Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
รายการ ต้นรู้ โลกรู้ BY : Anurak News
•
ติดตาม
10 ก.ค. เวลา 03:09 • ข่าว
เด็กชายวัย 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ซึ่งกำลังเดินอยู่บนถนนทางหลวงบริเวณบ้านนาเวียงแก ต.นาสีนวล อ.เมือง จ.มุกดาหาร
เมื่อวันที่ (5 ก.ค.2569) จากกรณีอุบัติเหตุที่เด็กชายอายุ 11 ปี ขับรถยนต์กระบะพุ่งชนคณะพระสงฆ์ เป็นเหตุให้มีพระสงฆ์มรณภาพรวม 10 รูป และได้รับบาดเจ็บอีก 12 รูป ล่าสุด พ.ต.อ.อำนาจ หาญชนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.ค.) จะเรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน เพื่อสรุปพยานหลักฐานทั้งหมด ทั้งพยานวัตถุ พยานบุคคล และพยานแวดล้อม
พ.ต.อ.อำนาจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะสอบปากคำพยานแวดล้อมเพิ่มเติม ได้แก่ ตายายที่ดูแลเด็ก เพื่อนบ้าน และครูที่โรงเรียน เพื่อสืบหาพฤติกรรมก่อนเกิดเหตุ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่าเด็กชายคนดังกล่าวสามารถขับรถยนต์ได้อย่างไร ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังอย่างละเอียด ไม่เฉพาะเพียงแค่วันเกิดเหตุเท่านั้น
ทั้งนี้ หากพยานหลักฐานครบถ้วน อาจมีการดำเนินคดีกับเด็กในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บ ทว่าต้องรอผลการประเมินจากแพทย์และนักจิตวิทยาก่อนว่าเด็กพร้อมรับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ ส่วนผู้ปกครองอาจถูกดำเนินคดีฐานปล่อยปละละเลยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
สร้างเมรุชั่วคราว เตรียมพระราชทานเพลิงศพพระ 7 รูป
บรรยากาศ ณ วัดบ้านน้ำขุ่น ต.ตาเกา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพพระสงฆ์ 7 รูป ตลอดทั้งวันมีศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชน เดินทางมาร่วมไว้อาลัยอย่างไม่ขาดสาย โดยประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดสร้างเมรุชั่วคราว หรือภาษาท้องถิ่นเรียกว่า "กองฟอน" เพื่อเตรียมประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ซึ่งมีกำหนดการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 8 ก.ค.นี้
นอกจากนี้ ยังมีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ อาทิ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือ หลวงตาสิ้นคิด นำคณะแม่ชีมาตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหารกล่อง พร้อมด้วย พระอธิการคมกริช สารกิจฺโจ หรือ หลวงพี่อ๊อฟ และสามเณรฟอร์ นักเทศน์ชื่อดังทางสื่อออนไลน์ ที่ร่วมนำส้มตำและไอศกรีมกว่า 1,000 แท่ง มาแจกจ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลประชาชนที่มาร่วมงาน
ในส่วนของการเยียวยาและรักษาพยาบาล น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินทางเข้าเยี่ยมและมอบสิ่งของให้กำลังใจแก่พระสงฆ์อีก 7 รูป ที่ยังคงรับการรักษาอาการอาพาธอยู่ที่ รพ.มุกดาหาร ปัจจุบันมีพระอาพาธอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จำนวน 2 รูป และอยู่ในห้องพักฟื้นปกติอีก 5 รูป โดยอยู่ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด
ด้านเด็กชายผู้ก่อเหตุวัย 11 ปี ขณะนี้ได้รับการคุ้มครอง และดูแลในสถานที่ปลอดภัยตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยกระทรวง พม. เตรียมนำกรณีนี้เข้าสู่กระบวนการ "ถอดบทเรียน" ร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม และวางมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างยั่งยืนต่อไป
สรุปประเด็น ข่าวผู้เยาว์ ชนพระเสียชีวิต
เด็กชายวัย 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ซึ่งกำลังเดินอยู่บนถนนทางหลวงบริเวณบ้านนาเวียงแก ต.นาสีนวล อ.เมือง จ.มุกดาหาร เบื้องต้นมีพระภิกษุมรณภาพแล้ว 10 รูป และบาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยในจำนวนนี้มีฆราวาสรวมอยู่ด้วย
วันที่ 2 ก.ค. สื่อมวลชนของไทยหลายสำนักรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. เกิดเหตุรถกระบะพุ่งชนขบวนพระธุดงค์ ซึ่งประกอบด้วยพระภิกษุจำนวน 35 รูป และฆราวาสที่ติดตามคณะ 5 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายรายด้วยกัน โดยรถกระบะอยู่ในสภาพพังยับเยิน ท่ามกลางข้าวของของพระธุดงค์ที่กระจัดกระจาย ก่อนที่ชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ จะเข้ามาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
นายวรญาณ บุญณราช ผู้ว่าราชการจังหวัด (ผวจ.) มุกดาหาร แถลงเมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 2 ก.ค. บอกว่าเหตุเกิดช่วงกิโลเมตรที่ 6 บนถนนทางหลวง 2034 เส้นทางระหว่าง จ.มุกดาหาร กับ อ.ดอนตาล
เขาบอกว่า รถกระบะขับอยู่ในเลนของตนก่อนจะไถลออกลงข้างทางเข้าเฉี่ยวชนคณะพระธุดงค์ที่เดินทางจากวัดภูมโนรมย์ จ.มุกดาหาร มุ่งหน้าสู่ อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี ทำให้มีพระภิกษุมรณภาพในที่เกิดเหตุ 5 รูป และมรณภาพที่โรงพยาบาลอีก 3 รูป รวมถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก โดยยืนยันว่าหน่วยแพทย์ฉุกเฉินและทีมกู้ชีพเข้าถึงพื้นที่ภายใน 10 นาทีหลังได้รับรายงานการเกิดเหตุ
สำหรับพระภิกษุที่ไม่ได้รับบาดเจ็บถูกเคลื่อนย้ายกลับไปยังวัดภูมโนรมย์ก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป
นายวรญาณกล่าวว่า สำหรับการดำเนินคดีนั้น ทางพนักงานสอบสวนลงไปเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนกระบวนการควบคุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็กนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการสหวิชาชีพ
พล.ต.ต.ไพโรจน์ ไทยพุทรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่าการสอบสวนคดีที่เด็กเป็นผู้ต้องหาต้องใช้เวลา เนื่องจากในตอนนี้เด็กชายวัย 11 ปีตกอยู่ในอาการช็อกไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ในตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญพ่อแม่หรือผู้ปกครองมาพบเจ้าพนักงานแล้ว เพื่อสอบถามว่าใครเป็นผู้ดูแลเด็กและสืบหาสาเหตุการเกิดเหตุ โดยสุดท้ายแล้วก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ผู้ปกครองอาจถูกดำเนินคดีในฐานปล่อยปละละเลยก็เป็นได้เนื่องจากเป็นเด็กอายุไม่ถึง 15 ปี อย่างไรก็ตาม ต้องขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ไพโรจน์ไม่ได้ยืนยันว่าเด็กเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ เนื่องจากยังไม่มีการพูดคุยกับเด็กในตอนนี้
ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ขณะนี้เด็กชายอายุ 11 ปียังอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพและผู้ปกครองที่เข้าไปพูดคุย โดยยังไม่สามารถให้การใด ๆ ได้เนื่องจากอยู่ในภาวะช็อกและมีอาการเครียดจากเหตุการณ์และภาพที่เห็นหลังจากเกิดเหตุ
พล.ต.ต.ไพโรจน์ ระบุด้วยว่าเจ้าหน้าที่ที่ดูแลยังรวมถึงแพทย์ที่เคยมีประวัติในการรักษาเด็กชายซึ่งยังไม่ทราบละเอียดถึงอาการป่วย แต่ได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่าเด็กชายอาจเกิดความเครียดด้วยสาเหตุบางอย่างจึงมีอาการกำเริบ
"ได้พบกับคุณหมอที่เคยรักษาเด็ก คุณหมอเข้ามาอยู่กับเด็กด้วย เพราะเด็กมีอาการเครียด"
ผู้เยาว์ เยาวชา เเละบรรลุนิติภาวะ
ส่วนเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุ ผู้การฯ จังหวัดมุกดาหารระบุว่า เบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากเด็กชายซึ่งไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะมีอาการไม่สบาย จากนั้นเมื่อผู้ปกครองทราบว่ารถหายจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตาม แต่ไม่ทราบว่าเด็กชายขับรถไปเส้นทางใด ก่อนเกิดเหตุสลดดังกล่าว
ล่าสุด นางเตือนใจ คงสมบัติ รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์กับรายการครอบครัวข่าว 3 เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ว่าจากการตรวจสอบพบว่าเด็กชายวัย 11 ปี จดทะเบียนเป็นผู้พิการในกลุ่มการพิการประเภทที่ 7 หรือความพิการทางออทิสติก
"ต้องยอมรับว่าการดูแลเด็กพิเศษประมาณนี้ก็จะต้องมีความละเอียดอ่อน" เธอกล่าว
รองปลัด พม. กล่าวต่อว่าตอนนี้เด็กอยู่ในความดูแลของ พม. แล้ว และจะมีนักจิตวิทยาของกรมสุขภาพจิตเข้าไปดูแลร่วมด้วย โดยไม่ได้ดูแลแค่เด็กเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมารดาของเด็ก ยายและตาของเด็ก
ส่วนในทางคดีนั้น ทาง พม. ได้ประสานงานเรื่องกระบวนการยุติธรรมเพื่อดูแลเด็กรายดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเด็กมีอายุต่ำกว่า 12 ปี เข้าข่ายได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
พระสงฆ์ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าวินาทีเกิดเหตุ
พระสงฆ์รูปหนึ่งที่ร่วมอยู่ในขบวนคณะธุดงค์เล่านาทีที่เกิดเหตุให้กับผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวอีสานฟังว่า คณะสงฆ์ได้ร่วมกันเดินจาริกตั้งใจว่าจะเดินธุดงค์จากวัดภูมโนรมย์เพื่อไป อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี โดยมีคณะสงฆ์มารวมตัวกันทั้งหมด 34 รูป (ยังไม่รวมกับตนเอง) ส่วนมากเป็นคณะสงฆ์จาก อ.น้ำขุ่น อีกส่วนหนึ่งก็มาจากต่างจังหวัด เช่น นครราชสีมา และขอนแก่น
"เมื่อคืนพักที่วัดภูมโนรมย์ ฉันเช้าเสร็จ หลวงพ่อถวายภัตตาหารแล้วก็เดินลงมา เมื่อกี้มาพักที่พักสงฆ์ตรงนี้ พักฉันน้ำฉันกาแฟ" พระสงฆ์รูปดังกล่าวชี้มือไปทางที่พักให้ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสดูและเล่าต่อว่า "พอเสร็จก็เดินออกมาในเวลาสัก 11.00 น. โดยคณะสงฆ์เดินเป็นแถว โดยฝั่งด้านนี้จะมีไหล่ทาง คณะสงฆ์เดินทางจากไหล่ทางที่เป็นปูนซีเมนต์"
"กว่า [คณะสงฆ์] จะเห็นรถที่วิ่งเข้ามา ก็อยู่ห่างประมาณ 5-7 เมตร รถวิ่งมาประมาณ 70 กม. ต่อ ชม. หลวงพ่อคณะตำบลท่านหลบได้ทัน โดยพระสงฆ์ 5 รูป สามารถเอียงตัวหลบได้ทันภายใน 2 หรือ 3 วินาที หลังจากนั้นรถก็วิ่งชน [พระสงฆ์รูปที่เหลือ] เลย" พระสงฆ์รูปดังกล่าวเล่าด้วยอาการตื่นเต้น
เรียบเรียงโดย อาจารย์ต้นสัก สนิทนาม
#กรณีเด็ก11ขวบ #เยาวชน #ผู้เยาว์ #บรรลุนิติภาวะ #กฎหมาย #ชนพระสงฆ์
ข่าวรอบโลก
ข่าว
เด็กและเยาวชน
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย