-รีวิวอัลบั้มล่าสุด For All The Dogs ที่ผมเคยเขียนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ผมเคยตั้งคำถามถึงผู้อ่านเลยด้วยซ้ำว่า คุณยังคงกลับไป repeat งานเก่าของ Drake ชุดไหนบ้าง ? และคำตอบเหล่านั้นแทบจะไม่มี Her Loss, Honestly, Nevermind, Certified Lover Boy, Dark Lane Demo Tapes, Scorpion และผมเองก็ดันไม่ได้รีวิว Some Sexy Songs 4 U ด้วยเหตุผลของความเบื่อหน่ายเกินกว่าจะเสียเวลาเขียนรีวิวเลยด้วยซ้ำ ถ้ามีใครชอบผลงานเหล่านี้ ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกครับ มันเป็นเทสต์ของคุณ เราจะไม่ก้าวก่ายกัน
-Make Them Pay ตัดพ้อสุดๆไปเลยจ้า เรียงตับตั้งแต่เบอร์หนึ่ง Kendrick (แซะความเป็น GOAT ที่สื่อให้สมญานามแม่งวัดมาจากอะไร ในเมื่อ Not Like Us ยังบูสต์ยอดสตรีมตามที่ Drake เคยกล่าวหาและตั้งคำถามไปถึงค่าย)
-ยังมีเพลง Whisper My Name ที่หลอกด่าตั้งแต่ JAY-Z ล้อวลีมีม This Or That ยอมรับเงิน 5 แสนดอลล่าร์ดีกว่าไปดินเนอร์รับฟังคำแนะนำจากลุง ด่า Playboi Carti ว่า ไอ้เด็กน้อยที่ดันเทงานเพลง No Face ของกูแล้วดันไปเชื้อเชิญ Kendrick มาร่วมแจมในอัลบั้ม MUSIC ของตัวเอง
รวมๆแล้วเป็นการส่งสาสน์พวกที่เข้าข้าง Kendrick นั่นแหละครับว่า จงระวังการนินทาลับหลังนั้นให้ดี เดี๋ยวกู Pop Out เป่าแม่งเลย ซึ่งก็ flip คำมาจากชื่อคอนเสิร์ตประกาศชัยชนะศึก beef ของ Kendrick อย่าง Pop Out: Ken & Friends concert นั่นแหละครับ เป็นเพลงที่มีโฟลว์ค่อนข้างน้ำไหลที่สุดละ
-โหมดเพลงสนุกอื่นๆไม่ว่าจะเป็น Dust ที่ทำทรงเข้มด้วย flow กระซิบกระซาบเป่าปาก ประหนึ่งกำลังเป่าเศษฝุ่นผง การเคลมว่าตัวเองเป็นสมบัติของชาติเหนือกว่า DeMar DeRozan ในเพลง National Treasures การบลัฟ Mustard โปรดิวซ์เซอร์เพลง Not Like Us ในเพลง 2 Hard 4 Radio ไว้ว่า ตั้งแต่กูร่วมฟีทกับ YG มึงก็ไม่มีเพลงไหนฮิตอีกเลย
-ซิงเกิ้ลเมื่อนานนมอย่าง What Did I Miss? ที่เกริ่นนำว่า เราจะเจอคาแรคเตอร์มและทรง flow ประมาณไหน ไม่เว้นแม้แต่ ad-lib “Let’s Go Let’s Go” ที่เอามาเรียกขวัญในหลายๆเพลงของ ICEMAN แต่มันก็กลับกลายเป็นเพลงปะแล่มขึ้นมาทันทีเมื่อนำมารวมในอัลบั้มนี้
-การที่ยังคงสานสัมพันธ์กับ Future ในเพลง Ran To Atlanta ก็เปรียบเสมือนการป่าวประกาศความสัมพันธ์ทางการทูต Trap Music ถิ่นแอตแลนต้ายังคงดีอยู่ หลังจากที่ Kendrick เคย diss ในเพลง Not Like Us อย่างเสียหมาว่า “มึงก็แค่อีแอบที่เกาะ Atlanta หากินไปงั้น”
-จะว่าไป Future เป็นแร็ปเปอร์คนแรกๆที่ร่วมงานได้ทั้งฝั่ง Drake, Kendrick ในเพลง Like That รวมถึง J .Cole ในเพลง Run A Train ด้วย ซึ่งการกลับมา collab ในรอบนี้หลังพายุ beef สงบลงก็ไม่ได้ช่วยปลุกกระแส hype ให้มันน่าจดจำได้อยู่ดี ยิ่งเป็นเพลง B’s On The Table ที่กลับมาร่วมทีมกับ 21 Savage ยิ่งไม่มีอะไรกลับไปติดอยู่ในหัวเลย
-แทร็คสุดท้าย Make Them Know ที่วกอยู่กับ beef ที่ผ่านมา รวมถึงท้าวความ Drake คนเก่าเวอร์ชั่น 2009 หรือเวอร์ชั่นไหนๆในอดีต มันจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แฟนเพลงโหยหา Drake คนเก่าหรอกครับ แต่ปัญหาคือ พี่ทำซาวนด์แบบเดิม สเต็ปแบบเดิม ย่ำวกไปวนมาในอัลบั้มเดียวกันเหมือนเดิม
-การตะลุย ICEMAN จึงเป็นการสาดกระสุนปืนกลรัวๆใส่ขั้วตรงข้ามที่มั่วซั่วไปเรื่อยมาก ไม่ได้แหลมคมเทียบเท่า 3 เพลงของ Kendrick ตั้งแต่ Euphoria, Meet The Grahams และ Not Like Us เลยด้วยซ้ำ นี่จึงเป็นการเดินเกมส์ที่จ่ายค่าเสียโอกาสเยอะพอๆกับที่พี่แกแพ้แทงพนันรัวๆเนี่ยแหละครับ
HABIBTI
-อัลบั้มที่มี length time สั้นที่สุด ดีกว่า ICEMAN ตรงที่มันรวบรัดกว่า แต่ vibe โดยรวมกลับกรวงโบ๋ เป็นทรงกลางๆที่เจือจางจนไม่มีอะไรให้พูดถึง จิ้ม Top Track ได้ยากพอสมควร กลายเป็นงานเพลงฆ่าเวลาในที่สุด HABIBTI เป็นภาษาอาหรับแปลว่า “ที่รักของฉัน” จากการจำกัดความใน editor’s note ของ Apple Music ที่มีใจความว่า “HABIBTI เป็นชื่อเล่นที่ผมชอบเรียกเมือง Toronto บ้านเกิดของผม”
-มาถึงอัลบั้มที่ดูจากหน้าปกแล้ว ไม่ชวนให้อยากฟังเลยแม้แต่น้อย แต่กลับกลายเป็นอัลบั้มที่มีพลัง “ซัมติง” ดูน่าค้นหามากที่สุด เป็นอัลบั้มโหมด House Dance ที่สมควรเซฟทับแทนที่อัลบั้ม Honestly, Nevermind เลยด้วยซ้ำ ใครสายฮิปฮอปเน้นๆอาจจะไม่ถูกใจอัลบั้มนี้มากเท่าไหร่เหมือนที่ท่านไม่ถูกใจ More Life ที่ดูพึ่งพิง Dancehall หรือ House Music มากเกินไป แต่ถ้าใครสายฮิปฮอปก็ได้ แนวอื่นก็ได้แบบผม อัลบั้ม “เพื่อนเจ้าสาว” ชุดนี้อาจจะคุยกับคุณด้วยความสนุกก็เป็นได้
-แค่เกริ่นด้วยเพลงเปิดอัลบั้ม Hoe Phase ก็พร้อมชนะขาดในการจูงใจให้ร่วมลงแขกกันตั้งแต่เริ่มแรกแล้ว It's like, it's like that, that Like, like that, that บีทโปรดักชั่นทรงดี มาแรง โดดเด้งสะใจ ใครเบื่อ Drake แพล่ม
-BBW (Big Beautiful Woman) อันเป็นเพลง club banger เดือดที่สุดในอัลบั้มนี้ด้วย garage house band สุดกระหึ่ม ตอกย้ำความ alert ในท่อน Outro ด้วยแซมเปิ้ลเพลง Work ของ Masters at Work ที่ทำหน้าที่ hype DJ ไปโดยธรรมชาติ
-Road Trips ที่เจือด้วยบีทอิเล็กโทรฉวัดเฉวียนเข้มข้นขึงขังยิ่งกว่าเพลงโหมดแร็ปใดๆอีก สำหรับเพลงโหมด dancehall อย่าง Which One แจมกับ Central Cee และ Amazing Shape แจมกับ Popcaan ก็สามารถตอกย้ำความหลงไหลในสไตล์ Jamaican ที่ยังไม่มลายหายไป True Bestie ติดสปีดบีทเร็วภายใต้ความอึมครึมประหนึ่งกำลังนัวกันในผับอโคจร
-ยิ่งเป็นเพลง Goose and The Juice ยิ่งแล้วใหญ่เลย การวกวนด้วย verse เดียว ท่อน bridge แค่จึ๋งเดียวชวนระลึกถึง Passionfruit ที่ชวนล่องลอยวกวนอยู่แค่ไม่กี่ประโยค เพียงแต่ Goose and The Juice มี verse ที่ยาวกว่า และเนื้อหาที่ดู manipulate กว่า ตอกย้ำตอนจบที่จ๋อย เอาแต่ใจแล้วไม่ได้ดั่งใจหวัง