลายช่องทาง ซึ่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อยังคงเป็นแหล่งรายได้หลัก คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้รวมของบริษัท และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างกระแสเงินสดที่มีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งประเมินว่า CPAXT จะยังเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกภายใต้ Lotus's ที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงและกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ คาดว่ายอดขายในปี 2569 จะทรงตัว ก่อนกลับมาเติบโตราว 2% ในช่วงปี 2570-2571 ขณะที่ธุรกิจค้าส่งภายใต้ Makro มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่า จากการขยายธุรกิจแบบ Omnichannel และการเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มธุรกิจร้านอาหาร (Foodservice)
ด้านความสามารถในการทำกำไร ทริสเรทติ้งคาดว่า EBITDA Margin ของ CPALL จะทรงตัวในระดับ 8-9% ในช่วงปี 2569-2571 โดยมี EBITDA อยู่ที่ประมาณ 92,000-96,000 ล้านบาทต่อปี แม้ Makro และ Lotus's จะยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขัน แต่กำไรของธุรกิจ 7-Eleven ซึ่งมีการบริหารสินค้าที่มีประสิทธิภาพ การควบคุมต้นทุน และการทำโปรโมชั่นที่เหมาะสม จะช่วยพยุงผลประกอบการของทั้งกลุ่ม
ในด้านการลงทุน บริษัทมีแผนใช้งบลงทุนเฉลี่ยปีละ 35,000-41,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า แบ่งเป็นการลงทุนในธุรกิจ 7-Eleven ประมาณ 14,000 ล้านบาทต่อปี และการลงทุนของ Makro และ Lotus's อีกประมาณ 21,000-27,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังรวมถึงแผนลงทุนราว 14,000 ล้านบาท สำหรับการเข้าซื้อกิจการซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในประเทศมาเลเซียของ CPAXT ในปี 2569
แม้ภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการ แต่ทริสเรทติ้งเชื่อว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งจะช่วยให้บริษัทสามารถบริหารภาระหนี้ได้ โดยคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA จะเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ประมาณ 4.7 เท่าในปี 2569 ก่อนทยอยลดลงมาอยู่ที่ 4.3-4.4 เท่าในช่วงปี 2570-2571 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับอันดับเครดิตปัจจุบัน
สำหรับสภาพคล่อง บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มีเงินสดในมือประมาณ 43,000 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้ใช้กว่า 36,000 ล้านบาท ขณะที่คาดว่าจะสร้างเงินทุนจากการดำเนินงานได้เกือบ 64,000 ล้านบาทในช่วง 12 เดือนข้างหน้า เพียงพอรองรับการลงทุนและการชำระหนี้ที่ครบกำหนด
ทริสเรทติ้งจึงคงแนวโน้มอันดับเครดิต Stable โดยคาดว่า CPALL จะยังรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกของไทยได้ต่อเนื่อง พร้อมสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ทั้งนี้ อันดับเครดิตมีโอกาสปรับเพิ่ม หากบริษัทสามารถลดภาระหนี้ลงจนมีอัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA ต่ำกว่า 3.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับเครดิตจะเกิดขึ้น หากผลการดำเนินงานอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ หรือมีการลงทุนขนาดใหญ่จนทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อ EBITDA สูงเกิน 5 เท่าเป็นเวลานาน
โฆษณา