Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
แปลนิยายกับ Love Love
•
ติดตาม
10 ก.ค. เวลา 07:02 • หนังสือ
บทที่ 182
“ท่านแม่...ท่านสังเกตหรือไม่ว่าท่านพี่อิ๋งเอ๋อร์หน้าตาคล้ายท่านมาก...”
เพล้ง!
เสียงกระทบเบา ๆ ดังขึ้น ฉับพลันดึงความสนใจของทุกคนไป
จานผลไม้ในมือซุนหมัวหมัวลื่นหลุดตกลงพื้น ผลไป๋อวี้กั่วสีขาวกลิ้งกระจัดกระจายเต็มพื้น
“บ่าวซุ่มซ่ามเองเจ้าค่ะ”
ซุนหมัวหมัวรีบก้มลงเก็บ ทว่าปลายนิ้วกลับถูกเศษกระเบื้องบาด เลือดสดซึมออกมาหยดเล็ก ๆ หลายหยด
สายตาของนางเลื่อนลอย ราวกับตกอยู่ในห้องน้ำแข็ง ความหนาวเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
รอไม่ได้อีกแล้ว...
ทุกวัน ๆ ใบหน้าของสวีอิ๋งเอ๋อร์ยิ่งเติบโตงดงามขึ้น
เมื่อก่อนนางขี้ขลาด หวาดกลัวอยู่ตลอด ความงดงามบนใบหน้าจึงถูกปกปิดไว้
แต่หลังจากอาศัยอยู่ในจวนเจิ้นกั๋วกงมาระยะหนึ่ง ทุกอิริยาบถของนางกลับเพิ่มความสง่างามและความมั่นใจขึ้นหลายส่วน
หากปล่อยไว้นานกว่านี้...
ต้องมีคนสังเกตเห็นแน่นอน
หัวใจของซุนหมัวหมัวเต้นรัว
เพราะความคิดชั่ววูบในปีนั้น นางจึงขโมยเด็กคนนั้นมา
ใครจะคิดว่าเวลาผ่านไปถึงสิบสามปีแล้ว เรื่องนี้ก็ยังตามหลอกหลอนจนทำให้นางไม่มีวันสงบ
“ซุนหมัวหมัว มือของท่านบาดเจ็บแล้ว รีบไปพันแผลเถอะ”
ซุนหมัวหมัวได้สติกลับมา ยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“แค่โดนบาดนิดเดียวเจ้าค่ะ ไม่เป็นไร บ่าวเก็บให้เรียบร้อยเดี๋ยวก็เสร็จ”
นางเก็บเศษกระเบื้องชิ้นใหญ่ ๆ ก่อนเรียกสาวใช้ตัวน้อยเข้ามาทำความสะอาด
เมื่อกลับมาอีกครั้ง นางก็ยกผลไป๋อวี้กั่วมาอีกหนึ่งจาน
เด็กสาวทั้งสองเลือกปิ่นปักผมกันเสร็จแล้ว
ฮูหยินรองสวีช่วยจัดแต่งทรงผมให้สวีอิ๋งเอ๋อร์ใหม่ พลางพิจารณาแล้วกล่าวว่า
“น่าจะซอยหน้าม้าให้บางกว่านี้สักหน่อย”
มือของซุนหมัวหมัวที่ถือจานผลไม้กระชับแน่นขึ้น
นางพยายามฝืนทำใจให้สงบ วางจานลงบนโต๊ะแปดเซียน ก่อนกล่าวยิ้ม ๆ ว่า
“ฮูหยินรอง เมื่อช่วงบ่ายฮูหยินใหญ่ของตระกูลสวีให้คนมาส่งข่าว บอกว่าทางตระกูลกงไปมอบของหมั้นเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
ฝ่ามือของสวีอิ๋งเอ๋อร์เย็นเฉียบ
ราวกับมีก้อนหินมหึมากดทับอยู่บนหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก
นางเคยพบผู้บัญชาการกงผู้นั้น
เมื่อสามเดือนกว่าก่อน
วันนั้นเป็นวันฉลองวันเกิดของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลกง มารดาพานางไปร่วมอวยพร พร้อมของขวัญราคาแพง หวังอาศัยเส้นสายของฮูหยินผู้เฒ่าช่วยหาตำแหน่งงานดี ๆ ให้บุตรชาย
ระหว่างที่นั่งอยู่ในสวน จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวผู้หนึ่งวิ่งหนีออกมาด้วยความหวาดกลัว ร้องไห้ขอความช่วยเหลือจากผู้คนรอบด้าน
ทั่วร่างของหญิงสาวเต็มไปด้วยเลือด
ใบหน้าบวมช้ำเขียวคล้ำ แขนบิดผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด
สวีอิ๋งเอ๋อร์ตกใจมาก
เห็นว่าอีกฝ่ายอายุไล่เลี่ยกับตน จึงอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ช่วยเช็ดเลือดที่มุมปากของอีกฝ่าย
หญิงสาวมองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นขยับริมฝีปากเป็นคำว่า
“รีบหนีไป”
แต่ก่อนที่สวีอิ๋งเอ๋อร์จะทันได้ถอยออกมา
ผู้บัญชาการกงก็พุ่งเข้ามาในเรือนด้านในที่เต็มไปด้วยแขกเหรื่อ แล้วลากหญิงสาวคนนั้นออกไปด้วยตนเอง
ระหว่างที่ดิ้นรน แขนเสื้อของหญิงสาวถูกกระชากขึ้น
สวีอิ๋งเอ๋อร์เห็นรอยแผลเป็นทางยาวเต็มแขน
ทั้งแผลใหม่...และแผลเก่า
หญิงสาวร้องขอความช่วยเหลือไม่หยุด
แต่ไม่มีใครช่วยนางเลย
ก่อนจากไป ผู้บัญชาการกงยังหันมามองสวีอิ๋งเอ๋อร์
สายตาอำมหิตคู่นั้นทำให้นางขนลุกไปทั้งตัว
ภายหลัง สวีอิ๋งเอ๋อร์ได้ยินบรรดาฮูหยินทั้งหลายพูดกันด้วยความเวทนาว่า
หญิงสาวผู้นั้นคือภรรยาที่แต่งใหม่ของผู้บัญชาการกง
ต่อมาไม่นาน...
นางก็ตาย
มารดากลับมาบอกข่าวกับนางด้วยสีหน้ายินดี บอกว่าผู้บัญชาการกงถูกใจนาง
ผู้บัญชาการกงมีอำนาจสูงส่ง การที่เขาสนใจนางนับเป็นวาสนาของนาง
เพื่ออนาคตของน้องชาย
นางควรแต่งเข้าไปด้วยความเต็มใจ และคอยปรนนิบัติรับใช้ผู้บัญชาการกงให้ดี
แต่...
นางไม่ยอม!
สวีอิ๋งเอ๋อร์ยังจำได้
นางเล่าเรื่องที่เห็นในจวนตระกูลกงวันนั้นให้มารดาฟัง
นางคิดว่าอย่างน้อยมารดาคงจะทบทวนเรื่องนี้ใหม่
แต่ผลกลับตรงกันข้าม
มารดาไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
มารดาบอกว่า...
ชีวิตของนางเกิดมาเพื่อน้องชาย
มิฉะนั้นจะเลี้ยงนางจนโตไปทำไม
ยังด่าว่านางเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงน้องชาย เป็นคนอกตัญญู เลี้ยงนางยังไม่คุ้มเท่าเลี้ยงสุนัขเสียอีก
ตั้งแต่เด็กจนโต
สวีอิ๋งเอ๋อร์รู้ดีว่า ในสายตาของบิดามารดา นางมีค่าไม่เท่านิ้วก้อยของน้องชายด้วยซ้ำ
แม้แต่ชื่อ “อิ๋งเอ๋อร์” ก็เป็นเพราะมารดาคลอดลูกคนแรกไม่ใช่บุตรชาย จึงตั้งชื่อเช่นนี้
แต่...
แม้แต่ชีวิตของนาง
ก็ยังด้อยค่ากว่าการแลกตำแหน่งงานให้น้องชายอีกหรือ?
สวีอิ๋งเอ๋อร์ไม่อาจเข้าใจ
ดังนั้นนางจึงทำเรื่องที่กล้าหาญที่สุดในชีวิต
แอบหนีออกจากบ้าน
แล้วมาเคาะประตูจวนเจิ้นกั๋วกง
หากสุดท้าย...
ทุกคนยังจะส่งนางกลับไป...
ร่างของสวีอิ๋งเอ๋อร์สั่นสะท้าน
นางนึกถึงสายตาของผู้บัญชาการกงในวันนั้น
รวมทั้งรอยยิ้มที่แฝงความสนุกสนานราวกับกำลังจ้องเหยื่อ
สำหรับเขา...
นางเป็นเพียงสัตว์ตัวเล็กที่อ่อนแอ
สามารถถูกถลกหนัง เลาะกระดูก และฉีกเป็นชิ้น ๆ ได้ทุกเมื่อ
ปลายนิ้วของนางเกร็งแน่น
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบลำคอไว้ จนหายใจแทบไม่ออก
“ท่านพี่ อย่ากลัวไปเลย”
กู้จือเวยรีบคว้ามือที่เย็นเฉียบของนางไว้
“พี่หญิงใหญ่บอกแล้ว ไม่มีใครพาท่านไปได้ พี่หญิงใหญ่ของข้าเก่งที่สุด!”
พูดจบ กู้จือเวยก็หันไปมองซุนหมัวหมัวอย่างไม่พอใจ
“ซุนหมัวหมัว อย่าพูดเรื่องพวกนี้อีกเลย ตระกูลเขาจะหมั้นหมายกับใครเกี่ยวอะไรกับพวกเรา หากกลัวไม่มีคนแต่ง ก็ให้ลูกชายสุดที่รักของพวกเขาแต่งไปเองเถอะ”
“ข้าได้ยินมาว่าเจ้าคนแซ่กงนั่น...กินไม่เลือก”
กู้จือเวยไม่ค่อยเข้าใจว่าคำว่า “กินไม่เลือก” หมายถึงอะไร
แม่นมเคยพูดเช่นนี้
อย่างไรเสียก็คงไม่ใช่คำดี ๆ
คราวนี้นางจึงพูดออกไปตามปาก
“กู้จือเวย!”
ฮูหยินรองสวีเอ่ยเสียงดุ
กู้จือเวยรีบยืนตัวตรง ก้มหน้าลง มือทั้งสองประสานไว้ด้านหน้า ท่าทางคล่องแคล่วราวกับทำเป็นประจำ
นางตอบอย่างว่าง่าย
“ลูกผิดแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้ายิ่งนับวันยิ่งเหลวไหล! อายุเพียงเท่านี้กลับพูดคำหยาบคายเช่นนั้น”
ฮูหยินรองสวีเอ่ยอย่างเย็นชา ก่อนหันไปมองซุนหมัวหมัว
“แล้วก็เจ้า ซุนหมัวหมัว เอาแต่พูดถึงตระกูลสวีอยู่ได้ หากเป็นเช่นนั้น ไม่สู้ข้าส่งเจ้ากลับไปอยู่กับพี่สะใภ้ของข้าเสียเลยจะดีกว่า”
ซุนหมัวหมัวหัวเราะแห้ง ๆ รีบอธิบาย
“บ่าวไม่ได้หมายความเช่นนั้นเจ้าค่ะ บ่าวเพียงคิดว่า หากผู้บัญชาการกงไปมอบของหมั้นจริง ภายหน้าหากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น จะลามมาถึงจวนกั๋วกงหรือไม่”
“ตอนนี้คุณชายรองจากไปแล้ว เรือนรองของพวกเราก็ไร้ที่พึ่งพิงในที่สุด...”
“ฮูหยินรองเจ้าคะ”
สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกเข้ามารายงาน “ฉงฟางจากเรื่อนคณุหนูใหญ่มาขอพบเจ้าค่ะ”
แววตาของฮูหยินรองสวีเย็นเยียบขึ้นทันที ราวกับมีประกายคมกริบวาบผ่าน นางเอ่ยเสียงเย็นปนโทสะ
“จวนแห่งนี้ปฏิบัติต่อเรือนรองของเราอย่างไร เจ้าดูไม่ออกจริง ๆ หรือว่า...เจ้าหมดสิ้นมโนธรรมไปแล้ว?”
ซุนหมัวหมัวหน้าซีด รีบคุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนก
“บ่าว...บ่าวพูดผิดไปแล้วเจ้าค่ะ”
ฮูหยินรองสวีไม่แม้แต่จะเหลือบมองนาง ทั้งยังไม่ได้เอ่ยอนุญาตให้ลุกขึ้น
หลายวันมานี้ ทุกครั้งที่นางมองสวีอิ๋งเอ๋อร์ ภาพที่เห็นกลับทำให้นึกถึงตัวเองในอดีต
ตัวนางในวันนั้น...
หญิงสาวที่เกือบถูกส่งไปเป็นอนุ เพียงเพราะผลประโยชน์จากการค้าขนแกะ
ครั้งหนึ่งนางเคยคิดด้วยซ้ำว่า จะไปขอร้องฮูหยินผู้เฒ่า ให้ตระกูลสวียอมยกอิ๋งเอ๋อร์มาเป็นบุตรบุญธรรมของนาง
ตระกูลสวีเป็นพวกเห็นแก่ผลประโยชน์
หากมอบสิ่งตอบแทนที่มากพอ...
พวกเขาย่อมต้องยอมตกลงแน่นอน
ฮูหยินรองสวีสูดลมหายใจลึก สะกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านลง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบขึ้น
“พาฉงฟางเข้ามา”
ไม่นาน ฉงฟางก็เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
นางไม่เหลือบมองผู้ใด เพียงกล่าวว่า คุณหนูกู้จือจั๋วต้องการขอยืมแบบลายถักเชือกของฮูหยินรอง
“คุณหนูของบ่าวเห็นพู่เชือกที่ท่านถักใหม่แล้วชอบมากเจ้าค่ะ จึงให้บ่าวมาขอยืมแบบ”
ฮูหยินรองสวีเดินเข้าไปในห้องเพื่อหยิบของ
ฉงฟางจึงเดินตามเข้าไป ก่อนลดเสียงลงกระซิบเรื่องที่ซุนหมัวหมัวทำให้อิ๋งเอ๋อร์ถูกน้ำร้อนลวก
“คุณหนูอิ๋งเอ๋อร์รับปากไว้แล้วเจ้าค่ะว่าจะไม่บอกผู้ใด”
ความหมายก็คือ...
สวีอิ๋งเอ๋อร์ยอมไม่เอ่ยเรื่องนี้ออกไป
ดังนั้น ไม่ว่าฮูหยินรองสวีจะจัดการซุนหมัวหมัวอย่างไร ก็ควรพยายามรักษาหน้าของอิ๋งเอ๋อร์เอาไว้
เมื่อฉงฟางกลับมาถึงเรือนหลิงเซียว นางก็ถือพู่เชือกที่ฮูหยินรองสวีมอบให้กลับมาด้วย
“คุณหนูยังอยู่ในห้องหนังสือ”
ฉิงเหมยยกนิ้วแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณให้นางเบาเสียง
ฉงฟางพยักหน้า ก่อนค่อย ๆ ผลักประตูห้องหนังสือเข้าไป
กู้จือจั๋วนั่งอยู่บนพื้น
ในมือของนางถือเข็มทิศขนาดเล็ก
เบื้องหน้ามีไม้คำนวณหลายอันวางกระจายอยู่ รวมถึงแผนภาพปากั้วขนาดใหญ่
นางนั่งอยู่หน้าแผนภาพนั้น ใช้นิ้วแตะไม้คำนวณที่วางอยู่รอบตัว พลางพึมพำถ้อยคำที่ฉงฟางฟังอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
ฉงฟางอดคิดในใจไม่ได้
คุณหนูช่างเก่งเหลือเกิน!
นางยืนรออย่างเงียบ ๆ
กระทั่งกู้จือจั๋วยกมือเก็บไม้คำนวณทั้งหมดแล้ว ฉงฟางจึงเอ่ยรายงาน
“บ่าวแจ้งเรื่องนั้นให้ฮูหยินรองทราบแล้วเจ้าค่ะ”
กู้จือจั๋วพยักหน้า
ทำให้เจ้านายได้รับบาดเจ็บ
ไม่เพียงไม่ยอมรับผิด ยังขอร้องให้เจ้านายปิดเรื่องไว้
และเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ ยังแอบนำขี้ธูปมาทาแผลให้อิ๋งเอ๋อร์อีก
การกระทำของซุนหมัวหมัวนั้นเลวร้ายเกินไปจริง ๆ
หากวันนี้นางไม่ได้พบเข้า
อีกเพียงสองสามวัน แผลบนหัวไหล่ของสวีอิ๋งเอ๋อร์คงอักเสบจนเป็นหนอง และทิ้งรอยแผลเป็นไว้อย่างแน่นอน
ซุนหมัวหมัวเป็นแม่นมคู่กายของฮูหยินรองสวี
กู้จือจั๋วจึงไม่สะดวกเข้าไปตำหนิโดยตรง
ดังนั้น หลังจากออกจากเรือน นางจึงให้ฉงฟางแอบไปแจ้งเรื่องนี้แก่ฮูหยินรองสวี
“ตอนบ่าวเข้าไป ฮูหยินรองกำลังตำหนิซุนหมัวหมัวอยู่พอดีเจ้าค่ะ ดูเหมือนคุณหนูรองเองก็ถูกดุด้วย”
กู้จือจั๋วพยักหน้า
เรื่องอบรมบ่าวรับใช้ในเรือนของฮูหยินรอง
หลานสาวต่างเรือนอย่างนางไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่ง
นางหยิบไม้คำนวณขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนลองทำนายอีกหนึ่งครา
ผลลัพธ์...
มหามงคล
“สมบูรณ์แบบ”
กู้จือจั๋วยิ้มอย่างพึงพอใจ
นางเก็บไม้คำนวณและเข็มทิศกลับเข้าไปในถุงซ่อนแขนเสื้อ เก็บแผนภาพปากั้วอย่างเรียบร้อย ก่อนหันไปมองของคำนับอาจารย์ที่เตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ
พรุ่งนี้...
นางก็จะได้ไปพบอาจารย์แล้ว
ชาติที่แล้ว ในช่วงเวลาที่คุณชายกำลังอยู่ในอาการวิกฤตจนแทบสิ้นใจ
เจ้าอาวาสแห่งสำนักไท่ชิงเป็นผู้เชิญท่านนักพรตอู๋เหวยจื่อมาช่วยรักษา
เข็มทองของท่านอู๋เหวยจื่อนั่นเอง ที่ช่วยให้คุณชายผ่านพ้นหายนะครั้งนั้นมาได้
นับตั้งแต่นั้น
นางก็ตัดสินใจว่าจะฝากตัวเป็นศิษย์ และเรียนวิชาแพทย์จากอาจารย์
หลังจากคุณชายจากไป
นางติดตามอาจารย์ท่องเที่ยวไปทั่วสารทิศอยู่หนึ่งปี
ต่อมา เมื่อวันที่นางตัดสินใจกลับเมืองหลวงมาถึง
อาจารย์ถอนหายใจอยู่นาน
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ห้ามนาง
“เด็กโง่เอ๋ย...”
อาจารย์มักเรียกนางเช่นนี้เสมอ
พร้อมกับลูบศีรษะของนางอย่างอ่อนโยน
คืนนั้น กู้จือจั๋วพลิกตัวไปมาบนเตียง
หัวใจเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
เหมือนคนที่กำลังจะกลับถึงบ้านเกิด แต่กลับรู้สึกหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งคืน...
นางแทบไม่ได้นอน
รุ่งเช้า หลังรับประทานอาหารเสร็จ นางหยิบของคำนับอาจารย์แล้วออกจากจวนด้วยความดีใจ
รถม้าของเซี่ยอิงเฉินจอดรออยู่ที่ประตูอี๋เหมินแล้ว
กู้จือจั๋วไม่จำเป็นต้องใช้บันไดรถม้า
นางเหยียบขอบรถเบา ๆ แล้วกระโดดขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว
ฉินเฉินและฉิงเหมยควบม้าติดตามอยู่ด้านหลัง
ตลอดทาง กู้จือจั๋วดูใจลอยอยู่บ่อยครั้ง
โดยเฉพาะเมื่อใกล้ถึงสำนักไท่ชิง
นางยิ่งนั่งไม่ติด ราวกับมีเข็มนับพันทิ่มแทงอยู่ใต้ร่าง เอาแต่เปิดม่านรถม้ามองออกไปด้านนอกเป็นระยะ
เซี่ยอิงเฉินแกะลูกอมมิ้นต์เม็ดหนึ่ง แล้วยื่นไปตรงริมฝีปากของนาง
กู้จือจั๋วไม่ทันคิดก็อ้าปากงับทันที
ริมฝีปากอิ่มของนางแตะผ่านปลายนิ้วของเขาแผ่วเบา
ลูกอมมิ้นต์นี้เป็นสิ่งที่นางทำขึ้นเอง
ทันทีที่รสเย็นสดชื่นกระจายทั่วปาก ความสดชื่นก็พุ่งขึ้นถึงศีรษะ
“คุณชาย...”
กู้จือจั๋วเท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
“หากข้าบอกท่านว่า...อาจารย์ยังไม่รู้จักข้าเลย ท่านจะเชื่อหรือไม่”
“หืม?”
เซี่ยอิงเฉินมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน เต็มไปด้วยความตามใจ
ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ
🖤 Love Love Story 🖤
🩸⬅️ บทก่อนหน้า
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4e632eeabd31421a459fe2
🥀➡️ บทถัดไป
🔗https://www.blockdit.com/posts/6a4fa3b7f48df2886690f49d
────────────────
🩶 Love Love 🩶
🌙 ความรักผลิบานท่ามกลางความมืด
🩸 ทุกหัวใจล้วนมีบาดแผล
────────────────
🖤🥀 แปลไทยโดย Love Love 🥀🖤
💌 หากชื่นชอบผลงาน ฝากกดติดตาม ❤️ กดไลก์ 👍 แสดงความคิดเห็น 💬 และแชร์ 📤 เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีม Love Love ด้วยนะคะ
📌 ห้ามคัดลอก ดัดแปลง หรือนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต
🌙 ขอบคุณทุกการติดตามนะคะ 🖤
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย